Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Tastefully Yours อาหารอาจทำให้อิ่มท้อง แต่รสชาติอาหารช่วยชุบชูใจ

Tastefully Yours อาหารอาจทำให้อิ่มท้อง แต่รสชาติอาหารช่วยชุบชูใจ

ช่วงวันจันทร์-อังคารที่ผ่านมา มีซีรีส์เกาหลี 2 เรื่องที่ถูกปล่อยตอนแรกออกมาคืนวันเดียวกัน ที่เกาหลีน่ะเขาออนแอร์กันคนละช่องอยู่แล้ว ส่วนสตรีมมิ่งซับไทยลิขสิทธิ์ก็อยู่กันคนละเจ้า จริง ๆ ทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราถูกใจพล็อตเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทั้ง 2 เรื่องตั้งแต่อ่านเรื่องย่อ เรื่องหนึ่งเป็นพล็อตพระเอกแฝงตัวเข้าไปอยู่ในร้านอาหารของนางเอกเพราะจ้องจะขโมยสูตรอาหาร ส่วนอีกเรื่องนางเอกเป็นสาวขี้เมาที่ต้องการเลิกเหล้า แต่ถ้าต้องเลือกดูเรื่องใดเรื่องหนึ่งก่อน ก็คงต้องให้ผู้ชายเป็นตัวตัดสิน 555 ซึ่งโดยส่วนตัวติดตาม “คังฮานึล” มานานแล้ว ชอบความฮาแบบแปลก ๆ ของเขาเป็นการส่วนตัว ส่วน “กงมยอง” นั้น ซีรีส์เขาเพิ่งจบไป ดังนั้นก็เลยตัดสินได้แล้วว่าจะดูเรื่องไหนก่อน

Tastefully Yours เป็นซีรีส์แนวโรแมนติก-คอเมดี และการทำอาหาร เท่าที่อ่านเรื่องย่อและดูจบไป 2 ตอน ถือว่าเป็นซีรีส์อีกเรื่องที่ย่อยง่าย พล็อตไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เป็นเรื่องราวชวนหัวของคน 2 คนที่มีอะไรเหมือนกันเกี่ยวกับการทำร้านอาหาร แต่จุดยืนของพวกเขาดันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งเป็นทายาทหนุ่มของบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ของประเทศ ผู้มีภารกิจในการตามล่าสูตรอาหารดัง ๆ และเป็นที่นิยมทั่วประเทศ จากนั้นก็เข้าซื้อกิจการเพื่อสืบทอดในนามบริษัท นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าของร้านอาหารที่อยู่ในเครือบริษัทด้วย เป้าหมายของเขาคือการทำให้ร้านอาหารของตัวเองได้ 3 ดาว ซึ่งเขากำลังแข่งกับพี่ชายว่าใครจะทำได้ก่อนกัน ตามที่แม่พวกเขายื่นคำสั่งมาให้

แม้ว่าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร และมีความรู้มากมายเกี่ยวกับอาหาร แต่เขาเป็นคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรเกี่ยวกับรสชาติของอาหารเลยแม้แต่น้อย และเขามองว่าเรื่องรายละเอียดยิบย่อยนั้นเป็นเรื่องกวนใจชวนปวดหัวซะมากกว่า ในขณะที่อีกคนหนึ่งเป็นเชฟสาวฝีมือดีที่เปิดร้านอาหารอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่ต่างจังหวัด ร้านอาหารของเธอเป็นร้านลับที่มีแค่คนในพื้นที่เท่านั้นที่รู้ว่าเป็นร้านอาหาร ถ้าคนต่างถิ่นเดินผ่านจะไม่มีทางรู้เลยว่านี่คือร้านอาหาร เพราะไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อ เธอเป็นคนที่ใส่ใจในรสชาติต้นตำรับของอาหารมาก ๆ เลือกใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในการทำอาหาร หลายอย่างเธอปลูกเอง บางอย่างเธอเดินเข้าป่าไปหามาเองด้วยซ้ำ เธอคือคนที่มอบจิตวิญญาณทั้งหมดให้กับอาหาร!

แต่แล้วกลับมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น พระเอกที่กำลังพยายามปลุกปั้นร้านอาหารของตนเพื่อคว้า 3 ดาว กลับเจอว่าร้านของนางเอกมีเมนูอาหารแบบเดียวกับร้านเขาที่กำลังเตรียมเปิดตัวในวันรุ่งขึ้น เขาจึงออกเดินทางตามหาร้านของนางเอก ซึ่งเป็นเพียงแค่ร้านเล็ก ๆ ในต่างจังหวัดเท่านั้น พระเอกยื่นข้อเสนอจะซื้อร้านของนางเอกทันที แต่เธอไม่ยอมขาย ในขณะเดียวกัน พระเอกก็โดนพี่ชายตัวเองเล่นงานจะพ้นสภาพผู้บริหารในบริษัท แต่เขายังต้องเดินหน้าฮุบร้านนางเอกต่อไปให้สำเร็จเพื่อกลับไปทวงคืนทุกอย่างที่โดนยึดไป ส่วนนางเอกก็จำต้องคิดใหม่เรื่องที่พระเอกมาขอลงทุน เพราะตอนนี้ร้านของเธอก็กรอบเต็มแก่ จะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่ ด้วยไม่มีเงินบริหารร้าน

ในที่สุด ทั้งคู่ก็ยอมเซ็นสัญญากันด้วยเงื่อนไขบางอย่าง การทำงานร่วมกันของคนที่จุดยืนต่างกัน ทำให้พวกเขาขัดแย้งกันไปทุกเรื่อง แต่ไม่ว่ายังไงทั้งคู่ก็ต้องทำตามสัญญาที่เซ็น พวกเขาจึงพบจุดที่ลงตัวในการทำงานด้วยกัน จากที่ตั้งใจจะมาซื้อร้านเธอแล้วขโมยสูตรอาหาร กลับต้องกลายมาเป็นหุ้นส่วนที่ช่วยกันทำร้านให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มยอดขาย เพื่อให้พ้นภาวะล้มละลาย และได้เป็นเพื่อนในวงเหล้าหลังเลิกงานกันด้วย เห็นไหม แค่พล็อตเรื่องก็อย่างเอาแล้ว และยังมีพระเอกเป็นตัวฮาอีก นี่แหละ เหตุผลที่ต้องเลือกเรื่องนี้ขึ้นมาดูก่อน

คนหิวเงินอย่างพวกคุณ คิดว่าตัวเองทำอาหารแล้วขายได้เหรอ คุณไม่รู้หรอกว่ามันมีค่าขนาดไหนในการทำงาน ความเอาใจใส่ และความจริงใจที่อยู่เบื้องหลัง

เมื่อคนที่มองทุกอย่างเป็นเม็ดเงินและสนใจเรื่องรสชาติของอาหารน้อยกว่าผลประโยชน์ของตัวเองอย่างพระเอก กับคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของการทำอาหาร ใส่ใจในวัตถุดิบทุกอย่างที่จะใส่ลงในอาหารของตัวเอง และหลงใหลในรสชาติต้นตำรับของอาหารทุกจานอย่างนางเอกมาเจอกัน คิดว่าเรื่องมันจะอีนุงตุงนังขนาดไหนล่ะ 555 ซึ่งความวายป่วงมันก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การเจอหน้ากันครั้งแรก ยังไม่ทันจะได้พูดจากันดี ๆ สักคำ นางเอกก็แกว่งเคียวไปมาใส่พระเอกซะแล้ว ก็นะ! เพราะพระเอกดันเดินลุยเข้าไปในสวนผักของนางเอก แล้วเหยียบใบหัวกะหล่ำปลีที่เธอทะนุถนอมมาเหมือนลูก แถมท่าทีการบุกรุกเข้าไปในร้านของคนอื่นก็ไม่ได้ดูเป็นมิตรเท่าไรด้วย

ด้วยความที่มันเป็นซีรีส์รอมคอมด้วยแหละ พาร์ตที่พระ-นางสาดอารมณ์ใส่กันมันเลยไม่ได้ชวนเครียดหรือทำให้รู้สึกอึดอัดมากขนาดนั้น (พาร์ตพระเอกอยู่กับแม่ยังชวนอึดอัดมากกว่าอีก) ประเด็นคือต่างคนต่างก็รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมาโต้แย้งเขาก็ไม่ได้พูดผิดตรงไหน เพียงแต่ 2 คนนี้โฟกัสกันคนละจุดเท่านั้นเอง พระเอกซึ่งเป็นทายาทนักธุรกิจ มีแม่เป็นเจ้าของบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ของประเทศ และตัวเองก็นั่งเป็นผู้อำนวยการอยู่ ชีวิตเหมือนจะดูดี แต่จริง ๆ เขากำลังดิ้นรนทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเหมาะสมที่จะเป็นผู้บริหารคนต่อไป และพยายามจะเอาชนะพี่ชายตัวเองให้ได้ทั้งที่พี่ชายเล่นสกปรกทุกอย่าง แถมคนเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกมาแบบให้เอาชนะกัน ก็ไม่สนเรื่องถูกผิดอะไรด้วย

เพราะฉะนั้น ก็คงไม่แปลกอะไรที่พระเอกจะเป็นพวกทุนนิยมที่ไม่เคยใส่ใจในคุณค่าของรายละเอียดต่าง ๆ เลยสักอย่าง ในเมื่อเขาเติบโตมาแบบนั้น สิ่งที่นางเอกเรียกว่าความจริงใจและความเอาใจใส่ เขาตีมันออกมาเป็นตัวเลขแล้วประเมินมันออกมาเป็นมูลค่าหมด เขาคือนักธุรกิจขนานแท้ที่สนใจแค่ผลกำไร และยิ่งมีการแข่งขันกับพี่ชาย มีบริษัทเป็นเป้าหมาย เขาก็ยิ่งเร่งเครื่องทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะ พยายามจะซื้อร้านของนางเอกให้ได้แม้ว่าเธอจะไม่อยากขาย และตัวเขาไม่เข้าใจอะไรเลยเกี่ยวกับแพชชันในการทำอาหาร แต่เขาก็ยังคงเป็นนักเจรจาที่ดี ที่ในที่สุดก็สามารถต่อรองกับนางเอกได้ลงตัวในการเข้าไปเป็นหุ้นส่วน โดยที่ตัวเองมีแผนร้ายจ้องจะขโมยสูตรอาหารของนางเอกไปทำเอง

ถึงพระเอกจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวและทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะดีหรือร้ายเพื่อให้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่ตัวตนจริง ๆ ของเขาไม่ได้เลวมากพอที่จะทำเรื่องต่ำทรามได้ขนาดที่พี่ชายทำ จะเห็นว่าตัวเขาเองยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอยู่บ้าง แม้เขาจะแสดงมันออกมาเหมือนคนที่แค่กลัวว่าตัวเองจะเสียผลประโยชน์ไปมากกว่าก็เถอะ ซึ่งมันเป็นผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูกมาแบบผิด ๆ ของแม่ของเขานั่นแหละ แม่ที่เลี้ยงลูกให้แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันโดยไม่มีลิมิตว่าอะไรที่ทำได้ทำไม่ได้ จนในที่สุดพี่ชายก็ล้ำเส้น ทำลายได้แม้กระทั่งน้องชายตัวเองด้วยวิธีที่ไม่ยุติธรรม เพียงเพราะต้องการจะเป็นผู้สืบทอดธุรกิจที่กุมอำนาจมากที่สุด แต่ไม่ต้องห่วง ตอนนี้พระเอกกำลังค่อย ๆ เรียนรู้เรื่องคุณค่ามากกว่ามูลค่า

ไอ้ความจริงใจที่คุณพูดถึงนี่ ท้ายสุดแล้ว ถ้าไม่มีเงินหรือไม่ได้กำไร คุณจะเปิดร้านที่คุณรักสุดหัวใจนี่ต่อได้ไง

อย่างที่บอกว่า 2 คนนี้น่ะ ลึก ๆ แล้วพวกเขารู้อยู่แก่ใจดีว่าเรื่องที่อีกคนพูดมันไม่ผิดเลย นางเอกรู้ดีว่าเงินสำคัญแค่ไหนในการต่อชีวิตร้านอาหารที่เธอรัก ส่วนพระเอกก็พยายามทำความเข้าใจอยู่ว่านางเอกเป็นแม่ครัวแบบไหน กว่าจะทำอาหารออกเสิร์ฟได้แต่ละจาน เธอให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณของอาหารมากกว่าสิ่งใด เธอมีแพชชันในการทำอาหารที่ไม่เคยแผ่วลงเลย ถึงจะรู้แต่พวกเขาโฟกัสกันคนละจุดมาตั้งแต่ต้น เวลานี้พวกเขาเพิ่งรู้จักกัน มันก็ต้องใช้เวลาสักหน่อยแหละในการค่อย ๆ ละลายพฤติกรรมของทั้งคู่ ค่อย ๆ เรียนรู้ตัวตนของกันไป และค่อย ๆ ปรับจูนสิ่งที่มีอยู่เหมือนกันคือเรื่องการทำร้านอาหาร ให้บาลานซ์ในเรื่องของเงินบริหารร้าน และจิตวิญญาณที่ใส่ลงไปในทุกจาน

ก่อนหน้านี้ ชี้แจงไปแล้วว่าพระเอกเขาโฟกัสเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับเรื่องตำแหน่งใหญ่โตที่เขาจะได้รับหากเขาซื้อร้านนางเอกได้และขโมยสูตรอาหารของนางเอกได้สำเร็จ มันเป็นผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนหนึ่ง และผลประโยชน์ส่วนตัวที่เขาจะได้รับจากแม่ ถ้าเขาเนรมิตทุกอย่างที่แม่อยากเห็นไปประเคนให้แม่ได้ แล้วนางเอกของเราล่ะเธอโฟกัสสิ่งใด ที่สำคัญกว่าก็คือ จริง ๆ แล้วเธอเป็นใครกันแน่ จะใช่แค่เชฟและเจ้าของร้านอาหารลับบ้าน ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดจริง ๆ เหรอ เพราะไม่ใช่แค่ฝีมือของเธอที่ไม่ธรรมดา เธอยังมีประสาทสัมผัสที่ดีในการแยกแยะวัตถุดิบ เธอรู้จักชื่อร้านอาหารและสถาบันสอนทำอาหารต่างชาติ และกิมจิกะหล่ำปลีที่เธอทำและพระเอกขอชิม มันคือกิมจิรสชาติที่พระเอกคุ้นเคย

เบื้องลึกเบื้องหลังของนางเอกเรื่องยังไม่ได้บอกเล่าอะไรมากมาย มีรายละเอียดเพียงแค่ว่าเดิมทีเธอไม่ใช่คนในพื้นที่นี้ เป็นคนต่างถิ่นที่มาที่นี่เพื่อเปิดร้านอาหาร เธอตัดสินใจเช่าร้านตัดผมเก่าและมีน้องหมาสีขาวตัวหนึ่งอาศัยนอนอยู่หน้าร้านเพื่อเปิดเป็นร้านอาหารของตัวเอง แม้ว่าเธอจะเปิดร้านอาหารแบบ Fine dining แต่เธอกลับดำเนินกิจการด้วยตัวคนเดียวแบบเงียบ ๆ หน้าร้านไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อร้านที่ทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมารู้ได้ด้วยซ้ำว่านี่เป็นร้านอาหาร ทั้งร้านมีโต๊ะแบบเคาน์เตอร์เพียงโต๊ะเดียวเท่านั้น เพราะเธอดูแลไหวเท่านี้ อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าอาหารของเธอจะต้องใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดที่หามาได้ในแต่ละวัน เธอทุ่มเทจัดหาสิ่งที่ดีที่สุดเหล่านั้นด้วยตัวเธอเอง

แต่ความย้อนแย้งก็คือ แม้ว่าเธอจะใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในจานอาหาร และอาหารของเธอก็รสชาติดีจริง ๆ แต่กิจการของเธอไม่ทำกำไรอะไรเลย แม้แต่ค่าเช่าร้านเดือนที่ผ่านมาเธอยังไม่มีเงินจะจ่ายด้วยซ้ำ พริกป่นคุณภาพดีที่เธอใช้หมดก็ไม่มีเงินจะซื้อเข้าร้าน พระเอกยังบ่นเลยว่าอัตราต้นทุนต่อยอดขายของร้านเธอนั้นสูงเกินไป ค่าวัตถุดิบที่เธอใช้นั้นถือได้ว่าปาฏิหาริย์มากที่เธอยังไม่ล้มละลาย ทั้งที่เตรียมจะแงะข้างฝาร้านมาเป็นวัตถุดิบอยู่รอมร่อ แต่เธอก็ยังคงยืนยันว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็จะไม่มีวันลดคุณภาพของวัตถุดิบเด็ดขาด เธอก็ภาคภูมิใจมากกับการทำร้านอาหารของเธอแบบนี้ แต่เมื่อเวลานี้พระเอกได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนช่วยบริหาร อะไรหลาย ๆ อย่างกำลังจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป

การจับมือกันแบบธุรกิจของเศรษฐีหนุ่มตกอับทายาทบริษัทอาหารผู้มีวาระซ่อนเร้น และเชฟสาวหัวรั้นที่ยกจิตวิญญาณของตนเองให้กับการทำอาหารทั้งหมด ที่มักเปิดศึกกันในสมรภูมิที่เรียกว่าห้องครัวนั้นจะไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน เขาที่ถูกบริษัทของแม่ยึดทุกอย่างไป ต้องใช้ความรู้ความสามารถที่ตัวเองมีเท่านั้นในการช่วยร้านอาหารของเธอให้ยังคงเปิดกิจการต่อไปได้ ในขณะเดียวกันก็จ้องจะแกะสูตรอาหาร ขโมยความลับทางการค้าไปเพื่อกลับไปเอาทุกอย่างของตัวเองคืนมา ส่วนเธอก็ยอมลดทิฐิลงมาลงทุนกับนักธุรกิจที่รู้อยู่เต็มอกว่าไว้ใจไม่ค่อยได้ แต่เพราะต้องพยายามประคับประคองกิจการของตัวเองต่อไป จึงต้องฝืนใจให้เขาเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการเรื่องในครัวแบบไม่เต็มใจนัก 🍽