Home Inspiration My Dear มีเดีย จงลู่ไปตามลมเศรษฐกิจ ในวันที่มรสุมกระหน่ำ

จงลู่ไปตามลมเศรษฐกิจ ในวันที่มรสุมกระหน่ำ

ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ถ้าใครได้อ่านบทสรุปเศรษฐกิจและการเงินไทยเดือนมีนาคมและไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย เชื่อว่าเมื่ออ่านรายงานดังกล่าวจบลง หลายท่านคงรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ไปตามกัน เพราะข้อมูลโดยสรุปที่แบงก์ชาติรายงานออกมานั้นแทบจะไม่มีข่าวดีเลย

เริ่มจากเศรษฐกิจไทยในเดือนมีนาคม ชะลอตัวลงจากเดือนกุมภาพันธ์ จากภาคบริการ บริโภค และการลงทุนภาคเอกชน มีข่าวดีหน่อยที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น ส่วนการท่องเที่ยวที่เคยเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจสำคัญของไทยมีตัวเลขที่ลดลง และแน่นอนส่วนหนึ่งมาจากนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัวลง

มีข่าวดีเล็ก ๆ สองเรื่องในรายงานดังกล่าว คือการผลิตและส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปรับดีขึ้น (แต่เป็นการประกาศก่อนนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ) ส่วนการจ้างงานแม้ว่าตัวเลขจะดีขึ้น แต่ก็ต้องคอยติดตามผลกระทบอันเกิดจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยวเช่นกัน

เห็นรายงานของแบงก์ชาติแล้วทำให้หวั่นใจกับธุรกิจสื่อในปีนี้เป็นอย่างยิ่งค่ะ โดยเฉพาะธุรกิจสื่อ ที่ไม่ว่าจะเป็นสื่อบนแพลตฟอร์มใด เมื่อเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะกราฟขาลง ตัวเลขแดงทั้งกระดาน สิ่งที่จะถูกตัดออกอย่างแรก คืองบประมาณที่เกี่ยวกับการใช้สื่อ จะคงเหลือเอาไว้เฉพาะส่วนที่สำคัญ หรือส่วนที่เห็นว่ามี Return of Investment อย่างชัดเจน

ผู้เขียนได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนร่วมแวดวงทั้งที่เป็นรุ่นพี่และรุ่นน้อง ทุกคนต่างภาวนาว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะกลับมาอยู่ในจังหวะขาขึ้นโดยเร็ว ซึ่งผู้เขียนมีมุมมองส่วนตัวว่าเป็นไปได้ยากที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจนั้นส่งผลต่อ Mood ในการลงทุนเป็นอย่างมาก เมื่อนักลงทุนได้รับความรู้สึกที่ไร้ความหวัง พวกเขาก็มักจะเก็บเงินสดไว้กับตัวเองมากกว่าจะเอาไปลงทุนพัฒนาธุรกิจ แล้วปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้นักลงทุนมี Mood ในการลงทุน

ประการแรก คือเรื่องของสงคราม ที่สร้างความขัดแย้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก หากมีการยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนได้จริง บรรยากาศโลกที่เคยอึมครึมน่าจะสดใสขึ้นมาหนึ่งระดับ ขณะเดียวกันนโยบายการค้าและภาษีศุลกากร ของสหรัฐฯ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ หากมีการบัญญัติที่ชัดเจนและเป็นธรรมกับประเทศคู่ค้า คงช่วยกระตุ้นตลาดให้กลับมามีความคึกคักอยู่ไม่น้อย และสุดท้ายเมื่อสถานการณ์โลกคลี่คลายแล้ว สถานการณ์ในประเทศน่าจะขยับตัวได้ง่ายมากขึ้นด้วยเงินนักลงทุ

แล้ววันเวลาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อไร ณ เวลานี้คงต้องคาดหมายกันยาว ๆ ไปที่ปี 2569 ส่วนปีนี้ดีที่สุดคือรักษาหน้าตักของตนเองเอาไว้ให้ดี มีงานทำก็จงทำงานเพื่องาน หากเป็นผู้ประกอบการก็พยายามตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และจงลู่ไปตามลมเศรษฐกิจ อย่าพยายามทวนกระแสหากคุณไม่ได้มีความชำนาญมากพอ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการไม่หยุดพัฒนาตนเองให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อไรที่สถานการณ์เศรษฐกิจกลับมาฟื้นคืน คุณจะพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นได้

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ