Home Trending Story Trend ต่างประเทศ อิสรภาพแห่งกาตาลัน ปลายทางที่ยังไม่มีแสงสว่าง

อิสรภาพแห่งกาตาลัน ปลายทางที่ยังไม่มีแสงสว่าง

ภาพจาก BLOOMBERG

กาตาลันไม่ใช่สเปน และ สเปน ไม่ใช่ผู้ปกครองกาตาลัน” นี่คือประโยคที่น่าจะอธิบายใจความทั้งหมดของการขอประกาศอิสรภาพของชาว กาตาโลเนีย ด้วยการลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่าผลโหวตร้อยละ 90 เป็นเสียง “Si” ที่แปลว่า “ใช่เราต้องการออกจากสเปน” แต่ก็เป็นเสียง “Si”ที่ต้องแลกมาด้วยเลือดและน้ำตาของคนกาตาโลเนีย ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว รัฐบาลกลางสเปนโดยนายกรัฐมนตรีมาริอาโน่ ราฆอย ได้ใช้อำนาจในการปกครอง และกำลังตำรวจตอกหมุดยึดแคว้นกาตาลันไว้ ชนิดที่ไม่ปล่อยให้เป็นอิสระได้โดยง่ายพร้อมประกาศว่าผลการลงประชามติที่กาตาลัน นั้นเป็นการลงมติเพียงฝ่ายเดียว รัฐบาลสเปนไม่รับรอง และถือเป็นโมฆะ

เมื่อรัฐบาลสเปน ไม่ฟังเสียงโหวต ขณะที่ชาวกาตาโลเนีย ต่างหวังว่าการลงประชามติจะช่วยให้พวกเขาเป็นอิสระแต่เมื่อถูกยึดด้วยหมุดแห่งอำนาจของรัฐบาลสเปนต่อไป ความขัดแย้งที่ยาวนานนับร้อยปีดูเหมือนว่าจะยังไม่มีจุดสิ้นสุด และน่าจะเป็นการต่อสู้ที่ยังคงยืดเยื้อและยาวนานต่อไปสำหรับชาวกาตาโลเนีย

กาตาลันไม่ใช่สเปน

แม้ว่าแคว้นกาตาลันจะถูกผนวกเป็นดินแดนส่วนหนึ่งทางตอนเหนือของสเปนมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 11 แต่ด้วยอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของทคนในแคว้นนี้ไม่ว่าจะเป็น อารายธรรม วัฒนธรรม หรือ ภาษาที่สืบเนื่องยาวนานตั้งแต่ยุคก่อนผนวกกับสเปน ขณะเดียวกัน กาตาลันนับเป็นแคว้นที่มีความรุ่งเรืองทั้งด้านการค้า และ เศรษฐกิจ ทำให้ชาวกาตาโลเนียมีความพยายามที่จะขอแยกตัวจากสเปนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19

จนกระทั่งในปี 1931 สเปนเปลี่ยนการปกครองมาเป็นระบบสาธารณรัฐทำให้แคว้นกาตาลัน ได้รับอิสระในการปกครองตนเอง มากขึ้นกว่าในอดีต แต่ก็มาถูกลิดรอนอิสระดังกล่าวกลับคืนไป เมื่อสเปนตกอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นำเผด็จการทหารอย่างนายพลฟรังโก้ ซึ่งเวลานั้นชาวกาตาโลเนีย ต้องเผชิญหน้ากับนโยบยขวาจัดของผู้นำที่ต้องการลบล้าง อัตลักษณ์ของชาวกาตาลันให้หมดสิ้น

การกระทำของผู้นำอย่างนายพล ฟรังโก้ เหมือนผลักให้ชาวกาตาลัน ต้องหลังชนฝาและทำให้ แนวคิดเรื่องการประกาศตัวเป็นอิสระจากสเปนแพร่ขยายในวงกว้างมากขึ้น ความต้องการดังกล่าวถูกเพาะเมล็ดในทุกระดับชั้นของสังคมกาตาลัน ไม่เว้นแม้แต่ในสนามฟุตบอล อันป็นเหตุให้ สโมสรบาร์เซโลน่า ที่ก่อตั้งในปี 1899 ไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอลหากแต่ชาวกาตาลัน คิดเหมือนกันว่า บาร์เซโลน่าคือ สัญลักษณ์อย่างหนึ่งในการต่อสู้ของชาวกาตาลัน

สโมสรบาร์เซโลน่า คืออัตลักษณ์แห่งกาตาโลเนีย

ความต้องการแยกตัวจากสเปน ทำให้ชาวกาตาโลเนีย ต้องการการยอมรับจากยุโรป และ ฟุตบอลก็ดูเหมือนจะเป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีที่สุด สโมสรบาร์เซโลน่าที่ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1899 และ กลายเป็นสโมสรที่ชาวกาตาโลเนีย ต้องการประกาศความยิ่งใหญ่ของตนเองให้โลกรู้

ในยุคสมัยที่ สเปน อยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการของนายพลฟรังโก แคว้นกาตาลัน ถูกดำเนินการอย่างเข้มงวดในการจำกัดความเป็นอัตลักษณ์ของชาวกาตาโลเนีย ไม่ว่าจะเป็นการห้ามใช้ภาษากาตาลัน วัฒนธรรมท้องถิ่น เวลานั้นชาวกาตาโลเนีย เหลือพื้นที่เพียงในสนามฟุตบอลของสโมสรบาร์เซโลน่าเท่านั้นในการประกาศความเป็นตัวตนของตนเอง พวกเขาใช้สนามของสโมสรเป็นที่นัดพูดคุยกันด้วยภาษากาตาลันในวันที่มีการแข่งขันฟุตบอล

ศึกเอลกาซิโก้ ที่คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นการพบกันของสองสโมสรใหญ่ หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว การพบกับของสองทีมนี้ มีสัญลักษณ์และนัย แฝงอยู่ เพราะ เรอัล มาดริด เป็นทีมที่มาจากเมืองหลวง เปรียบเสมือนตัวแทนของนายพลฟรังโก้ ขณะที่ บาร์เซโลน่า ทีมท้องถิ่นกาตาลัน คือตัวแทนขบถ ที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระ ดังนั้นชัยชนะของบาร์เซโลน่า เหนือ เรอัล มาดริด จึงมิใช่เป็นเพียงแค่ ชัยชนะในเกมฟุตบอล แต่คนกาตาลัน ต่างรู้สึกเหมือนกันว่าคือชัยชนะของพวกเขาที่อยู่เหนือนายพลฟรังโก้ และ รัฐบาลกลางของสเปน

อิสรภาพบนเส้นขนาน

การต่อสู้ของชาวกาตาลัน เพื่อประกาศตนเป็นอิสรภาพจากสเปนนับตั้งแต่ศรวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นการต่อสู้ที่ไม่สามารถหาจุดบรรจบกับรัฐบาลกลางของสเปนได้ ด้วยเหตุสำคัญประการแรกคือ แคว้นกาตาลัน นั้นเป็นแคว้นที่เรียกได้ว่า มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งมากที่สุดในบรรดาแคว้นทั้งหมดของสเปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์กลางของแคว้นอย่างเมืองบาร์เซโลน่า นั้น เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในยุโรป หากสเปนต้องสูญเสียแคว้นกาตาลัน นั่นหมายถึงการสูญเสียเงินภาษีกว่าร้อยละ 20 ที่รัฐบาลกลางสเปนเคยได้รับในทุกปี

นอกจากนี้แล้วรัฐบาลสเปน ยังคงกังวลถึงผลกระทบแบบโดมิโน เพราะไม่เพียงแค่กาตาลันเท่านั้นที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระจากสเปน หากแต่แคว้นใหญ่อีกแคว้นอย่าง บาสก์ ก็เคยมีความคิดในการแยกตัวจากสเปนมานานแล้วเช่นกัน แต่แคว้น บาสก์เพิ่งยอมเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลสเปน จนกระทั่งกลุ่มกบฏยอมวางอาวุธและล้มเลิกแนวคิดการแบ่งแยกดินแดนในปี 2554 และแน่นอนว่ารัฐบาลสเปนคงไม่อยากปลุกผีกบฏจากแคว้นบาสก์ ขึ้นมาอีกรอบ และคงรอเวลาอันเหมาะสมที่จะเริ่มเปิดโต๊ะเจรจากับผู้นำของทางแคว้นกาตาลัน แม้ทางฝ่ายกาตาลันจะออกมาบอกแล้วว่าเหตุการณ์ในเวลานี้ได้เลยช่วงของการเจรจาไปแล้วก็ตาม  และในช่วงเวลาที่ยังหาปลายทางมาบรรจบกันไม่ได้ เชื่อว่าความขัดแย้งและการเรียกร้องยังคงมีอยู่ต่อไป และจะกระทบไปยังส่วนไหนบ้าง นับเป็นเรื่องที่น่าติดตามยิ่ง กับมหากาพย์อิสรภาพของกาตาลัน