ปัจจุบันแต่ละองค์กรกำลังให้
เริ่มจาก Scope 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง จากกิจกรรมของธุรกิจเอง และมักมีผลกระทบต่อธุรกิจมากที่
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิ
ดขึ้นจากการเผาไหม้ที่อยู่กับที่ เช่น การผลิตไฟฟ้า ความร้อนและไอน้ำที่ใช้ เองภายในองค์กร การเผาไหม้ของอุปกรณ์หรือเครื่ องจักรที่องค์กรเป็นเจ้าของ เช่น การเผาไหม้ของ Generator การเผาไหม้ LPG เพื่อปรุงอาหาร การเผาไหม้ของเชื้อเพลิ งประเภทต่าง ๆ โดยเก็บข้อมูลปริมาณเชื้อเพลิ งที่ใช้ในแต่ละเครื่องจักรและอุ ปกรณ์ ใช้หน่วยเป็นลิตรหรือกิโลกรัม - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิ
ดขึ้นจากการเผาไหม้ที่มีการเคลื่ อนที่ เช่น การเผาไหม้ของเชื้อเพลิ งจากยานพาหนะที่องค์กรเป็นเจ้ าของ เช่น รถยนต์ รถบรรทุก รถโฟล์คลิฟท์ รถตัดหญ้า หรือยานพาหนะที่องค์กรมี อำนาจในการควบคุมปริมาณการใช้ เชื้อเพลิง เช่น รถเช่า เรือ เครื่องบิน รถไฟ เฮลิคอปเตอร์ นำมารวมทั้งหมด การเก็บข้อมูลส่วนนี้ค่อนข้างง่ าย เพราะปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่มั กจะมีระบบจัดเก็บอยู่แล้วว่าแต่ ละเดือนใช้เชื้อเพลิงไปกี่ลิตร - การปล่อยก๊าซเรื
อนกระจกโดยตรงจากกระบวนการผลิต ไม่ได้เกิดจากการเผาไหม้ โดยตรงจากเชื้อเพลิง แต่เกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมี ในกระบวนการผลิต เช่น กระบวนการ Calcinations ของการผลิตปูนซีเมนต์ - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิ
ดขึ้นจากการรั่วไหลและอื่น ๆ เช่น การบำบัดน้ำเสีย หรือการรั่วไหลของสารทำความเย็น โดยสามารถดูได้จากการซ่อมบำรุง - การปล่อยก๊าซเรื
อนกระจกโดยตรงจากของชีวมวล (ดินและป่าไม้) เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิ นจากพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่ เกษตรกรรม หรือการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล เช่น เอทานอล หรือไบโอดีเซล
โดย Scope 1 ธุรกิจสามารถลดการปล่อยก๊าซเรื
Scope 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงานที่องค์กรซื้
- การใช้พลังงานหมุนเวียน ด้วยการติดตั้งระบบพลังงานหมุ
นเวียน เช่น แผงโซลาร์เซลล์หรือกังหันลม เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือซื้อพลังงานหมุนเวียน - การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้
พลังงาน เช่น เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบประหยั ดพลังงาน หรือปรับปรุงระบบจัดการพลังงาน - การเพิ่มความรับรู้
และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การประหยัดพลังงานภายในองค์กร เช่น การฝึกอบรมและการสื่อสารเกี่ ยวกับการประหยัดพลังงาน หรือทำโปรแกรมลดการใช้พลั งงานให้พนักงานมีส่วนร่วม - คอยตรวจสอบติดตามและวิ
เคราะห์การใช้พลังงาน พร้อมทั้งรายงานผลและตั้งเป้ าหมาย - ร่วมมือกับผู้ให้บริการพลั
งงาน เพื่อพัฒนาทางเลือกพลังงานที่ สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Scope 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้
- ต้นน้ำ (Upstream) ประกอบด้วย การผลิตสินค้าหรือบริการที่องค์
กรซื้อมาใช้ การผลิตและการขนส่งสินค้าทุน กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้ อเพลิงและพลังงาน การขนส่งและการจัดจำหน่ายสินค้ าหรือวัตถุดิบต้นน้ำมาถึงองค์กร การจัดการของเสียที่เกิดขึ้ นจากกิจกรรมขององค์กร การเดินทางเพื่อธุรกิจ การเดินทางไป-กลับของพนักงาน และสินทรัพย์ที่องค์กรเช่า - ปลายน้ำ (Downstream) ประกอบด้วย การขนส่งและการจัดจำหน่ายสินค้
าออกจากองค์กร การแปรรูปสินค้าที่องค์กรจำหน่ าย การใช้ผลิตภัณฑ์โดยลูกค้า การจัดการของเสียของสินค้าหลั งการใช้งานหรือหมดอายุ การปล่อยเช่าสินทรัพย์ที่องค์ กรเป็นเจ้าของ กิจกรรมของแฟรนไชส์ที่องค์กรเป็ นเจ้าของ และการลงทุนในกิจการหรื อโครงการต่าง ๆ ซึ่งการจัดการการปล่อยก๊าซเรื อนกระจก ใน Scope 3 มีวิธีการหลัก ๆ ดังนี้
- การวางแผนและการประเมินผล ทำการวางแผนระยะยาว เพื่อลดการปล่อยก๊าซในซั
พพลายเชน และการติดตามประเมินผล - การให้ข้อมูลและการรายงาน การเก็บรวบรวมข้อมู
ลและการรายงานการปล่อยก๊าซใน Scope 3 อย่างโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสี ย รวมถึงการเผยแพร่ความสำเร็ จและความท้าทายในการลดการปล่ อยก๊าซเรือนกระจก - การมีส่วนร่วมของซัพพลายเชน ซึ่งต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องของ ลูกค้า คู่ค้า หรือผู้เช่าสินทรัพย์ เพื่อช่วยกันสนับสนุนให้หั นมาปรับปรุงกระบวนการผลิต เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่ อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมไปถึงการขอข้อมูลการปล่อยก๊ าซเรือนกระจก และการจัดทำโครงการลดการปล่อยก๊ าซเรือนกระจกร่วมกัน
ซึ่งปัจจุบันทางองค์การบริหารจั
ในการรายงานคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร สามารถนำไปขึ้นทะเบียนที่องค์
กิจกรรมในการจัดการคาร์บอนฟุ






























