Queen of Divorce ยินดีด้วยนะคะที่ได้ “หย่า”

ภาพจาก viu

ไม่รู้ว่าคอซีรีส์เกาหลีจะรู้สึกเหมือนกันบ้างไหม ว่าช่วงนี้ซีรีส์เกาหลีมีพล็อตเรื่องเกี่ยวข้องกับการแต่งงานและปัญหาชีวิตหลังการแต่งงาน ออกมาค่อนข้างที่จะถี่มากเลยทีเดียว จริง ๆ แต่ละเรื่องมันก็มีพล็อตอื่นผสมอยู่ด้วยนะ ทำให้แต่ละเรื่องมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน แต่ก็รู้สึกสัมผัสได้ว่าเหมือนเป็นเทรนด์ว่าถ้าในช่วงนี้เน้นซีรีส์แนวนี้ ก็จะได้เห็นเรื่องที่มีพล็อตใหญ่ร่วมกันค่อนข้างบ่อย แค่ในคอลัมน์นี้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันก็มีประมาณ 4-5 เรื่องเข้าไปแล้ว ยังไม่นับรวมที่เตรียมออนแอร์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอีก ก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานอยู่อีกหลายเรื่องเหมือนกัน

ซึ่งในสัปดาห์นี้ ก็ขอแนะนำซีรีส์ที่เกี่ยวกับการแต่งงานอีกเรื่องละกัน แต่เป็นการแต่งงานที่กำลังจะถึงจุดสิ้นสุด ซึ่งก็คือ “การหย่าร้าง” ดำเนินการโดยทีมงานสุดมืออาชีพและมากด้วยประสบการณ์ตรง ที่จะมาช่วยแนะนำทางออกของปัญหาเกี่ยวกับการหย่าร้าง ให้กับลูกค้าที่ประสบปัญหาไม่เป็นธรรมในชีวิตคู่ โดยจะต่อสู้ด้วยอำนาจทางกฎหมายลงโทษเหล่าสามีภรรยาที่ทำให้คู่ของตัวเองต้องทนทุกข์ทรมาน ใครมีปัญหาชีวิตคู่และอยากฟ้องหย่า มาปรึกษาบริษัทที่ดูแลเรื่องการหย่าร้าง SOLUTIOn ได้เลย

Queen of Divorce (ซับไทยที่ viu) เป็นเรื่องราวการทำงานของทีมงานบริษัท SOLUTIOn ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแก้ปัญหาเรื่องการหย่าร้าง นำทีมโดยหัวหน้าทีมที่มีประสบการณ์ตรงทั้งการที่เคยเป็นทนายความดูแลลูกความที่ฟ้องหย่า และเป็นผู้ที่ประสบภัยการหย่าร้างด้วยตนเอง เธอเคยเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลสำนักงานกฎหมายชื่อดังระดับประเทศ แต่ถูกสามีที่ฉลาดแกมโกงและแม่ผัวเจ้าเล่ห์ทรยศจนสูญเสียทุกอย่าง หลอกให้หย่าโดยไม่รู้ตัว หาเรื่องให้เธอเป็นคนที่ต้องรับผิดในคดีหนึ่งแล้วโยนเธอเข้าซังเตเพื่อกำจัดเธอให้พ้นทาง จากนั้นก็พรากลูกของเธอไปอีก หลังจากพ้นโทษ เธอจึงหันมาทำหน้าที่เป็นนักแก้ปัญหาการหย่าร้าง ในบริษัทที่ดูแลเรื่องคดีหย่าร้างโดยเฉพาะ

ภาพจาก FB: JTBC Drama

บริษัทนี้ ประกอบไปด้วยนายทุนเงินหนา ผู้ที่เคยชนะคดีฟ้องหย่าเพราะนางเอกช่วยไว้ หัวหน้าทีมผู้โชกโชนไปด้วยประสบการณ์คดีหย่า แต่เธอถูกยึดตั๋วทนายเพราะการรับโทษจำคุก อดีตอัยการมือดีที่ลาออกเพราะทนความอยุติธรรมในหน่วยงานที่ให้ความยุติธรรมไม่ไหว อดีตสายสืบฝีมือฉมังที่ขุดข้อมูลเก่ง เพราะมีเครือข่ายแฟนเก่าเป็นตำรวจ และแฮกเกอร์จอมแสบที่ขุดคุ้ยเรื่องในระบบได้แทบทุกอย่าง พวกเขาเหล่านี้มีหน้าที่เจรจาคดีหย่าร้าง ทำโทษคู่แต่งงานที่กระทำผิด รวมถึงคอยช่วยเหลือคู่แต่งงานที่ได้รับความอยุติธรรมในระหว่างขั้นตอนการฟ้องหย่า

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาให้ลูกความที่ต้องทนทุกข์กับสถานะการแต่งงาน แต่ยังต้องจัดการปัญหาของตัวเองด้วย เพราะนางเอกถูกพรากลูกไปด้วยกฎหมาย เพราะเธอเผลอสะเพร่าไว้ใจอดีตสามี การจะทวงลูกคืน เธอจึงต้องสร้างความชอบธรรมขึ้นมาเอง และทำให้บริษัทของครอบครัวอดีตสามีพบเจอกับความพินาศ เพื่อให้เธอได้สิทธิ์การเลี้ยงลูกกลับมา รวมถึงภารกิจหัวใจกับพาร์ตเนอร์ด้านธุรกิจที่ในอดีตเคยเป็นพาร์ตเนอร์หัวใจกันมาก่อน แฟนเก่าที่วนมาทำงานด้านหย่าร้างด้วยกัน หากปรับความเข้าใจกันได้ ในอนาคตพวกเขาจะกลายเป็นพาร์ตเนอร์ชีวิตกันได้อย่างไร

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ในส่วนของนักแสดง เป็นอีกประเด็นที่ชาวเน็ตฮือฮากันพอสมควร โดยเฉพาะนางเอกที่รับบทโดยนักแสดง “อีจีอา” ผู้สาวที่ได้รับแต่บทภรรยาสุดชีช้ำ เตียงหักถี่ยิบ จนทำให้ชาวเน็ตแทบจะตั้งกระทู้ถามว่าพี่สาว “อีจีอา” จะได้เจอสามีดี ๆ ตอนกี่โมง 555 เล่นเรื่องไหนก็เจอแต่ผัวที่ดีกรีความชั่วทะลุกราฟ พบเจอแต่มรสุมชีวิต อ้าแขนรับแต่วิบากกรรมจากผัวจนสะบักสะบอมทุกเรื่อง ส่วนพระเอก คือนักแสดง “คังกียอง” ที่ได้รับบทพระเอกครั้งแรกทั้งที่โลดแล่นในวงการมานาน และมีผลงานโดดเด่นหลายเรื่อง ที่เตะตาชาวเน็ตมาก ๆ ก็คือบทหัวหน้าทนายของนางเอกที่เป็นทนายออทิสติก จากเรื่อง Extraordinary Attorney Woo นั่นเอง

ผู้หญิงที่น่าสมเพชที่สุดก็คือ คนที่ดูแลสามีครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่อยากให้คนอื่นยกตัวเองเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน

ภาพจาก FB: JTBC Drama

จะบอกว่าคำพูดข้างต้นนี้ คือออเดิร์ฟเบา ๆ (เบาที่สุดแล้ว) ที่คุณจะได้เจอเมื่อเปิดใจเปิดซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาดู มันเป็นคำพูดที่แม่ผัวสรรหามาใช้พูดเหน็บแนม จิกกัดนางเอกซึ่งเป็นลูกสะใภ้มาเป็นเวลาหลายปี ช่วงแรก ๆ นางเอกก็ได้แต่อดทนฟังเฉย ๆ แต่พอมาช่วงหลัง ๆ ก็จะเห็นว่าเธอเองก็มีโต้ตอบกลับไปบ้างเหมือนกัน ใครที่ได้อ่านความเลวร้ายของยัยป้านี่แล้วอินตามจนถึงขั้นที่ต้องไปเปิดซีรีส์ดูล่ะก็ แปลว่าคนเขียนบทเขาทำการบ้านมาดี 555 แต่ค่ะแต่! อย่าเพิ่งฮือฮากับความปากตะไกรของยัยป้ามหาประลัยนี่เพราะคำพูดแค่นี้เชียวนะคะ นี่มันแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้ว สิ่งที่ยัยป้านี่ทำกับนางเอกไว้ ควรค่าแก่การทะลุจอไปหยุมหัวเท่านั้น!

ภาพจาก FB: JTBC Drama

จะว่าไปสิ่งที่ยัยป้านี่ทำ มันก็เข้าทำนอง “เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง” อยู่เหมือนกัน ยัยป้านี่ไม่ยอมรับลูกสะใภ้คนนี้ตั้งแต่ที่ลูกชายตัวเองพาเข้าบ้าน แต่พอลูกสะใภ้มีหลานชายให้ ก็หลงหลานชายหัวปักหัวปำ ประคบประหงม อะไรต่ออะไรก็หาประเคนให้เด็กมันทุกอย่าง และเหมือนพยายามจะล้างสมองเด็กให้เข้าใจแม่ตัวเองแบบผิด ๆ ด้วย และช่วงหลัง ๆ ที่นางเอกปีกกล้าขาแข็งกับนางมากขึ้น นางจึงพยายามกำจัดนางเอกออกไปให้พ้นทาง กีดกันไม่ให้เด็กได้อยู่กับแม่ และพรากเด็กออกไปจากอกแม่ พูดง่าย ๆ ก็คือใช้หลานชายและความรักของนางเอกที่มีต่อลูกเป็นเครื่องมือบีบนางเอกจนจนมุม แล้วเดินเครื่องทำลายนางเอกจนชีวิตป่นปี้ รักหลานแบบใดเอ่ย?

ภาพจาก FB: JTBC Drama

แต่ถ้าถามว่าทำไมนางเอกถึงยังอดทนแล้ว อดทนอยู่ อดทนต่อในบ้านที่เป็นเหมือนกับนรกนี้ ยอมทำตามคำบัญชาของแม่ผัวและตัวผัวทุกอย่างอย่างเชื่อฟัง ไม่ต่างอะไรจากเป็นขี้ข้า เชื่อว่าเธอก็คงมีเหตุผลของเธอแหละ เรื่องหนึ่งที่นึกออกก็คือ เรื่องลูกชายของเธอเอง ส่วนอีกเรื่องที่ทำเธอหัวเสียอยู่บ่อย ๆ ก็คือเรื่องหน้าที่การงาน เป็นถึงลูกสะใภ้ของสำนักงานกฎหมายที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมตัวเองก็มีความสามารถสูงที่จะเอาชนะในศาล แต่เธอกลับอยู่ในฐานะทนายความธรรมดา ๆ ไม่ได้เป็นกรรมการบริหาร ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเรียกแม่สามีว่าแม่ด้วยซ้ำ ทำดีแค่ไหนก็ถูกเมิน อยู่บ้านก็ไม่ต่างกับคนรับใช้ รวยขนาดนั้น แต่ต้องดูแลสามีถึงขั้นรีดกางเกงในให้ใส่กันเลยทีเดียว

ในโลกการหย่าร้าง คนที่ต้องทุกข์ทรมานและเสียสละตัวเอง ควรได้ปล่อยหมัดพิฆาตปิดสังเวียน ถึงจะเรียกว่าความยุติธรรมค่ะ

จำได้ว่าไม่นานมานี้ เคยเขียนแสดงความคิดเห็น (ใส่อารมณ์) ของตัวเองเอาไว้ในคอลัมน์นี้นี่แหละ ว่าการแต่งงานเป็นเรื่องที่ชวนคลื่นเหียนที่สุดแล้วในความรัก แต่อาจจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรว่าพูดถึงในซีรีส์เรื่องไหน ช่วงหลัง ๆ มานี้มีซีรีส์ที่เป็นพล็อตแนวปัญหาหลังการแต่งงานออกมาค่อนข้างจะติด ๆ กัน อย่าง Marry My Husband ที่มาในพล็อตของสามี (และแม่สามี) ขยะเปียกรีไซเคิลไม่ได้ กับเพื่อนรักเพื่อนร้ายที่ลักลอบเล่นชู้กันลับหลังนางเอกที่ป่วยอยู่ในสภาพใกล้ตาย และทั้งคู่ก็ร่วมกันลงมือฆ่านางเอกตาย อย่างไรก็ดี เรื่องนี้มีพล็อตแฟนตาซี เพราะนางเอกได้มีโอกาสย้อนกลับไปมีชีวิตก่อนตัวเองจะแต่งงาน เพื่อแก้ไขทุกอย่างไม่มีจุดจบแบบเดิมที่เคยเป็น

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ส่วนอีกเรื่อง LTNS (Long Time No Sex) นี่ก็เป็นอีกประเด็นที่คู่แต่งงานมักจะมีปัญหา ทั้งที่ก่อนหน้าที่จะแต่งงานกันเคยเป็นคู่เดตที่มีความสัมพันธ์เร่าร้อนกันแท้ ๆ หลังแต่งงานกลายเป็นคู่รักร้างเซ็กซ์แรมปี พอมีอารมณ์ขึ้นมาไม่สามารถให้ความสุขกันและกันได้ กลายเป็นว่าต้องช่วยเหลือตัวเองวนไป ซึ่งจริง ๆ แลว นี่เป็นปัญหาใหญ่นะสำหรับคนเป็นสามีภรรยากัน แต่เนื่องจากลักษณะของวัฒนธรรมตะวันออกหลายชาติที่ไม่ค่อยจะพูดเรื่องเซ็กซ์กันอย่างตรงไปตรงมาเท่าไร การบ่ายเบี่ยงที่จะพูดทำให้ปัญหายิ่งลุกลาม และถูกซุกไว้ใต้พรมเสมอ จากนั้นคู่รักที่ไม่สามารถจะมีเซ็กซ์ด้วยกันได้ ดันไปรู้เรื่องที่เพื่อนมีชู้ เกิดเป็นปฏิบัติการที่ไล่ล่าตามแบล็กเมลคู่ชู้คู่อื่น เพื่อประคับประคองคู่ตัวเอง

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ส่วน Queen of Divorce บอกเล่าเรื่องราวปัญหาชีวิตคู่ของเหล่าลูกความของพระเอก-นางเอก ที่มันถึงจุดสิ้นสุดความอดทนจนจำเป็นต้องขอหย่า แต่อีกฝ่ายก็ดันไม่ตกลงที่จะหย่าให้ง่าย ๆ มันเลยกลายเป็นการฟ้องหย่า เหล่าลูกความต้องมาปรึกษากับสำนักงานกฎหมายเพื่อรวบรวมหลักฐานการฟ้องหย่า ลักษณะการเล่าเรื่องก็จะแก้ไขเป็นเคส ๆ ไป โดยพล็อตใหญ่เป็นเรื่องของนางเอกที่เป็นผู้ถูกกระทำสารพัดจากครอบครัวของอดีตสามี ความเกลียดชังและความเคียดแค้นทำให้เธอลุกขึ้นสู้เพื่อเอาสิทธิ์การเลี้ยงลูกกลับคืนมา ยอมทำเรื่องล้ำเส้นที่ตัวเองไม่เคยทำ เพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องทุกข์ทรมานและเสียสละในความสัมพันธ์แบบสามี-ภรรยา ให้ได้ความยุติธรรมและเป็นอิสระเสียที

ภาพจาก FB: JTBC Drama

เริ่มแรกของการแต่งงานใช้ชีวิตคู่ ไม่มีใครรู้หรอกว่าปลายทางมันจะเป็นแบบใด ถ้าหลาย ๆ คู่รู้ล่วงหน้าตั้งแต่แรกว่ามันจะมาลงเอยที่การฟ้องหย่ากัน ต้องเอาเรื่องราวในบ้านและเรื่องบนเตียงไปเล่าให้คนอื่นฟัง แล้วนั่งอยู่คนละฝั่งกันในศาล เชื่อเถอะว่าคงจะมีหลายคู่ทีเดียวที่คงยินดีจะจบกันไปกันก่อนที่จะแต่งงาน เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นกับคนที่เคยบอกว่ารักเราและเราก็เคยบอกว่ารักเขาเหมือนกัน ช่วงเวลาก่อนที่จะความอดทนจะสิ้นสุด คือช่วงที่มีคนต้องกล้ำกลืนเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ยังไงการจบชีวิตแต่งงานในศาลมันก็จบไม่ดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ฝ่ายที่เจ็บปวดก็ไม่ควรจะเป็นฝ่ายที่แพ้ ต้องได้ปล่อยหมัดพิฆาตปิดสังเวียนสวย ๆ นี่คือสิ่งที่ทีมนางเอกกำลังทำอยู่

ชีวิตคู่ล้มเหลวได้ด้วยเหรอ ถ้าจบกลางคันแบบฉันเรียกว่าล้มเหลว อยู่กันตลอดรอดฝั่งถือว่าประสบความสำเร็จเหรอ ชีวิตคู่ไม่มีคำว่าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวค่ะ มีแค่คนเลือกจะจบชีวิตคู่และคนที่เลือกจะรักษาชีวิตคู่ไว้

ภาพจาก FB: JTBC Drama

เป็นอีกหนึ่งข้อคิดดี ๆ จากนางเอก ผู้ที่เผชิญเรื่องราวสุดเลวระยำจากฝั่งครอบครัวอดีตสามีจนชีวิตพังยับเยิน จนกลายมาเป็นนักแก้ปัญหาด้านการหย่าร้างในที่สุด เธอเป็นอดีตทนายคนเก่งที่พ่วงตำแหน่งอดีตนักโทษ รวมถึงเป็นแม่ที่โดนพรากลูกไปจากอก เธอจึงเป็นคนที่รู้ดีที่สุดแล้วว่าไม่สามารถนิยามคำว่าล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จกับสิ่งที่เรียกว่า “ชีวิตคู่” ได้ เราอาจจะคุ้นชินว่าอะไรที่มันต้องจบลงกลางทางคือความล้มเหลว และอะไรที่อยู่ทนอยู่นานไปได้ตลอดรอดฝั่งคือประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเราลองพิจารณา “ชีวิตคู่” ดี ๆ มันล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จได้จริงเหรอ

เพราะคนเรามักเข้าใจว่าชีวิตคู่ที่ไปกันไม่รอด จนนำพาไปถึงจุดที่ต้องหย่าร้าง เลิกรา แยกทาง เพื่อจบการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเป็นความล้มเหลว แต่ในความเป็นจริง มันจำเป็นมากแค่ไหนที่เราต้อง “พยายาม” “อดทน” อยู่อย่าง “ไม่มีความสุข” เพื่อที่จะให้มันคงอยู่ตลอดไปจนเข้านิยามที่จะบอกได้ว่ามันประสบความสำเร็จ ถ้าเราให้ความสำคัญกับปลายทางที่เป็นความสำเร็จขนาดนั้น แล้วระหว่างทางที่มันไม่มีความสุขมาตลอดก็ถูกละเลยไปน่ะสิ แล้วเราจะกล้าภาคภูมิใจที่สามารถเอาไปบอกใครต่อใครว่าประสบความสำเร็จได้จริง ๆ เหรอ จะไม่รู้สึกกระดากปากจริง ๆ เหรอ

ภาพจาก FB: JTBC Drama

การอยู่กันไปตลอดรอดฝั่งที่ทำให้เข้าใจว่าประสบความสำเร็จ เมื่อมันต้องเป็นการอดทนอยู่แบบไม่มีความสุข มันจำเป็นแค่ไหนที่เราต้องทำกับตัวเองขนาดนั้น ชีวิตเราที่มีแค่ชีวิตเดียว มีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 100 ปีเนี่ย มันต้องพยายามขนาดนั้นเพื่อให้ตัวเองเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่จริงเหรอ ก่อนหน้านี้ก็อยู่คนเดียวได้ จะไม่อนุญาตให้ตัวเองกลับไปมีความสุข กลับไปมีอิสระ กลับไปยิ้มได้กว้างเท่าที่เคย เพียงเพราะกลัวว่าชีวิตคู่จะล้มเหลว เท่านี้เหรอที่เราต้องยอมแลกเพื่อให้มีคำพูดไปบอกคนอื่นว่าฉันประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ ทั้งที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร

สุดท้าย ก็อย่างที่นางเอกบอกแหละว่ามันไม่มีคำว่าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตคู่หรอก มีแค่คนที่เลือกที่จบชีวิตคู่กับคนที่เลือกจะรักษาชีวิตคู่ไว้ ก็เท่านั้น ภายใต้ปัจจัยต่าง ๆ เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่คนสองคนมานั่งพูดคุยกันแล้วว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ชั่งน้ำหนักให้ดีนี่คือเรื่องสำคัญ มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอก นี่พูดจริง ถ้ามันจะซื้อชีวิตที่มีความสุขของคนทั้งคู่ให้กลับมาได้มากกว่าตอนอยู่ด้วยกัน การหย่าก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ถ้าการอยู่ด้วยกันแบบที่เป็นอยู่นี่ไม่ได้รู้ว่าว่าต้องอดทนอะไร ไม่ได้สูญเสียความสุข ปรับตัวได้ จะรักษาชีวิตคู่ไว้ต่อไปก็เป็นเรื่องที่ดี มันไม่มีสูตรสำเร็จที่บอกได้ว่าผิดหรือถูกหรอก

ภาพจาก FB: JTBC Drama

อย่างไรก็ตาม ถ้าตกลงกันไม่ได้ มีคนหนึ่งที่อยากจบเพราะทนทุกข์ทรมานกับคู่ของตัวเองต่อไปไม่ได้อีกแล้ว แต่อีกคนที่ยังพยายามยื้อจะไปต่อด้วยเหตุผลที่เห็นแก่ตัว และยังคงทำร้ายคู่ของตัวเองต่ไปเรื่อย ๆ แบบนี้ก็เชิญมาปรึกษากับทีมของนางเอกที่ SOLUTIOn ได้เลย บอกว่าขอติดต่อ “คิมซารา” ราชินีแห่งการหย่าร้าง! รับรองเลยว่าเธอพร้อมฟาดทุกคดี มีพร้อมทั้งอดีตอัยการฝีมือดี อดีตทนายที่ถูกยึดตั๋วทนาย อดีตสายสืบจอมคุ้ยที่มีคอนเนกชันมากมายเป็นแฟนเก่า แฮกเกอร์สุดเจ๋ง รวมถึงนายทุนเงินหนาที่มีทั้งเงินและศักดิ์ศรี (แต่เธอพอใจเรื่องที่เธอมีเงินมากกว่า) ลูกความเก่าที่ฟ้องหย่าชนะและได้สินสมรสมาเพียบเพราะนางเอกนั่นแหละ พูดสั้น ๆ ว่านี่คือซีรีส์ที่ควรดู💔