Home Work & Living Living เมื่อเด็กพูดโกหก ไปจำมาจากไหน และจะรับมืออย่างไร

เมื่อเด็กพูดโกหก ไปจำมาจากไหน และจะรับมืออย่างไร

หนึ่งในปัญหาพฤติกรรมเด็กที่สร้างความกังวลใจให้กับคนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองได้มากที่สุดก็คือ “ปัญหาลูกพูดโกหก” เพราะผู้ใหญ่หลายคนก็ไม่รู้ว่าเด็กไปเอาพฤติกรรมนี้มาจากไหน ทำไมเด็กถึงพูดโกหก บรรยากาศภายในครอบครัวหรือโรงเรียนที่ทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมนี้มา หรืออาจจะเป็นกลุ่มเพื่อนของเด็ก ๆ รวมถึงมันอาจจะกลายเป็นพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ติดตัวเด็กไปจนโต การที่เด็กพูดโกหกในตอนเด็ก ๆ มันอาจจะยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต แต่ถ้าเด็กติดนิสัยแบบนี้ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ มันอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นปัญหาอาชญากรรมได้ในที่สุด

ทำไมเด็กถึงพูดโกหก

เด็กเล็กที่พูดโกหก หรือพูดเรื่องไม่จริง อาจเป็นเพราะพวกเขายังไม่สามารถแยกแยะเรื่องจริงหรือจินตนาการออกจากกันได้ ในหัวคิดอะไรหรือรู้อะไรมาก็พูดไปแบบนั้น แต่กับเด็กที่โตแล้ว วัยแยกแยะความจริงได้แล้ว พฤติกรรมการโกหกอาจเริ่มต้นมาจากสัญชาตญาณที่ต้องการจะปกป้องตัวเอง หลีกหนีในสิ่งที่ไม่ต้องการ อย่างเช่น การถูกลงโทษ เพราะรู้ดีว่าถ้าพูดความจริงออกไปจะเกิดอะไรขึ้น ในกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่เพื่อนเริ่มมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม อาจชักชวนกันไปทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกใจผู้ปกครอง พอไม่อยากให้ที่บ้านรู้ ก็ใช้วิธีโกหก ซึ่งถ้าหากว่าถูกจับได้ แล้วถูกลงโทษแรง ๆ ด่าว่าแรง ๆ กลับส่งเสริมให้การโกหกยิ่งแย่ลง เพราะจะยิ่งพยายามหาวิธีปิดบังที่แนบเนียนกว่าเดิม

หรือบางทีเด็กอาจเริ่มโกหกเพื่อให้ได้รับในสิ่งที่ต้องการก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ด้วยการสร้างเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาเล่าให้พ่อแม่ฟัง ให้พ่อแม่สนใจ หรือในเด็กที่รู้สึกว่าตนเองไม่เก่ง ก็อาจโกหกเรื่องที่ทำให้ตัวเองดูดี เพื่อให้ได้รับรางวัลหรือให้พ่อแม่ชื่นชม ยิ่งถ้าพ่อแม่เชื่อและให้ทุกอย่างตามที่เด็กต้องการ สถานการณ์การโกหกของเด็กก็จะยิ่งแย่ลงเช่นกัน เด็กจะพยายามสร้างเรื่องที่ใหญ่ขึ้น แนบเนียนขึ้น เพื่อให้ได้รับการยอมรับ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะรู้ว่าโกหกแบบนี้แล้วจะได้

หรืออีกกรณี เด็กอาจมีความผิดปกติทางด้านจิตเวช เช่น เด็กที่มีปัญหาเรื่องสติปัญญาบกพร่อง มีปัญหาด้านภาษา เด็กที่ป่วยเป็นโรคจิต ที่บางครั้งเด็กจะพูดเรื่องไม่จริง แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกส่วนตัวของเด็กมากกว่า ในเด็กบางคนพบปัญหาทางอารมณ์ของเด็ก ที่เด็กมักไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์ แต่เลือกที่จะแสดงออกทางพฤติกรรมมากกว่า และหนึ่งในพฤติกรรมที่เด็กเลือกใช้ก็คือ การพูดโกหก

พฤติกรรมการเลี้ยงลูก อาจทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่ขี้โกหก

พ่อแม่ผู้ปกครองที่พยายามจะหาสาเหตุที่เด็กชอบพูดโกหก หรือไปเรียนรู้การโกหกมาจากไหน พ่อแม่ก็อาจจะต้องลองย้อนกลับมาดูที่พฤติกรรมของตัวเองก่อน ว่ามีส่วนทำให้ลูกเป็นเด็กขี้โกหกหรือเปล่า เพราะสิ่งที่พ่อแม่ปฏิบัติต่อลูกนี่แหละมีส่วนอย่างมากในการปลูกฝังให้เด็กกลายเป็นคนขี้โกหกได้ หากจุดเริ่มต้นของการที่เด็กพูดโกหก มาจากสัญชาตญาณที่ต้องการปกป้องตัวเอง แปลว่าสิ่งที่พ่อแม่ทำกับพวกเขาทำให้พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัย ต้องปกป้องตัวเอง หลัก ๆ ก็คือ กลัวจะถูกทำโทษ กลัวถูกดุว่าแรง ๆ เด็กจึงมีแนวโน้มที่จะใช้วิธีโกหกเพื่อเอาตัวรอดไปเรื่อย ๆ ซึ่งพฤติกรรมของพ่อแม่ที่มีส่วนปลูกฝังให้เด็กโกหก (เพื่อเอาตัวรอด) ก็อย่างเช่น

  • การไม่คุยกับลูกด้วยเหตุและผล พ่อแม่หลายคนมักแสดงพฤติกรรมไม่มีเหตุผลเวลาที่จะดุหรือสอนลูก ไม่คุย ไม่ถาม แต่ใช้อารมณ์ในการตัดสิน ดุด่า ทำโทษรุนแรงโดยไม่เคยเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดหรืออธิบายเหตุผลของตัวเอง เมื่อเจอแบบนี้บ่อย ๆ เด็กจะยิ่งโกหกเพื่อเอาตัวรอดและปกป้องตัวเองจากการถูกลงโทษแบบไม่มีเหตุผล
  • การเอาตัวเองเป็นใหญ่ ไม่เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่เปิดใจฟังสิ่งที่เด็กพูด คอยจะตำหนิเวลาที่เด็กเล่าอะไรให้ฟังเสมอ นอกจากเด็กจะเริ่มออกห่าง ไม่เล่าอะไรให้พ่อแม่ฟังแล้ว เด็กหลายคนก็ใช้วิธีโกหกเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกต่อว่าจากเรื่องที่เคยโดน
  • การแสดงท่าทีไม่ไว้วางใจลูก เพราะความเชื่อใจเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนอยากได้จากพ่อแม่ หากเด็กมีความจริงใจด้วย แต่พ่อแม่กลับทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อในสิ่งที่พูด และคอยจับผิด ก็มีแนวโน้มที่เด็กจะใช้วิธีโกหกเพื่อให้เกิดผลตรงกันข้าม โกหกไปในทิศทางที่พ่อแม่คาดหวัง เพื่อให้พ่อแม่ไว้วางใจในตัวเองมากขึ้น
  • การซ้ำเติมเด็ก ความผิดพลาดเล็ก ๆ เพียงครั้งเดียว แต่ถูกนำมาตอกย้ำและซ้ำเติมอยู่เสมอ ทำให้เด็กพยายามปกปิดและไม่ยอมรับความผิดของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไม่ต้องการจะฟังคำพูดซ้ำเติมนี้อีก ต่อไปเด็กอาจไม่ได้มีแค่พฤติกรรมโกหก แต่อาจมีพฤติกรรมไม่ยอมรับผิด โทษคนอื่นด้วย

รับมือพฤติกรรมโกหกของลูก

พฤติกรรมโกหกของเด็ก เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องรีบหาแนวทางมารับมือ ก่อนที่จะติดเป็นนิสัยและสถานการณ์ในการโกหกจะแย่ลงเรื่อย ๆ โดยสามารถนำเอาวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ได้

1. ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกอยู่เสมอ ครอบครัวที่พ่อแม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก ลูกมักจะเปิดใจเล่าเรื่องราวต่าง ๆ หรือขอคำปรึกษาตามความเป็นจริง เพราะพวกเขามั่นใจในความรักและความหวังดีของพ่อแม่จากการกระทำของพ่อแม่เอง ไม่เคยมีพฤติกรรมอะไรที่ทำให้เด็กต้องหันไปใช้วิธีโกหกเพื่อเอาตัวรอด

2. การสอนด้วยเหตุและผล ต้องปลูกฝังกันมาตั้งแต่ยังเด็กมาก ๆ ให้เด็กเข้าใจว่าความจริงคืออะไร ทำไมเราถึงควรจะพูดแต่ความจริง การโกหกไม่ดีอย่างไร แล้วทำไมเราถึงไม่ควรจะพูดโกหก

3. ไม่ควรใช้อารมณ์โมโห ตำหนิ ด่า ต่อว่ารุนแรง หรือลงโทษอย่างรุนแรงเมื่อลูกทำผิด อย่าพาลตำหนิไปที่ตัวตนเด็ก แต่ควรจัดการเฉพาะพฤติกรรมที่ผิดเท่านั้น และใช้เหตุผลในการคุยกันเพื่อให้ลูกจะกล้ายอมรับความจริงในสิ่งที่ตนทำ ไม่ปิดบังความผิด ซึ่งเมื่อผิดก็ต้องถูกลงโทษโดยไม่มีการใจอ่อน ไม่มีการเข้าข้าง อย่าให้ท้ายพฤติกรรมไม่ดี ก่อนลงโทษให้ชื่นชมที่กล้าสารภาพผิด และแนะนำว่าเขาควรทำอย่างไรต่อไป

4. มีความไว้วางใจให้ลูก ก่อนที่เด็กจะเริ่มต้นโกหก พวกเขาเริ่มต้นเข้าหาพ่อแม่ด้วยความจริงเสมอ แต่เมื่อเจอการกระทำที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่ากำลังโดนระแวง กำลังโดนตราหน้าว่าเป็นเด็กขี้โกหก รู้สึกเหมือนเป็นพวกกระทำผิด พวกเขาก็จะใช้วิธีโกหกให้ไปในทิศทางที่พ่อแม่อยากได้ยินเพื่อให้พ่อแม่หยุดซักถามหรือปล่อยเขาไปจากวงไต่สวน

5. การฝึกความรับผิดชอบ หากเด็กถูกฝึกเรื่องความรับผิดชอบมาแต่เด็ก พวกเขาจะรู้หน้าที่ว่าต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อนถึงจะออกไปเล่นไปเที่ยวได้ ในเมื่อสิ่งที่พ่อแม่คาดหวังพวกเขาทำเสร็จจบแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องโกหกเพราะกลัวถูกดุถูกตี

6. ควรหลีกเลี่ยงการลงโทษที่รุนแรง เพราะการลงโทษเป็นเพียงการแก้ไขที่ปลายเหตุ ยังมีทางออกที่ดีกว่า คือ การพูดจาเพื่อทำความเข้าใจถึงเหตุผลของลูก ซึ่งพ่อแม่ก็ต้องสงบพอที่จะรับฟังลูกอย่างจริงใจ ทำผิดต้องถูกลงโทษก็จริง แต่ต้องเป็นการลงโทษที่เหมาะสม และคุยกันด้วยเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นเรื่องผิด ทำไมถึงต้องโดนลงโทษ 

7. ให้คุณค่าในความซื่อสัตย์ การชมเชย การถูกยกย่องเมื่อทำดี จะทำให้เด็กรู้ว่าเมื่อทำแบบนี้ก็จะถูกชมเชย มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา ในขณะที่ทุกครั้งที่โกหก กลับทำให้ภายในใจไม่มีความสุข ความรู้สึกระหว่างเป็นคนซื่อสัตย๋กับเป็นคนโกหกมันต่างกัน

8. การเป็นแบบอย่างที่ดี ข้อนี้สำคัญมาก ไม่อยากให้ลูกพูดโกหกก็ต้องไม่โกหกใส่ลูกหรือโกหกให้ลูกเห็น เพราะเด็กอาจเลียนแบบจนติดเป็นนิสัย ด้วยเข้าใจผิดว่าการโกหกเป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้

9. พยายามสังเกตว่าลูกมีอาการป่วยทางจิตเวชหรือไม่ การโกหก มีหลายกรณีที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติในเด็ก เด็กอาจพูดโกหกโดยไม่ตั้งใจ แต่เป็นอาการมาจากการเจ็บป่วย ถ้าเป็นกรณีนั้น ควรพาเด็กไปพบจิตแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม