ต้องบอกว่า The World of Studio Ghibli’s Animation Exhibition Bangkok 2023 หรือนิทรรศการแอนิเมชันของสตูดิโอจิบลิ (STUDIO GHIBLI) ค่ายแอนิเมชันในตำนานจากญี่ปุ่น ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่ 1,890 ตารางเมตรของเซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากบรรดาแฟน ๆ แอนิเมชันสตูดิโอจิบลิเป็นอย่างมาก ด้วยยอดขายบัตรเข้าชมสูงถึง 100,000 ใบ ทำให้ผู้จัดนิทรรศการอย่าง ไลฟ์ เนชั่น เทโร (Live Nation Tero) ขยายเวลาจัดนิทรรศการนี้ออกไปจนถึงช่วงต้นปีหน้า พร้อมเพิ่มโซนใหม่ “Hall of Fame”
ตลอดระยะเวลาของการจัดนิทรรศการนาน 3 เดือน เชื่อว่าสาวกจิบลิหลาย ๆ คนน่าจะมีโอกาสได้ตีตั๋วเข้าไปชมนิทรรศการจิบลิสุดยิ่งใหญ่ และได้สัมผัสกับจักรวาลจิบลิกันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ซึ่งภายในนิทรรศการ จัดแสดงชิ้นงานในรูปแบบ Installations โดยคัดเอาซีนเด็ดจากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องดังของสตูดิโอจิบลิรวมทั้งสิ้น 10 เรื่อง มาถ่ายทอดเป็นนิทรรศการ จากภาพสองมิติในจอภาพยนตร์ สู่สามมิติในโลกความเป็นจริง พร้อมทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงเพลงประกอบ ทำให้เหล่าสาวกจิบลิได้สัมผัสกับโลกแห่งจินตนาการในความทรงจำอย่างใกล้ชิด
และด้วยเสียงตอบรับที่มีอย่างล้นหลาม ทางผู้จัดจึงได้ขยายเวลาการจัดนิทรรศการยาวออกไปจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2567 จากกำหนดการเดิมที่จะสิ้นสุดการจัดนิทรรศการในวันที่ 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีเซอร์ไพรส์เพื่อแฟนจิบลิตัวยงที่รับรองได้เลยว่าจะต้องตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือการเพิ่มนิทรรศการโซนใหม่ “Hall of Fame” ซึ่งได้รวบรวมภาพเบื้องหลังการทำงานของทีมโปรดักชันจากสตูดิโอจิบลิ และพิเศษสุดสำหรับแฟนจิบลิชาวไทยโดยเฉพาะ กับผลงานภาพสเก็ตช์งานบางส่วน ลายเส้นจากอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้ก่อตั้งและผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชันของสตูดิโอจิบลิ ที่ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น!
นิทรรศการเดิมยังอยู่ เพิ่มเติมคือโซนใหม่
สำหรับใครที่เคยเข้าชมนิทรรศการจิบลิในรอบที่แล้ว ในรอบใหม่นี้ คุณก็ยังจะได้พบกับนิทรรศการเดิมอีกครั้ง ดังนั้น ถ้าครั้งที่แล้วใครถ่ายภาพมาไม่สวย หรือลืมถ่ายผลงานชิ้นไหนไหนมา นิทรรศการรอบใหม่นี้ คุณสามารถกลับไปแก้มือที่โซนเดิมได้ ฉากจากอนิเมะทั้ง 10 เรื่องยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่เหมือนจะมีป้ายนิเทศเพิ่มขึ้นมา เพื่อระบุว่าชิ้นงานที่จัดแสดงอยู่นี้มาจากแอนิเมชันเรื่องอะไร พร้อมเรื่องย่อด้วย ซึ่งแอนิเมชันจิบลิทั้ง 10 เรื่องที่ยังคงอยู่ในนิทรรศการ ได้แก่
- My Neighbor Totoro (โทโทโร่เพื่อนรัก)
- Howl’s Moving Castle (ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์)
- Spirited Away (มิติวิญญาณมหัศจรรย์)
- KiKi’s Delivery Service (แม่มดน้อยกิกิ)
- Princess Momonoke (เจ้าหญิงโมโนโนเกะ)
- Castle in the Sky (ลาพิวต้า พลิกตำนานเหนือเวหา)
- Porco Rosso (พอร์โค รอสโซ สลัดอากาศประจัญบาน)
- Nausicaä of the Valley of the Wind (มหาสงครามหุบเขาแห่งสายลม)
- Pom Poko (ปอมโปโกะ ทานูกิป่วนโลก)
- Ponyo on a Cliff by the Sea (โปเนียว ธิดาสมุทรผจญภัย) *จัดแสดงกลางแจ้ง ด้านหน้าห้างฯ ฝั่งถนนพระราม 1
สำหรับใครที่ยังไม่เคยเข้าชมนิทรรศการจิบลิ บอกเลยว่านี่คืออาณาจักรจิบลิสุดยิ่งใหญ่ที่จะทำให้สาวกจิบลิได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์โลกแห่งจินตนาการ ฉากเด็ดฉากดัง ซีนสำคัญของแอนิเมชันเรื่องดังอย่างใกล้ชิดถึง 10 เรื่อง ทั้งผืนป่าและป้ายรถเมล์ของโทโทโร่ เยี่ยมเยือนโรงอาบน้ำโลกวิญญาณและขึ้นรถไฟแห่งวิญญาณไปกับเจ้าคาโอนาชิ หรือขี่ไม้กวาดไปกับกิกิพร้อมแวะรับของที่ร้านขนมปังของโอโซโนะ รวมไปถึงไฮไลต์พิเศษคือ ลาปูต้า (Laputa) ปราสาทกลับหัว จากเรื่อง Castle in the Sky ที่นำมาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ เป็นที่แรก และกิจกรรมตามล่าตัวปั๊มประจำห้องจัดแสดงของอนิเมะแต่ละเรื่องก็ยังมีอยู่เช่นเดิม อย่าลืมแวะปั๊มกันให้ครบทั้ง 10 เรื่องกันด้วยนะ!
ส่วนนิทรรศการจิบลิรอบใหม่นี้ เพิ่มโซนพิเศษที่จัดแสดงนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกอย่างโซน Hall Of Fame ซึ่งเป็นโซนที่บอกเล่าถึงเรื่องราวการทำงานของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิและทีมงานทุกคนว่า “กว่าจะเป็นแอนิเมชันสตูดิโอจิบลิ” ที่เผยแพร่ให้คนทั่วโลกได้ชมกันนั้น มีขั้นตอนการทำงานอย่างไรบ้าง ผ่านภาพสเก็ตช์ และสตอปโมชัน เพื่อให้แฟน ๆ อนิเมะจิบลิไทยได้เห็นถึงส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานก่อนที่จะออกมาเป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน
ซึ่งความพิเศษของโซน Hall Of Fame ที่ยกมาจัดแสดงที่เมืองไทย อยู่ตรงที่ปกติแล้วเรื่องราวในส่วนนี้จะสงวนไว้เฉพาะผู้ที่เข้าชมในพิพิธภัณฑ์ที่โตเกียว อีกทั้งยังไม่สามารถถ่ายภาพด้านในได้ แต่เฉพาะนิทรรศการที่ไทยเท่านั้น! ที่ผู้ชมสามารถเข้าไปศึกษาวิธีการทำงานของแอนิเมชันจิบลิ พร้อมทั้งเก็บภาพความประทับใจในขณะที่เข้าชมโซน Hall Of Fame ได้
นิทรรศการโซนใหม่ เหมือนบุกห้องทำงานอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ
ในโซนของ Hall Of Fame นี้ จะแสดงให้เห็นกระบวนการผลิตแอนิเมชัน 2D ของสตูดิโอจิบลิ และขั้นตอนการทำงานของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ โดยนิทรรศการพิเศษนี้จะจัดแสดงผลงานใน 5 กระบวนการหลัก ๆ คือ
1. Imageboards
เมื่อเริ่มวางแผน ก็จะมีการวาด Imageboards ขึ้น ซึ่ง Imageboards คือ ภาพวาดที่แสดงถึงภาพรวมหรือบรรยากาศหลักของภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ ส่วนมากมักเป็นฝีมือของผู้กำกับหรือแอนิเมเตอร์หลักของภาพยนตร์ เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าภาพเคลื่อนไหวและบรรยากาศในภาพยนตร์ควรเป็นอย่างไร Imageboards ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจะถูกติดไว้บนผนังที่สตูดิโอ ทีมผลิตจะตรวจสอบ Imageboards และแบ่งปันภาพที่จะใช้ในภาพยนตร์ให้กับทีมงาน ดังนั้น จะมีทั้งตัวละครหรือภาพที่ถูกนำไปใช้จริงในบางซีนของภาพยนตร์ และตัวละครหรือฉากที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้จริงรวมอยู่ด้วย



ซึ่งในนิทรรศการนี้ แฟน ๆ จิบลิจะได้พบกับ Imageboards จากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง My Neighbor Totoro ที่นอกจากจะได้ชื่นชมได้ด้วยตาแล้ว ก็ยังสามารถเก็บความประทับใจโดยการถ่ายภาพกับเจ้า Totoro ไว้ได้อีกด้วย
2. Storyboards
จากคีย์วิชวลหลัก เบื้องหลังการทำงานลำดับต่อไป คือภาพสเก็ตช์เฟรมต่อเฟรมกว่าจะเป็นภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง อย่างไรก็ตาม วิธีสร้างภาพยนตร์ของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ จะแตกต่างจากการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันทั่วไปอยู่หลายจุด คือ เมื่อสร้าง Imageboards แล้ว ก็จะเริ่มวาด Storyboards ไปตาม Imageboards และพล็อตเรื่องคร่าว ๆ โดยที่ยังไม่มีบทภาพยนตร์ Storyboards เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของภาพยนตร์ มีความสำคัญมาก เพราะเป็นภาพวาดที่ผู้กำกับแสดงถึงภาพบนหน้าจอภาพยนตร์ การแบ่งคัท บทพูด การแสดง และกำหนดสถานการณ์ต่าง ๆ กระบวนการผลิตตั้งแต่การสร้าง Layouts โดยทีมงานนั้น จะมี Storyboards เป็นต้นแบบ


โดยในนิทรรศการนี้ จะจัดแสดง Storyboards จากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Nausicaä of the Valley of the Wind และเรื่อง Spirited Away
3. Layouts
หลังจากที่ได้ Storyboards แล้ว ขั้นตอนต่อไปก่อนจะก่อร่างสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน คือการวาดภาพ Layouts สำหรับคัทนั้น ๆ โดย Layouts คือสิ่งที่วาดขึ้นเพื่อกำหนดโครงสร้างสำหรับแต่ละคัทของสตอรี่บอร์ด กระดาษ 1 แผ่นจะมีภาพวาดที่แสดงทุกอย่างในคัทนั้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นหลัง ความสัมพันธ์ของตำแหน่งตัวละคร กำหนดการเคลื่อนไหว การทำงานของกล้อง วิธีการถ่ายทำ หรือจะเรียกว่าพิมพ์เขียวของแต่ละคัทก็ได้

ในนิทรรศการนี้ แฟน ๆ จะได้พบกับพบกับการกำหนดมุมภาพของฉากเด็ดในห้องทำงาน Yubaba จากเรื่อง Spirited Away ด้วยขั้นตอนการทำคีย์เฟรมแบบฉากต่อฉาก และภาพพื้นหลัง
4. Drawings
เป็นขั้นตอนที่ทีมงานจะวาดภาพต่อเนื่องขึ้นตาม Layouts ทีละภาพ ให้มีตำแหน่งท่าโพสและสีหน้าที่แตกต่างกันไปเล็กน้อย ขั้นตอนนี้เรียกว่า การสร้างสรรค์ภาพ การนำภาพเหล่านี้มาแสดงต่อกันด้วยความเร็ว จะทำให้ดูเหมือนว่าตัวละครกำลังเคลื่อนไหว และทำให้การแสดงแอนิเมชันสำเร็จ ในบรรดา Drawings จะมีภาพการเคลื่อนไหวของต้นฉบับและตัวละครที่เรียกว่า Key point และภาพที่เชื่อมระหว่างภาพต้นฉบับเข้ากับภาพต้นฉบับเข้าด้วยกันอย่างละเอียดและต่อเนื่อง เรียกว่าภาพเคลื่อนไหว
5. Background Art

โดยมาก ผลงานแอนิเมชันสามารถแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ ๆ สองส่วน ประกอบด้วย (1) ภาพส่วนที่แสดงการเคลื่อนไหวของตัวละครและอื่น ๆ ผ่านทางภาพต้นฉบับและภาพเคลื่อนไหว และ (2) ส่วนที่เป็นพื้นหลังของตัวละครเหล่านั้น เช่น ภาพทิวทัศน์ของป่า เมือง ท้องฟ้า ผู้กำกับศิลป์และผู้กำกับจะประชุมกันก่อนวาด Artboard เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับภาพพื้นหลังสำหรับแต่ละผลงาน จากนั้นจึงค่อย ๆ บรรจงสร้างโลกภายในภาพยนตร์ เช่น สีของท้องฟ้า รูปทรงและพื้นผิวของอาคาร ต้นไม้ใบหญ้า ทีมงานฝ่ายศิลป์ส่วนพื้นหลังจะประเมินว่าจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใดและลงฝีแปรงแบบไหนจาก Artboard นี้ และเริ่มลงมือวาดพื้นหลัง
ในนิทรรศการนี้ เราจะได้เห็นเทคนิคการทำสี และภาพเคลื่อนไหวผ่านภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Howl’s Moving Castle ที่มีภาพที่ถูกวาดขึ้นกว่า 150,000 ภาพ แฟน ๆ จะได้เห็นขั้นตอนเกือบสุดท้ายกว่าจะเป็นฉากอลังการและการเคลื่อนไหวสุดตระการตา พร้อมสีสันที่น่าประทับใจของแอนิเมชันจากสตูดิโอจิบลิ
พิเศษเพื่อสาวกจิบลิชาวไทยขนาดนี้ ไม่ควรพลาด!
ถือเป็นการเปิดโซนใหม่ที่สาวกจิบลิชาวไทยไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะไม่รู้ว่าภาพเบื้องหลังสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบนี้จะมีจัดแสดงให้เห็นที่ไหนอีกหรือเปล่า ที่สำคัญคือเราสามารถถ่ายภาพเก็บกลับมาได้ด้วย ขนาดที่พิพิธภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นยังทำไม่ได้เลย สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการ The World of Studio Ghibli’s Animation Exhibition Bangkok 2023 ในรอบขยายเวลาและเพิ่มโซน Hall Of Fame สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ทาง thaiticketmajor.com โดยบัตรเข้าชมงานนิทรรศการ (ปัจจุบัน) มี 2 ราคา ดังนี้
- บัตรหน้างาน ราคา 650 บาท (เปิดขายวันนี้ – 2 มกราคม 67)
- VIP Package ราคา 1,290 บาท (เปิดจำหน่ายจำนวนจำกัดในแต่ละรอบชมการแสดง เปิดขายวันนี้ 2 – 2 มกราคม 67) *สิทธิประโยชน์สำหรับ VIP Package คือ FAST TRACK สำหรับเข้าชมนิทรรศการและจุดถ่ายรูป พร้อมสูจิบัตรจำนวน 1 เล่ม






























