ก่อนเกม “แดงเดือด” จะอุบัติ โรเบอร์โต้ ฟีร์มีโน่ กองหน้าตัวเก่ง “หงส์แดง” ประกาศไม่ต่อสัญญากับสโมสร เป็นข่าวที่อดสร้างความเสียดายให้กับเหล่า เดอะ ค็อป มากมายไม่ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า พอจบการแข่งขัน ซึ่งลิเวอร์พูลยัดเยียดความปราชัยให้คู่ปรับไปถึง 7-0 ทุกคนพากันลืมเรื่อง “บ็อบบี้” ไปหมดสิ้นในเวลาอันรวดเร็ว
การที่ทีมจากถิ่นแอนฟิลด์ตัดสินใจไม่ยื่นข้อเสนอให้กับดาวเตะที่วัยกำลังจะครบ 32 ปี ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะถ้าเจรจากันราบรื่นก็น่าจะเซ็นกันไปตั้งนานแล้ว สื่อบางสำนักยืนยันด้วยว่าสโมสรจะขอลดค่าเหนื่อยเหลือแค่ 1.5 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วยซ้ำ
แน่นอนครับ การต่อสัญญากับนักฟุตบอลวัย 30 ต้น ๆ นั้นไม่เคยง่าย เพราะมุมมองของสโมสรกับตัวนักเตะมักจะสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
ถ้าฟอร์มและสภาพร่างกายดูแล้วไม่สามารถยืนระยะได้จริงเหมือน โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ อย่าหวังเลยครับว่ายุคนี้จะมีผู้บริหารที่ไหนยอมอัปผลตอบแทนขึ้นให้ง่าย ๆ ฟีร์มีโน่เองนั้นในช่วงสองฤดูกาลล่าสุดก็ไม่อาจลงเล่นได้อย่างต่อเนื่องเพราะเจออาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่ตลอด ดังนั้น เขาจึงต้องยุติอาชีพค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์เช่นเดียวกับ ซาดิโอ มาเน่ อดีตเพื่อนร่วมทีมที่ย้ายไปบาเยิร์น มิวนิก ก่อนหน้านี้
อีกสาเหตุหนึ่งก็เพราะ ลิเวอร์พูล เจอแรงกดดันเรื่องค่าเหนื่อยของนักเตะที่พุ่งสูงขึ้นในฤดูกาลที่ผ่านมา 2021-22 จนแตะหลัก 366 ล้านปอนด์ (เพิ่มขึ้นถึง 17 เปอร์เซ็นต์) กลายเป็นทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะสูงเป็นอันดับที่สองในลีกรองจาก แมนฯ ยูไนเต็ด 384 ล้านปอนด์ทีมเดียวเท่านั้น มันเป็นไปได้อย่างไรกับสโมสรที่เคยมีวินัยและรัดเข็มขัดมาตลอดกับเรื่องแบบนี้
ตอบได้ว่ามันเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายนักเตะจากทีมเก่าเป็นทีมใหม่ ผู้จัดการทีมจึงจำเป็นต้องเก็บบางรายไว้รอการเจรจา หรือเป็นกำลังเสริมคนที่ยังไม่แน่ว่าจะอยู่หรือไป รวมทั้งการทุ่มเพื่อมัดใจ “บังโม” ให้อยู่ต่อไป แต่ถึงเวลานี้ทุกอย่างเริ่มชัดเจน ซัมเมอร์นี้น่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการโละของเก่า นั่นคือการปล่อยนักเตะที่กำลังจะหมดสัญญาลงกว่าครึ่งทีมพร้อม ๆ กัน
ไล่เรียงมาตั้งแต่ ฟีร์มีโน่, นาบี เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ซึ่งทั้ง 4 รายมีค่าเหนื่อยในระดับกว่าแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ทั้งนั้น ตามด้วย อาเดรียน และ อาตูร์ อาจจะรวม ติอาโก้ อัลคันทาร่า ซึ่งบทบาทกับทีมน้อยลงไปเรื่อย ๆ และมีค่าแรงถึงสองแสนปอนด์ต่อวีคด้วยอีกคน
ถ้าลดไปหมดนี่ได้ สโมสรจะมีตัวเลขขาออกต่ำลงเกือบ 1 ล้านปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียวเชียว เท่ากับเป็นการเคลียร์ทางและเพดานค่าเหนื่อยให้ซูเปอร์สตาร์ในแดนกลางคนใหม่เข้ามาด้วย ไม่ว่าจะเป็น จู๊ด เบลลิ่งแฮม, อเล็กซิส แม็คอลิสเตอร์ หรือเมสัน เมาท์
ใครที่ได้เห็นการเล่นของสามประสานในแดนหน้าอย่าง ซาลาห์-กัคโป-นูนเญซ ส่อแววเข้าแข้งเข้าขาแม้เพิ่งจะมารวมตัวกัน แถมยังมี ดิโอโก้ โชต้า และหลุยส์ ดิอ๊าซ เป็นอะไหล่อยู่อีก ดูแล้วคงเบาใจเพราะถือว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ บิลต์แผงหน้าชุดใหม่ขึ้นมาได้เร็วเกินคาด โอกาสจะกลับมาทวงพื้นที่ท็อปโฟร์เพื่อไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าอยู่ไม่ไกลเกินหวัง
หันไปมองในแดนกลางนั้นก็มีดาวรุ่งอย่าง ฮาวี่ย์ เอลเลียต, สเตฟาน บายเซติช, เคอร์ติส โจนส์ ขึ้นมาเป็นกำลังเสริมที่น่าจับตามอง แค่เติมอีกสักคนสองคนในช่วงซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึง
ถึงเวลานั้นทีมในเจเนอเรชันใหม่ของเจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะไฉไลด้วยความรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อและพร้อมสำหรับการกลับมาลุ้นแชมป์ในฤดูกาลหน้าอย่างเต็มตัวครับพี่น้อง!






























