“ละครพีเรียด (ย้อนยุค) ถ้าได้เปิดใจดูครั้งหนึ่ง ต้องดูตลอดไป” คำกล่าวนี้ไม่เกินจริง หลายคนพิสูจน์มาแล้ว นี่ก็เหมือนกัน เพิ่งเก็บผ้าเก็บผ่อนออกมาจากวังหลวงมาดูซีรีส์แนวเรื่องปัจจุบันได้ไม่นาน (แถมได้กลับมาดูซีรีส์ไทยด้วย) เมื่อต้นสัปดาห์ก็ต้องเก็บห่อผ้าเดินกลับเข้าไปเป็นสาวในวังหลวงอีกแล้ว แต่บอกเลยว่าการกลับเข้าวังหลวงครั้งนี้คือถูกใจพล็อตเรื่องแค่ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนอีก 95 เปอร์เซ็นต์คือตั้งใจจะไปหวีดองค์รัชทายาท เพราะไม่บ่อยหรอกนะที่จะได้เห็น “พัคฮยองชิก” ในลุคสวมชุดฮันบกและเครื่องแบบขององค์รัชทายาทแบบนี้
Our Blooming Youth หรือชื่อแปลไทยจาก Prime Video เจ้าของลิขสิทธิ์ซับไทยว่า วัยเยาว์ที่ผลิบาน เป็นซีรีส์แนวย้อนยุค เรื่องราวชายหนุ่มที่เป็นองค์รัชทายาท แต่ทว่าเขากำลังต้องคำสาปปริศนาที่อ้างว่าเป็นคำสาปจากภูติผีที่ยังไม่มีวิธีเอาชนะมาเป็นเวลาหลายปี นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แขนขวาของเขาไม่สามารถใช้งานได้ปกติเหมือนคนทั่วไป และต้องเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับแขนขวาของเขา เขาจึงดูเป็นคนที่ปิดกั้นหัวใจกับอะไรหลาย ๆ อย่าง ชอบแสดงความหยิ่งยโส เย็นชา ไร้หัวใจต่อคนอื่นและน้อยคนนักที่จะรับรู้ถึงตัวตนจริง ๆ ของเขา

ส่วนนางเอก เป็นหญิงสาวที่เป็นลูกสาวของตระกูลสูงศักดิ์ ทว่าเธอเองก็มีบาดแผลจากการที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่ายกครัวครอบครัวในคืนก่อนวันแต่งงานของตัวเอง เหตุเพราะถูกใส่ร้ายว่าเป็นชู้กับชายที่พ่อของเธอเก็บมาเลี้ยง เธอต้องหนีเอาชีวิตรอดเข้าไปในป่า และก็ถูกทหารหลวงตามล่าตัว เธอเอาตัวรอดมาได้ และกำลังค้นหาความจริงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ล้างมลทินของตัวเอง แต่การจะไขปริศนาทั้งหมด เธอต้องรู้ความจริงของข้อมูลบางอย่างที่เธอมีในมือก่อน นั่นก็คือ จดหมายปริศนาที่เธอได้รับจากองค์รัชทายาทนั่นเอง เธอจึงปลอมตัวเข้าไปอยู่ในวังหลวง และมีเรื่องให้ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันตามหาความจริง เพราะดูเหมือนว่าทั้ง 2 เหตุการณ์จะเชื่อมโยงกัน
จากพล็อตเรื่องคร่าว ๆ ดูไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษเลยใช่ไหมล่ะ แต่พอเข้าไปดูรายละเอียดในเรื่องจริง ๆ เขาผูกเรื่องราวไว้ได้ค่อนข้างน่าสนใจ เล่าเรื่องเร็ว เคมีพระนางก็ชวนฟินอยู่ไม่น้อย ในวันที่ที่ทั้งคู่เริ่มมีใจให้กัน พระเอกคงจะคลั่งรักน่าดู เรื่องราวในพาร์ทของปริศนาก็ออกแนวสืบสวนสอบสวนอยู่เบา ๆ โดยรวมคือน่าติดตาม ส่วนประเด็นต่าง ๆ ในเรื่อง แม้ว่าจะเป็นแนวย้อนยุค แต่ก็มีหลายประเด็นที่มีความทันสมัย ถ้าอย่างนั้นจะขอพูดถึงแต่ละประเด็นที่มีความเป็นปัจจุบันดีกว่า ในแง่ที่มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต เพราะจากเนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรให้เท้าความขนาดนั้น
ถ้าข้ารู้ว่าจะเสียพวกท่านไปอย่างง่ายดายแบบนี้ ข้าคงจะประพฤติตัวเป็นลูกสาวที่ดีกว่านี้
เพราะใครคนหนึ่งกับจุดประสงค์ที่เลวร้าย ทำให้นางเอกต้องสูญเสียครอบครัวทั้งหมดไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ยังไม่ทันที่เธอจะได้เสียใจเพราะเสียดายว่ายังไม่ได้เป็นลูกสาวที่ดีของพ่อแม่ เธอก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุน เนื่องจากสภาพที่เกิดเหตุและเรื่องเบื้องหลัง มันช่างเหมาะเจาะให้ใครต่อใครคิดว่าเธอนั่นแหละที่ฆ่ายกครัวครอบครัวตัวเอง แต่เธอไม่ได้ทำ แล้วใครล่ะที่ทำ ใครได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้

หากไม่นับรวมคนที่รู้สึกว่าบ้านหรือพ่อแม่ไม่ใช่ safe zone ที่ดีแล้วล่ะก็ คนเป็นลูกก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่กับพ่อกับแม่ไปตลอดกาลนั่นแหละ คงไม่มีใครอยากจะสูญเสียพ่อแม่ตัวเองไปหรอก โดยเฉพาะการสูญเสียแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่ทันได้ดูใจ ออกจากบ้านไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย ปุบปับก็หายไปจากชีวิตแบบนั้น ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากไม่น้อย แม้ว่าในความเป็นจริง ชีวิตมันต้องเดินต่อไปได้แหละ การจากตายเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ต้องเคยเจอกันทั้งนั้น แต่ในความรู้สึก มันมีอะไรหลาย ๆ ที่ขมวดเป็นปมใหญ่จนยากที่จะมูฟออน
ไม่รู้ว่าในที่นี้มีคนประเภทที่รักพ่อแม่มากแต่ไม่เคยแสดงออกให้พวกท่านรู้อยู่มากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อว่ามีอยู่มากพอสมควรแหละ คนประเภทที่รักมากแต่ไม่เคยบอกรัก เพราะรู้สึกว่ามันแปลกที่จู่ ๆ จะพูดว่ารักแล้วเดินเข้าไปกอด เป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองเลยสักนิด รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ แต่ถึงแม้ว่าจะไม่เคยพูดว่ารัก หลายคนก็พยายามที่จะแสดงออกด้วยการกระทำอื่นเพื่อให้รู้ว่ารักอยู่บ้าง ด้วยความห่วงใย ความใส่ใจ การดูแลต่าง ๆ ซึ่งถ้าคนเป็นพ่อเป็นแม่เข้าใจธรรมชาติของลูกตัวเอง ก็พอจะมองออกนะว่าลูกรักตนและอยากให้ตนอยู่กับลูกไปนาน ๆ (ซึ่งพ่อแม่ก็อยากอยู่กับลูกให้นานที่สุดเช่นกัน)
แต่กับอีกหลาย ๆ คนเรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้น มีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นคนประเภทแสดงความรู้สึกไม่เก่ง ชอบเก๊ก ทำตัวคูล ๆ แบบคนเย็นชาไร้ความรู้สึก ปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ ชอบแสดงออกแบบที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกตัวเอง แสดงความรัก ความห่วงใย ความใส่ใจแบบแอบ ๆ ทำ เพราะจะรู้สึกตัวเองเสียฟอร์มถ้าพ่อแม่จับได้ว่าแอบทำนั่นทำนี่ให้ ซึ่งส่วนใหญ่คนประเภทนี้จะไม่ค่อยสนิทกับพ่อแม่ด้วย ยิ่งพ่อแม่ไม่ค่อยเข้าใจธรรมชาติของลูกว่าเป็นคนแบบนี้ มันอาจกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าที่บางทีพ่อแม่ก็แปลไม่ออกว่าที่ลูกทำให้ทั้งหมดคือลูกรัก และที่ผ่านมาก็น้อยใจมาตลอดว่าลูกไม่ค่อยรักตัวเอง จนกระทั่งตัวเองจากไปทั้งที่ไม่เคยรู้เลยว่าจริง ๆ แล้วลูกรู้สึกยังไงกับตัวเอง

จากกรณีดังกล่าว ไม่ได้มีแค่พ่อแม่ที่จากไปเท่านั้นที่เสียใจที่ไม่เคยรู้ว่าลูกรักตนเองขนาดไหน แต่คนเป็นลูกที่มีชีวิตอยู่ก็เสียใจไม่ต่างกันที่ไม่เคยทำให้พ่อแม่รู้ว่าตนเองรักพ่อแม่มากขนาดไหน บางคนกลายเป็นปมในใจที่โทษตัวเองว่าขี้ขลาด ไม่กล้าแม้แต่จะบอกรักพ่อแม่ตัวเองทั้งที่มีเวลามากมายตอนที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ มาสำนึกได้ในวันที่พวกท่านไม่มีลมหายใจมันก็สายไปแล้ว การบอกรักที่ใช้เวลาแทบไม่ถึงวินาที มีเวลาตั้งมากมายไม่เคยพูด เวลาตั้งมากมายที่จะเข้าไปกอดพ่อแม่แล้วพ่อแม่จะกอดตอบ แต่ในวันนี้ต่อให้กอดพวกท่านแน่นแค่ไหน พวกท่านก็ไม่กอดตอบอีกแล้ว
สำหรับคนที่ยังมีพ่อมีแม่อยู่ อย่าผัดวันประกันพรุ่งที่จะบอกรักหรือแสดงความรักให้พ่อแม่ได้รู้เลย อย่าคิดว่า “เดี๋ยวทำ” พ่อแม่ไม่ได้มีเวลาอยู่กับเรานานขนาดนั้น เห็นวันนี้ยังดี ๆ พรุ่งนี้อาจจะตรงกันข้าม คนเราจะอยู่หรือจะตายมันแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น คิดอยากเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ก็คิดแล้วทำเลย อย่าให้ทุกอย่างมันสายเกินไปเพราะอีโก้ของตัวเอง รักก็บอกไปตรง ๆ ว่ารัก เป็นห่วงก็พูดไปเลยว่าห่วง อะไรที่พ่อแม่ทำแล้วน่ารำคาญ แทนที่จะหงุดหงิดโวยวายก็ปล่อยผ่านไปบ้าง มันอาจเป็นความสุขของเขา เช่น ข้อความสวัสดีวันจันทร์-อาทิตย์ที่ถูกส่งมาทุกเช้า รำคาญก็แค่ปิดแจ้งเตือน ไม่อยากอ่านก็แค่กดอ่านแล้วทั้งหมด เพราะอีกไม่นาน ข้อความนั้นก็จะเงียบไปตลอดกาลตามเวลาของมัน
อย่าเป็นลูกที่ทำได้แค่แชร์ประสบการณ์ที่น่าเศร้าของตัวเองเพื่อให้เป็นบทเรียนสำหรับคนอื่นว่า “วันนี้ไม่มีพ่อแม่อยู่ให้ทำแบบนั้นอีกแล้ว” หรือ “ไม่มีพ่อแม่อยู่ทำแบบนั้นให้อีกแล้ว”
ความภักดีไม่ได้เป็นเรื่องของบุรุษแค่เพศเดียว
เคยได้ยินคำว่า “เพื่อนหญิงพลังหญิง” ไหม เวลาที่เพื่อนผู้หญิงสนับสนุนและช่วยเหลือกัน มันน่าประทับใจมาก ๆ เลยนะ ด้วยความที่นางเอกเป็นลูกสาวตระกูลขุนนาง เธอจะมีสาวรับใช้ประจำตัวอยู่คนหนึ่ง ซึ่งเป็นทั้งสาวรับใช้และเพื่อนแท้คนเดียวที่เธอมี หญิงรับใช้ก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้เมื่อเห็นว่าเจ้านายและเพื่อนกำลังตกทุกข์ได้ยาก ขนาดมีมีดจ่อคอ นางก็ยังยืนกรานที่จะช่วยเหลือนางเอกอย่างถึงที่สุด

แม้ว่าธรรมชาติของเพศหญิงจะ “ถูกมอง” ว่าใช้อารมณ์และความรู้สึกมากกว่าเหตุผล เป็นเพศที่เข้าใจยากเหลือเกิน แต่ในความเป็นจริงผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ใช้เหตุผลพอ ๆ กับที่ใช้อารมณ์และความรู้สึกนั่นแหละ พวกเธอสามารถแยกแยะได้ และก็เพราะว่าใช้ความรู้สึกเข้ามาผสมปนเปด้วยนี่แหละ ทำให้ในหลาย ๆ ครั้ง ผู้หญิงถึงค่อนข้างที่จะเข้าใจในจุดที่มันละเอียดอ่อนและลึกซึ้งได้มากกว่า คนเราควรจะมีตรรกะ มีหลักเหตุและผลกับทุกเรื่องก็จริง แต่บางเรื่องเราก็ไม่จำเป็นต้องตัดอารมณ์และความรู้สึกออกไปจนเกลี้ยงขนาดนั้นก็ได้
ถ้าพูดถึงเรื่องความไม่จริงใจ การทรยศ การหักหลัง เรื่องแบบนี้อาจจะ “ถูกมอง” ว่าเกิดในความสัมพันธ์ของผู้หญิงได้มากกว่า ความอิจฉาริษยา อาจทำให้ผู้หญิงเริ่มเห็นเพื่อนกลายเป็นศัตรู คิดจะชิงดีชิงเด่นกันได้จริง แต่ในท้ายที่สุด ก็ไม่อาจจะเอาไปตีความว่าแก๊งเพื่อนผู้หญิงจะมีความภักดีต่อกันไม่เป็น ความสัมพันธ์แบบใครทำเพื่อนกู มึงตาย! ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับความสัมพันธ์ของผู้ชายเสมอไป เพราะถ้าผู้หญิงจริงจังเรื่องเพื่อนขึ้นมา มันก็จะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน พวกเธอรักเพื่อนมากกว่าที่คิด ความเป็นเพื่อนแท้เขาวัดกันที่ใจ ไม่ได้วัดกันด้วยเพศแต่ประการใด

ในความสัมพันธ์ของผู้หญิง มันก็สามารถมีความภักดีได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบเพื่อนหรือความสัมพันธ์แบบไหน ๆ ผู้หญิงก็มีความจริงใจและความทุ่มเททุกอย่างให้กับความสัมพันธ์เช่นเดียวกัน ถ้าเพื่อนผู้ชายยอมตายแทนกันได้ ในเพื่อนผู้หญิงก็เกิดขึ้นได้ บ่อยครั้งที่อคติทางเพศมักจะทำให้เรามองว่าเพศนั้นเป็นแบบนั้น เพศนี้เป็นแบบนี้ในลักษณะที่เหมารวมจนเกินไป แบบที่มองภาพว่าความสัมพันธ์ของแก๊งเพื่อนผู้หญิงดูไม่แข็งแรงกลมเกลียวเท่าผู้ชาย ผู้หญิงดูจะมีความเยอะสิ่งมากกว่า ที่ผู้ชายบางคนชอบพูดว่าถ้าเพื่อนผู้ชายทะเลาะกัน แค่แลกกันคนละหมัดเรื่องก็จบแล้ว กลับมารักกันเหมือนเดิม แต่กับผู้หญิง เราไม่จำเป็นต้องผลัดกันตบกันเพื่อให้กลับมารักกันหรอกนะ
ผู้หญิงทุกคนไม่ได้อิจฉาเพื่อนตัวเองจนพร้อมที่จะทรยศอยู่ตลอดเวลา หรือต้องยอมเสียสละให้เพื่อนตลอดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ อะไรที่ไม่เข้าใจ เราคุยกันได้ แต่ถ้าคุยแล้วไม่รู้เรื่องมันก็อีกเรื่อง ยิ่งพูดคุยทำความเข้าใจกันอยู่ตลอดยิ่งทำให้สนิทสนมกัน ผู้หญิงหลายคนพร้อมจะออกหน้าแทนเพื่อนตัวเองเมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ ใครว่าผู้หญิงที่รักกลุ่มเพื่อนของตนเองแบบใจ-ใจ หรือความสัมพันธ์แบบใครทำเพื่อนกูมึงตาย! จะเกิดกับเพศหญิงไม่ได้ การร่วมมือกันเพื่อทำอะไรบางอย่างของผู้หญิง บางทีมันก็ดูน่ากลัวไม่น้อย และด้วยความละเอียดอ่อน คิดเล็กคิดน้อย ทำให้ผู้หญิงสามารถที่จะเข้าอกเข้าใจคนอื่นได้ดี ทำให้พวกเธอรักษาความสัมพันธ์แบบจงรักภักดีต่อกันได้อย่างยาวนาน
ถ้าเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกสักหน่อย ข้าขอแนะนำให้ปิดปากเงียบไว้

การเจอกันของพระนางก็ไม่ได้แตกต่างจากซีรีส์ทั่วไป คือเจอกันในสถานการณ์ที่ชวนเข้าใจผิดสุด ๆ และด้วยสถานะที่แตกต่างกันของทั้งคู่ พระเอกรู้ความลับของนางเอก และนางเอกจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากพระเอกที่มีอำนาจมากกว่าตัวเอง ทำให้พระเอกสามารถข่มขู่นางเอกได้เพื่อให้นางเอกกอยู่เงียบ ๆ แหม! พระเอกที่โหดร้ายกับนางเอกในตอนต้นเรื่องแบบนี้เนี่ย ตอนกลาง ๆ เรื่องกลายร่างเป็นไอ้ต้าวคลั่งรักมาไม่รู้กี่เรื่องแล้วเด้อ!
ประเด็นนี้แอบทำให้นึกถึงข่าวร้อนแรงจนเดือดพล่านที่กำลังเป็นที่สนใจของสังคมในเวลานี้เหลือเกิน รายละเอียดเรื่องอื่น ๆ ที่มันลึกเกินไป เราอาจจะได้รู้ความจริงในสักวันหรืออาจไม่มีวันได้รู้ความจริงเลยก็ได้ ต้องติดตามต่อไป แต่ในประเด็นที่ว่า “ทำไมเพิ่งออกมาแฉ” ถ้าจะลองใช้เซลล์สมองคิดให้เยอะสักหน่อย ก็จะรู้ว่ามันมีความเป็นไปได้หลายทาง หลายทางมาก ๆ จนไม่อาจจะไปด่วนสรุปว่าเพราะขัดผลประโยชน์กันสิท่าถึงแฉ หรือตอนนั้นตัวเองได้ประโยชน์ไง ตัวเองไม่เดือดร้อนก็เลยไม่พูด คือตั้งข้อสงสัยได้นะ แต่ต้องคิดถึงในมุมอื่นที่เป็นไปได้ด้วย อย่าเพิ่งรีบตัดสิน

หนึ่งในความเป็นไปได้ของกรณีที่เป็นข่าวดังอยู่ตอนนี้ก็คือ ที่บางคนไม่พูดก็เพราะ “ไม่กล้าพูด” ไม่ใช่เพราะได้ผลประโยชน์อะไรทั้งนั้น แค่รักษาชีวิตตัวเองให้รอดก็จะแย่อยู่แล้ว ใครจะมาห่วงเรื่องผลประโยชน์อยู่อีก มันเป็นเบสิกมาก ๆ ที่ใครก็รักตัวกลัวตาย ยิ่งรู้เยอะยิ่งอันตราย แต่ถ้าทำเงียบ ๆ ไว้เหมือนไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน อีกฝ่ายอาจจะไม่รู้ว่าเรารู้ ก็จะไม่มาคาดหวังว่าเราต้องเก็บเป็นความลับหรือไม่ไว้ใจเรา หรือถ้าที่ผ่านมาเราเงียบมาตลอดและอีกฝ่ายยังคาดหวังว่าเราจะเงียบต่อไป จากการถูกข่มขู่ “คนตายจะพูดไม่ได้อีกต่อไป” มีเสียงเมื่อไรตายเมื่อนั้น เพื่อที่ตัวเองจะปลอดภัย หลายคนจึงปิดปากเงียบไม่กล้าแฉ เพราะคนเราไม่ได้รักและเป็นห่วงชีวิตคนอื่นมากกว่าชีวิตตัวเอง
(มองในด้านดีไว้ก่อน) ส่วนตัวมองว่าการที่ดาราสาวคนนั้นไม่แฉเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่เธอยังคบกับคนนั้นอยู่ เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในจุดที่ตัวเองจะปลอดภัยหากพูดออกไป คบกับปกติยังโดนทำร้ายขนาดนั้น แล้วถ้าเธอรีบแฉก็เทท่ากับฆ่าตัวตาย แม้ว่าเธอจะเป็นดารา มีแสงในตัวเองที่พูดประเด็นอะไรออกมาแล้วสังคมให้ความสนใจ ต่อให้ผู้คนสนใจเธอแบบเวลานี้ก็จริง แต่ใครช่วยคุ้มกันความปลอดภัยให้เธอได้บ้าง ตอนนั้นเธอไม่ได้อยู่ในจุดที่ตัวเองปลอดภัยที่จะพูด หลังจากนั้นไม่นาน เธออาจจะถูกอุ้มหายไป แล้วเจออีกทีในสภาพเหลือแต่ร่าง หรืออาจกลายเป็นบุคคลสาบสูญไปเลยก็ได้ เผลอ ๆ เธออาจจะยังไม่ทันพูดอะไร แต่ “ถูกเก็บ” ตั้งแต่ตอนที่เธอวางแผนจะแฉก็ได้

สังคมเรามันมีจริง ๆ นะ เรื่องเลวร้ายแบบนั้นอะ ถ้าเธอออกมาแฉทุกอย่างตอนที่ตัวเองยังไม่ปลอดภัย เธออาจจะโดน “ปิดปาก” ทันที แต่ในเวลานี้เธอพาตัวเองและครอบครัวออกไปอยู่ในจุดที่ไม่ได้ถูกตามเก็บง่ายขนาดนั้น เธอจะเพิ่งออกมาแฉตอนที่เธอรู้สึกปลอดภัยแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อีกอย่าง การที่เธอเป็นผู้ถูกกระทำ ในตอนนั้นเธออาจจะรู้สึกว่าตัวเองสามารถปล่อยผ่านโดยคิดว่ามันเป็นเพียงฝันร้ายได้ แต่ในความเป็นจริงที่คนที่ทำร้ายเธอยังลอยนวลอยู่อย่างสุขสบาย ทำไมต้องเป็นเธอที่เจ็บปวดอยู๋คนเดียวด้วย ทำไมเธอต้องแบกรับทุกอย่างไปตลอดชีวิตถ้าเธอเลือกที่จะเก็บเรื่องนั้นเป็นความลับต่อไป
แน่นอนว่าเราไม่อาจจะรู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องดังกล่าวได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่อาจจะเชื่อทุกคำที่ออกมาจากปากทุกคน เพราะเวลาพูดอะไรบางอย่าง คนเรามักจะต้องปกป้องตัวเองไปด้วยเสมอ ทว่าเราสามารถมองคนอื่นในแง่ดีบ้างก็ได้นะ การมีอคติกับคนคนนั้นเดิม ไม่ได้แปลว่าจะต้องจงเกลียดจงชังหรือพยายามทำให้เขาย่อยยับทั้งที่ตอนนี้เขากำลังลำบาก วางความไม่ชอบใจลง แล้วเห็นใจคนอื่นให้เป็นบ้าง อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมดและอย่าเพิ่งตัดสินใครทันทีจากสิ่งที่เราเห็นแค่ส่วนเดียว ค่อย ๆ เผือกไปก่อนก็ได้ ยังไม่ต้องรีบเลือกทีม

ต้องขอบคุณตัวเองที่กล้าที่จะเปิดใจให้กับการดูซีรีส์แนวย้อนยุคให้สนุกและยังเก็บประเด็นต่าง ๆ ที่มันอกาลิโก (ประเด็นที่ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา) มาใช้เขียนคอลัมน์ได้ จากที่เคยมองข้ามไปว่าจะเก็บอะไรมาเขียนได้ล่ะมันไม่ได้นำเสนอเรื่องในสังคมปัจจุบันเสียหน่อย ก็เริ่มที่จะหัดดูแบบพยายามจะเก็บอะไรบางอย่างมาเป็นข้อคิดเตือนใจ สุดท้ายมันก็เก็บได้เป็นกระบุง มันมีอะไรหลายอย่างที่เป็นสัจธรรมในชีวิตหมุนวนเวียนไปแบบเดิมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เป็นข้อเท็จจริงเมื่อนานมาแล้ว ก็ยังเป็นข้อเท็จจริงในทุกวันนี้ แล้วก็จะเป็นข้อเท็จจริงตลอดไป 🏹






























