หลังจากที่มีการพบหญิงวัย 49 ปี เสียชีวิตเนื่องจากเป็น “โรคไข้หูดับ” สร้างความหวาดกลัวให้กับใครหลาย ๆ คน จนไม่กล้ากินหรือสัมผัสเนื้อหมูไปเลย แต่กับบางคนอาจจะเพิ่งเคยได้ยินชื่อโรคนี้เป็นครั้งแรก บทความนี้จึงอยากจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับโรคไข้หูดับให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ป้องกันไม่ให้ภัยร้ายนี้เกิดขึ้นกับคุณโดยไม่รู้ตัว
โรคไข้หูดับ เกิดจากอะไร?
โรคไข้หูดับ คือ โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนชนิดหนึ่ง (Zoonotic infectious disease) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า “สเตรฟโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus Suis)” ที่มีอยู่ในหมูเกือบทุกตัว แล้วเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ เดิมทีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดโรค แต่หากหมูเกิดมีอาการป่วยหรือร่างกายอ่อนแอขึ้นมา เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะค่อย ๆ เพิ่มจำนวนจนทำให้หมูป่วยและตาย หากมนุษย์ได้ไปรับเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกาย ก็จะเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเช่นกัน
เชื้อแบคทีเรียสเตรฟโตคอกคัส ซูอิส สามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ 2 ทาง คือ
- การกินเนื้อหรือเลือดของหมูดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ลาบหมูดิบ หลู้ เนื้อหมูที่ย่างไม่สุก
- เชื้อผ่านเข้ามาทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา จากการสัมผัสกับเชื้อโดยตรงหรือหมูที่ติดเชื้อ
สาเหตุที่เรียกโรคไข้หูดับนั้น เพราะอาการเด่นของโรคนี้คือการมีไข้สูง และมีภาวะสูญเสียการได้ยิน หรือหูดับนั่นเอง โดยโรคไข้หูดับนี้ ถูกพบครั้งแรกที่ประเทศเดนมาร์ก ในปี พ.ศ.2511 หลังจากนั้นก็พบผู้ป่วยติดเชื้อนี้จํานวนเพิ่มขึ้นในอีกหลายประเทศ ซึ่งในปี พ.ศ.2548 ได้มีการระบาดของโรคไข้หูดับครั้งใหญ่ในประเทศจีน พบผู้ป่วยติดเชื้อจํานวนกว่า 215 ราย และเสียชีวิต 38 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ล้วนมีประวัติการสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ
ในประเทศไทยเอง พบโรคนี้ครั้งแรกในปี พ.ศ.2530 จากผลการสํารวจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปี พ.ศ.2561 พบว่ามีการติดเชื้อกระจายเกือบทุกภาค โดยเฉพาะภาคเหนือ เนื่องจากมักทำอาชีพเลี้ยงหมูและทานเมนูอาหารพื้นบ้านที่เป็นของดิบ อีกทั้งโรคนี้ยังสามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ พบอายุน้อยที่สุดคือเด็กอายุ 1 เดือน ซึ่งกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากมักจะเป็นกลุ่มดังนี้
กลุ่มเสี่ยงโรคไข้หูดับ
- ผู้ติดสุราเรื้อรัง จะทำให้ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อได้ง่าย รวมทั้งพบว่าในขณะดื่มสุรามักชอบทานของแกล้มที่เป็นเมนูอาหารดิบ
- มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ
- เคยตัดม้ามออก หากติดเชื้อจะมีอาการป่วยรุนแรง เนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคต่ำ
- มีอาชีพเกี่ยวกับการเลี้ยงหมู หรือต้องใกล้ชิดกับหมู ร่วมทั้งผู้ที่ทานเนื้อหมูสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นประจำ
อาการของ “โรคไข้หูดับ” น่ากลัวแค่ไหน?
หลังจากที่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เชื้อแบคทีเรียสเตรฟโตคอกคัส ซูอิส จะมีระยะฟักตัวประมาณ 1-14 วัน แต่จากการสำรวจมักพบว่า อาการผิดปกติจะเริ่มแสดงหลังจากรับเชื้อไม่เกิน 3 วัน โดยจะมีอาการขั้นต้นที่พบได้บ่อย ดังนี้
- มีไข้สูงเฉียบพลัน
- ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวและข้อ
- ปวดและเวียนศีรษะ รู้สึกอยากอาเจียน
- มีจ้ำเลือดตามตัวและผิวหนัง
- มีอาการซึม คอแข็ง อาจรุนแรงถึงขั้นชัก
ซึ่งหากผู้ป่วยไม่ได้ทำการรักษา จะทำให้เชื้อแบคทีเรียนี้เข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง ประสาทหูชั้นในทั้งสองข้าง และกระแสเลือด จนทำให้เกิดอาการที่รุนแรง
- เยื่อหุ้มสมอง หัวใจ ข้อ และม่านตา เกิดการอักเสบ
- เกิดหนองบริเวณปลายประสาทรับเสียง และปลายประสาททรงตัว
- เกิดอาการหูตึงหรือหูดับ จนกระทั่งกลายเป็นโรคหูหนวก
อีกทั้ง หากปล่อยให้เชื้อแบคทีเรียสเตรฟโตคอกคัส ซูอิส ลุกลาม จะทำให้อาการค่อย ๆ ทวีความรุนแรง จนนำไปสู่การเสียชีวิตจากภาวะ toxic shock syndrome (ภาวะช็อกจากการได้รับพิษจากเชื้อแบคทีเรีย) และการติดเชื้อในกระแสเลือด ส่วนผู้ป่วยบางรายที่ไม่เสียชีวิตส่วนใหญ่ก็จะพบกับความพิการตามมา เช่น หูหนวก สูญเสียการทรงตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์-อัมพาต ตาบอด
ลดความเสี่ยงป่วย “โรคไข้หูดับ” ได้อย่างไร?
สัตวแพทย์ จุฬาฯ เตือนผู้บริโภค บริโภคเนื้อหมูต้องปรุงสุกเท่านั้น ช่วยลดเสี่ยงโรคไข้หูดับ ย้ำ! ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากผู้ผลิตและแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์โรคไข้หูดับในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 23 พฤศจิกายน 2565 พบผู้ป่วยโรคหูดับ จำนวน 349 ราย และมีผู้เสียชีวิต 6 ราย จึงมีคำแนะนำแก่ผู้บริโภคในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่ต้องใส่ใจกับการบริโภคอาหารที่สะอาด ปลอดภัย เลือกเนื้อหมูบริโภคจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ ย้ำว่าต้องปรุงสุกทุกครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากไข้หูดับ
ไข้หูดับเป็นโรคที่ไม่ได้น่ากลัวจนถึงกับต้องตระหนก แต่พึงตระหนักรู้ถึงการป้องกันตนเองจากเชื้อโรคนี้เท่านั้น โดยอุบัติการณ์การเกิดโรคที่พบตามสื่อนั้น ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อที่เกิดจาก “การบริโภค” เนื้อหมูดิบหรือเลือดหมูที่ไม่ผ่านความร้อนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผู้บริโภคสามารถป้องกันการติดเชื้อโรคไข้หูดับได้ง่ายที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อหมูหรือเลือดหมูแบบดิบ ๆ รวมถึงแบบกึ่งดิบกึ่งสุก ทั้งลาบหมูดิบ ก้อยหมูดิบ ซอยจุ๊หมูดิบ รวมถึงซูชิหมูดิบ เนื่องจากเชื้อโรคไข้หูดับ “ไม่ทนต่อความร้อน” ดังนั้น “การปรุงให้สุก” ด้วยอุณหภูมิ 70-80 องศาเซลเซียส จะช่วยทำลายเชื้อไข้หูดับได้
นอกจากนี้ต้องระมัดระวังการปนเปื้อนระหว่างเนื้อหมูดิบและสุก โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาหารสำหรับวัตถุดิบและอาหารที่ผ่านความร้อนแล้ว เช่น มีด เขียง จาน ช้อน ฯลฯ ส่วนการรับประทานหมูกระทะ หรือการปิ้งย่าง ควรแยกอุปกรณ์ในการคีบ โดยให้มีตะเกียบที่ใช้คีบเนื้อหมูดิบ 1 ชุด และตะเกียบที่ใช้ในการรับประทานเนื้อหมูที่สุกแล้วอีก 1 ชุด ในส่วนของผู้ปรุงอาหาร ควรสวมถุงมือขณะเตรียมเนื้อหมูสด ยิ่งในกรณีผู้ที่มีบาดแผลที่มือ และต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสเนื้อหมูดิบ ที่สำคัญต้องเลือกซื้อเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์เนื้อหมูจากฟาร์มหรือแหล่งที่ได้มาตรฐานและมีสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัยและปลอดโรค
ทั้งนี้ โรคไข้หูดับ คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า Streptococcus suis โดยสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ นั่นคือ ซีโรไทป์ 2 ซึ่งจัดเป็น “โรคสัตว์สู่คน” (zoonosis) เกิดจาก “การสัมผัส” กับหมูที่มีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อยู่ ซึ่งเชื้อสามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผลที่ผิวหนัง และเยื่อบุต่าง ๆ ดังนั้น ไม่เพียงแต่ผู้ปรุงอาหารจากเนื้อหมูและพ่อค้าแม่ค้าเขียงหมูเท่านั้น
ยังรวมไปถึงผู้ที่ต้องทำงานคลุกคลีหรือสัมผัสกับตัวหมูโดยตรงในฟาร์มและโรงเชือด อาทิ สัตวแพทย์ สัตวบาล ผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงเชือด โดยบุคลากรเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งอาการของโรคจะเริ่มจากระดับไม่รุนแรง ตั้งแต่มีไข้และปวดเมื่อยร่างกายร่วมด้วย ไปจนถึงมีอาการของสมองอักเสบ คอแข็ง เลือดออกใต้ผิวหนัง หูหนวก จนเกิดภาวะหูดับถาวร ซึ่งหากมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงด้วย อาจทำให้ชักและเสียชีวิตได้
โรคไข้หูดับ เป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะบางครั้งตามผิวหนังเราอาจเกิดบาดแผลเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น ซึ่งหากเผลอไปสัมผัสเนื้อหมูที่ติดเชื้อ อาจทำให้ป่วยเป็นโรคไข้หูดับได้ รวมทั้งการกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ที่อาจเป็นอาหารจานโปรดของใครหลาย ๆ คน แต่อาจจะมีเชื้อโรคที่เราไม่สามารถมองเห็นได้แฝงอยู่ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการกินเมนูดิบเหล่านี้ เพราะไม่อาจจะเป็นแค่โรคไข้หูดับ แต่โรคร้ายอื่น ๆ ก็อาจมาเยือนคุณได้






























