วันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ หลาย ๆ คนอาจจะไม่ได้วางแผนไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ตั้งใจที่จะพักผ่อนเปื่อย ๆ อยู่บ้านมากกว่า และถ้าหากคุณยังไม่มีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจทำข้ามปีล่ะก็ Tonkit360 ขอแนะนำกิจกรรมดูซีรีส์ข้ามปี เอาให้ตาแฉะตาพังกันข้าง ยัง! ยังไม่พอ คุณสามารถชวนสมาชิกทุกคนในบ้านมานั่งดูด้วยกันได้ เพราะซีรีส์ 5 เรื่องที่จะนำเสนอต่อจากนี้ เป็นซีรีส์แนวครอบครัว ที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความรักในครอบครัวหลาย ๆ อย่าง อย่ารอช้า ไปดูกันเลยว่ามีซีรีส์เรื่องใดบ้าง และแต่ละเรื่องมีความน่าสนใจอย่างไร!
Under The Queen’s Umbrella
ซีรีส์ครอบครัวแนวซากึก (ย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์) เรื่องดัง ที่ทำเอาคอซีรีส์หลายคนติดงอมแงมถึงขั้นต้องเกาะจอรอดูเรียลไทม์ ดูจบปุ๊บก็รีบตั้งโพสต์พูดคุยแสดงความคิดเห็นกันสนั่นเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ Under The Queen’s Umbrella หรือชื่อภาษาไทย ใต้ร่มราชินี เรื่องราวของราชินียุคโชซอน ที่มักจะปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่กับการทำหน้าที่ “แม่” เป็นประจำ แม่ที่ไม่ได้ดูแลแค่ลูกของตัวเอง แต่ยังปกป้องไปถึงบรรดาลูกของสนม เหล่าสนม ข้าราชบริพารในวังหลวง รวมไปถึงไพร่ฟ้าอาณาประชาราษฎร์นอกวังแม่ก็กางร่มไปถึง และไม่ใช่แค่เรื่องลูก ๆ ที่ทำให้แม่ต้องวิ่งสับ 4*100 ทั้งเรื่อง แต่มีประเด็นการเมืองที่ทำให้เหล่าแม่ ๆ ต้องมาฟาดฟันกันยับเยินเพื่อลูกของตัวเอง
บอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้เหมาะที่จะนั่งดูกับสมาชิกในครอบครัวมาก เพราะมีหลายฉากหลายตอนที่เราจะได้เห็นการถ่ายทอดความรักของแม่ในหลาย ๆ รูปแบบ และความรักในครอบครัว ทั้งฮา ทั้งซึ้ง ฉากเรียกน้ำตาก็มา เครียดจนไมเกรนขึ้นก็มี เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติ นักแสดงใส่สุดทุกคน โดยเฉพาะนักแสดง คิมฮเยซู กับบทบาทองค์ราชินี ที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ได้สมมงราชินีผู้เป็นแม่ของแผ่นดินมาก ๆ บรรดาพระโอรสของกษัตริย์ที่มีอยู่ล้นวังก็งานดีทุกคน แถมยังแสดงออกมาได้น่ารักน่าเอ็นดูด้วย ดูกันต่อเนื่อง 16 ตอนจบ ยาว ๆ ไปในช่วงวันหยุด ซับไทยที่ Netflix
Little Women
ย้อนยุคผ่านไปแล้ว กลับมาที่ครอบครัวในยุคปัจจุบันกันบ้าง Little Women หรือชื่อภาษาไทย สามพี่น้อง ซีรีส์อีกเรื่องที่คอซีรีส์ตามดูแบบเรียลไทม์ เพราะมันมีปมปริศนาต่าง ๆ ที่ชวนให้พูดคุยถกเถียงกันหลังดูจบตอน เรื่องราวของครอบครัวที่มีกันอยู่ 3 พี่น้อง ทั้งหมดเติบโตขึ้นมาโดยมี “ความยากจน” เป็นตราประทับติดอยู่หน้าผาก ทั้ง 3 คนจึงพยายามดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ในแนวทางที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง วันหนึ่งพี่สาวคนโตก็ดันเข้าไปพัวพันกับคดีปริศนาที่เกิดขึ้น ในที่เกิดเหตุมีกล้วยไม้สีน้ำเงินเป็นพยาน พร้อมกันนั้นเธอก็ได้กลายเป็นเจ้าของเงินก้อนโตมูลค่า 7 หมื่นล้านวอนโดยไม่รู้ตัว เงินก้อนนั้นพา 3 พี่น้องหันหน้าเข้าสู่ความอันตราย และครอบครัวเศรษฐีเลือดเย็นที่ดูแล้วไม่ปกติ
แม้ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวและพี่น้อง แต่เรากลับได้เห็นประเด็นความขัดแย้งของทั้ง 3 คนมากกว่าความรักใคร่สามัคคีปรองดอง ใครที่ความอดทนต่ำดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วคงจะรู้สึกขัดใจกับคาแรคเตอร์ที่ต่างกันสุดขั้วของ 3 สาวพี่น้องอย่างแน่นอน ว่าทำไมถึงได้ขัดแข้งขัดขากันเองขนาดนี้ ทว่าอย่าเพิ่งตัดสินตัวละครใด ๆ จนกว่าเรื่องจะจบ ก็อย่างที่บอกว่า 3 พี่น้องนี้ยึดมั่นแนวทางของตัวเองที่คิดว่าถูกและดีที่สุดแล้วมาตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะตัวละครที่สู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับหนักสุดต้องยกให้พี่คนโต รับบทโดยนักแสดง คิมโกอึน ดูยาว ๆ 16 ตอน ซับไทยที่ Netflix เช่นกัน
The Golden Spoon
ซีรีส์ครอบครัวแนวแฟนตาซี ที่ปั่นประสาทคนดูอยู่ไม่น้อย The Golden Spoon หรือถ้าอยากจะแปลชื่อเป็นภาษาไทยมันก็คงออกมาตรงตัวว่า ช้อนทอง นั่นแหละ กับเรื่องราวสุดอลวนของครอบครัว 2 ครอบครัว คือครอบครัวพระเอกและพระรอง พระรองเกิดในครอบครัวประเภทที่ “คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด” ส่วนพระเอกเป็นลูกของครอบครัว “ช้อนดิน” ไร้ค่า ไร้ราคา ไร้ศักดิ์ศรี เนื่องจากความยากจนไม่เคยปรานีใคร พระเอกที่รู้สึกอิจฉาครอบครัวคนมีเงินก็มีความคิดที่ว่า ใครอยากเป็นเศรษฐี >> ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ เรื่อยมา จนกระทั่งวันหนึ่งที่พระเอกเดินไปเจอกับร้านค้าขายของเก่าข้างทาง ที่ร้านขาย “ช้อนทองพารวย” ช้อนทองที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาและเพื่อนอีกคนไปตลอดกาล
ใช่แล้ว! ความแฟนตาซีมันอยู่ตรงนี้ เพียงแค่เจ้าของใช้ช้อนทองกินข้าวให้ครบ 3 มื้อที่บ้านของเพื่อนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ดวงชะตาของคนทั้งคู่จะสลับกัน ตัวเขาก็จะกลายเป็นลูกเศรษฐี ส่วนเพื่อนอีกคนก็จะกลายมาเป็นลูกชายของบ้านที่ยากจนแทน ความจุกในการเล่นประเด็นครอบครัวของเรื่องนี้ คือการที่คนที่ใช้ช้อนทองจะสามารถสลับพ่อแม่กับเพื่อนด้วย เท่ากับว่าพระเอกเลือกเงินทองมากกว่าพ่อแม่แท้ ๆ ของตัวเอง ซึ่ง ยุกซองแจ ผู้ที่แบกเรื่องนี้อยู่คนเดียวก็ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลออกมาเจ็บปวดดี ดูได้ 16 ตอนจบ ซับไทยที่ Disney+ hotstar
Fanletter, Please
ซีรีส์สั้น 4 ตอนจบ ที่จะมองว่ามันเป็นซีรีส์แนวครอบครัวด้วยก็ได้ เพราะปมเรื่องหลายปมก็อยู่ที่ประเด็นของครอบครัวเป็นหลัก แต่เรื่องนี้ดีหน่อยตรงที่ปมไม่ได้เครียดมาก และไม่ได้ปั่นหัวคนดูจนต้องคว้ากระปุกพารามากำไว้ โดย Fanletter, Please เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 2 พ่อลูกที่ใช้ชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลมากกว่าที่บ้าน เนื่องจากคนลูกป่วยด้วยโรคลูคีเมีย เด็กน้อยผู้น่ารักน่าเอ็นดูคนนี้สามารถอดทนต่อขั้นตอนการรักษาที่เจ็บปวดมาได้ เพราะชื่นชอบนักแสดงสาวคนหนึ่งเป็นอย่างมาก ถึงกับเขียนจดหมายแฟนคลับถึงนักแสดง แต่ดาราสาวผู้นี้กลับมีปมบางอย่างเกี่ยวกับจดหมายและกล่องของขวัญจากแฟนคลับ ทำให้เธอไม่เคยเปิดจดหมายจากแฟนคลับคนไหนอ่านอีกเลย
แต่แล้วเรื่องราวกลับวุ่นวาย เพราะคนเป็นพ่อดันโกหกลูกสาว ว่าดาราสาวตอบจดหมายกลับมา และปั้นเรื่องปั้นราวต่าง ๆ โดยการสวมรอยตอบจดหมายลูกสาวเสียเอง จากที่คิดแค่จะโกหกลูกสาวเพื่อให้เด็กน้อยมีกำลังใจในการรักษาตัว กลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อนักข่าวรู้ และตัวนักแสดงสาวก็สุดจะงงว่าตัวเองไปเปิดจดหมายอ่านแล้วตอบตอนไหน เธอต้องการคำตอบว่าทำไมเรื่องถึงเป็นแบบนี้ จึงเดินทางมาหาครอบครัวเด็กที่โรงพยาบาล จนกระทั่งรู้ว่าเด็กคนนี้คือลูกสาวของเพื่อนมัธยมของตัวเอง การพบกันของ ชเวซูยอง และ ยุนพัค ซับไทยถูกลิขสิทธิ์ไม่มี หาได้ตามบ้านซีรีส์
Reborn Rich
ปิดท้ายที่ซีรีส์ครอบครัวสุดอบอุ่นละมุนใจ (เหรอ) Reborn Rich เป็นพล็อต “การแก้แค้น” ครอบครัวเศรษฐีที่กุมบังเหียนธุรกิจยักษ์ใหญ่หลายประเภทในเกาหลีใต้ ชายหนุ่มคนหนึ่งทำงานรับใช้คนตระกูลนี้แบบถวายหัว แต่แล้ววันหนึ่ง เขากลับถูกทรยศโดยใครสักคนในตระกูลนี้ หลังจากที่ใช้ให้เขาไปทำภารกิจสำคัญให้ คนผู้นั้นฆ่าเขาตายอย่างไม่ไยดี ความรู้สึกไม่ยุติธรรมที่ถูกฆ่าตาย นำมาซึ่งการกลับชาติมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของหลานชายคนเล็กสุดของตระกูลที่ฆ่าเขาตาย เขาจำทุกอย่างได้ และเริ่มต้นวางแผนการแก้แค้นอย่างสาสม เพื่อที่จะครอบครองธุรกิจทุกอย่างของตระกูลนี้ เนื้อเรื่องน่าสนใจตรงที่มีการผูกโยงเรื่องราวให้เชื่อมเข้ากับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ
เนื้อเรื่องล่าสุดกำลังสนุกมาก อีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้วด้วย คอซีรีส์ทั้งไทยและเกาหลีติดกันงอมแงม นอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ส่วนหนึ่งคือเปิดดูหน้าหล่อ ๆ ของ ซงจุงกิ ที่กาลเวลาทำอะไรเขาไม่ได้เลยสักนิด ความปังของซีรีส์เรื่องนี้ เวลานี้กอบโกยเรตติ้งได้สูงมาก ทำลายสถิติเดิมของซีรีส์ช่องเคเบิลทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุดตลอดกาล เวลานี้ทะยานเป็นแชมป์ซีรีส์เรตติ้งสูงสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ช่องเคเบิลเกาหลีใต้เรียบร้อยแล้ว ด้วยตัวเลขเรตติ้งอยู่ที่ 24.9 เปอร์เซ็นต์ และขึ้นซีรีส์อันดับ 1 ใน viu ด้วย แถมยังน่าลุ้นว่า 2 ตอนสุดท้าย จะทุบซีรีส์เรตติ้งอันดับ 1 ได้หรือไม่!











![Pump Speed by Idemitsu : [UNCUT] “อองตวน ปินโต” นักมวย สู่ นักแข่งรถ?](https://tonkit360.com/wp-content/uploads/2026/03/PUMP-SPEED-EP211-uncut-218x150.jpg)

















