วิธีดูแลตัวเอง ก่อน-หลัง สักปากชมพู

การสักปากชมพู เพื่อปรับสภาพสีของริมฝีปาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกความงาม ที่สามารถทำให้เห็นผลได้ในเวลาไม่นาน ซึ่งจะทำให้ผู้ที่มีริมฝีปากดำคล้ำ มีเรียวปากที่สวยดูสุขภาพดีขึ้น แม้แต่ในเวลาที่ไม่ต้องแต่งหน้าทาปาก เรียกได้ว่าปากอมชมพูตั้งแต่ตื่นนอนกันเลยทีเดียว การสักปากชมพูสามารถเห็นผลได้ หลังจากการสัก 1-2 ครั้ง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสีปากเดิมของผู้สัก หลังจากสักแล้วสีที่สักจะอยู่ได้ 1-3 ปี

ภาพจาก zone-cute.com

การเตรียมตัวก่อนสักปากชมพู

  1. คำนึงถึงความสะอาด และความปลอดภัยเป็นหลัก รวมถึงความชำนาญของช่างสัก คุณภาพของสีที่ใช้สัก
  2. งดวิตามินทุกชนิด 1 สัปดาห์ เพราะวิตามินบางตัว ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เป็นต้น
  3. เตรียมแบบ และสีสักปากที่ต้องการ เพื่อเป็นแนวทางคุยกับช่างสัก
  4. ทาลิปมันบำรุง ให้ริมฝีปากชุ่มชื้น ล่วงหน้า 2 สัปดาห์
  5. ควรรับประทานอาหารให้เรียบร้อยก่อนไปสัก เนื่องจากใช้เวลาสักค่อนข้างนาน ประมาณ 3-4 ชั่วโมง

การดูแลรักษาตัวเองหลังสักปากชมพู

  1. ในช่วงวันแรกหลังการสัก จำเป็นจะต้องปิดปาก เพื่อป้องกันฝุ่นละออง และการติดเชื้อ
  2. หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีรสจัด และอาหารหมักดอง เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการบวมน้ำได้
  3. ดื่มน้ำมากๆ  และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสรุนแรง ห้ามเกา ห้ามถูเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อักเสบ และห้ามแกะผิวปากที่กำลังตกสะเก็ด เพราะขณะผิวปากกำลังลอก ถ้าแกะอาจจะไปดึงเอาเนื้อที่ยังไม่ลอกหรือเนื้อแท้ออกมาด้วย
  5. หมั่นทาเจลบำรุงริมฝีปากที่ได้รับจากแพทย์ หรือลิปปาล์มบ่อยๆ เพื่อให้ปากมีความชุ่มชื้นมากพอ อาการลอกจะได้ไม่รุนแรง แผลจะได้หายเร็วขึ้น
  6. หากรอจนครบ 3 เดือนแล้ว สีปากยังไม่ปรากฏ ควรปรึกษาผู้ให้บริการเพื่อรับการแก้ไข บางคนที่ผิวคล้ำมากๆ สีอาจยังไม่สม่ำเสมอ หรือมีสีจางจนเกินไป ช่างสักอาจจะแนะนำให้สักเพิ่มอีก 1 รอบ
  7. ช่วงเวลาในสัปดาห์ที่ 2-3 ที่ริมฝีปาก จะมีสีที่คล้ำกว่าเดิม สามารถทาลิปสติกกลบสีปากที่ยังไม่เข้าที่ได้

ผู้ที่ไม่ควรสักปากชมพู

สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงเกิน 180/109 มิลลิเมตรปรอท โรคหัวใจ ผู้ที่ขาดวิตามินเค มีภาวะเกร็ดเลือดต่ำ และผู้ที่รับประทานยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังสักปากชมพู

  1. ปากอาจดูสีคล้ำลงกว่าเดิม ซึ่งอาจเกิดมาจากการสักย้ำเข็ม โดยมักเกิดขึ้นกับคนที่มีผิวบอบบาง ทั้งนี้อาจจะต้องรอให้ผิวเข้าที่สักพัก รอยช้ำนี้จะค่อยๆ หายไป และมีสีดันขึ้นมาให้เห็นชมพู หรือแดงชัดขึ้นกว่าเดิม ซึ่งหลังจากสีลอกหมดแล้ว สามารถทา aftercare และลิปสติก เพื่อปกปิดความไม่สม่ำเสมอได้
  2. อาจมีอาการบวมแดงหรือเกิดเป็นตุ่มใสขึ้น หรือดูเหมือนเป็นหนอง (เกิดกับบางคนเท่านั้น) ซึ่งเนื่องมาจากมีปัญหาในเรื่องของระบบน้ำเหลืองไม่ดี และสภาพผิวบอบบาง สามารถทานยาแก้อักเสบ ลดบวม และยาฆ่าเชื้อ ประมาณ 3-5 วัน อาการจะดีขึ้นและหายเป็นปกติ
  3. เป็นเริม สำหรับผู้ที่เคยเป็นเริมมาก่อน หรือเคยได้รับเชื้อสะสมอยู่ในร่างกาย หากในช่วงหลังสักนี้ ดูแลรักษาความสะอาดปาก หลังจากการรับประทานอาหารไม่ดี อาจเกิดโรคเริมขึ้นได้ ซึ่งสามารถทายาสำหรับรักษาโรคเริม และหายเป็นปกติได้ภายใน 7 วัน
  4. ติดเชื้อ การติดเชื้อจากการสักปากชมพูมีหลายกรณี ทั้งจากการดูแลรักษาความสะอาดไม่ดีของผู้สัก เช่น หลังรับประทานอาหารไม่ทำความสะอาดปากให้ดี จึงทำให้เกิดการติดเชื้อได้ รวมถึงในกรณีที่ช่างสักใช้สีสักที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีบางขั้นตอนที่อุปกรณ์ไม่สะอาด ก็สามารถนำมาสู่การติดเชื้อได้เช่นกัน