ความปลอดภัยถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการใช้รถใช้ถนน แต่เคยนึกสงสัยหรือไม่ว่ารถยนต์ที่ขายในบ้านเรานั้นมีระดับความปลอดภัยแค่ไหน และได้มีการทดสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยก่อนที่จะปล่อยรถออกจากโชว์รูมหรือไม่ Tonkit360 มีคำตอบมาฝากกัน
ในการเลือกซื้อรถยนต์มาใช้งาน นอกจากสมรรถนะที่ดีแล้ว รถคันนั้น ๆ จะต้องมาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีด้วยเช่นกัน ทำให้บรรดาค่ายรถต่าง ๆ ต้องมีการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการชนก่อนที่จะนำรถรุ่นนั้นออกสู่ตลาด ทั้งนี้ก็เพื่อควาามปลอดภัยของทั้งผู้โดยสารที่อยู่ในรถรวมถึงบุคคลที่ถูกชนด้วย
ในหลายประเทศ มีข้อกำหนดชัดเจนจากทางการ สำหรับรถยนต์ใหม่ที่ออกจากโรงงาน จะต้องผ่านการทดสอบการชน และเปิดเผยผลการทดสอบสู่สาธารณชนอย่างเป็นกลาง ผ่านสถาบันทดสอบของรัฐหรือองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันทดสอบที่ได้มาตรฐานอยู่ในแต่ละทวีป และจะให้คะแนนพร้อมประเมินระดับความปลอดภัยจากสูงสุด 5 ดาว ไปจนถึง 0 ดาว
ทั้งนี้การทดสอบการชนมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในรถเป็นสำคัญ เหนือประเด็นความเสียหายของตัวรถ ทำให้ วิธีการทดสอบบการชนโดยทั่วไปจะเป็นการนำหุ่นทดสอบ ที่มีลักษณะทางกายภาพเหมือนมนุษย์จริง พร้อมติดเซ็นเซอร์วัดแรงกระแทก ตามจุดต่าง ๆ ที่มีความสำคัญในร่างกาย เช่น ศีรษะ หน้าอก ช่องท้อง รวมถึงและหัวเข่า โดยจะทดสอบทั้งตำแหน่งคนขับ และผู้โดยสารทุกที่นั่งตามรูปแบบของรถรุ่นนั้น ๆ
ใช้ยุคแรกของการทดสอบ มีการทดสอบการชนจากทิศทางด้านหน้าเพียงอย่างเดียว และชนเข้ากับวัสดุที่หยุดนิ่ง ภายใต้ความเร็วในระดับต่าง ๆ ก่อนที่จะมีการพัฒนาการทดสอบการชนในทิศทางต่าง ๆ รวมถึงการชนในรูปแบบที่ชนเข้ากับวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว โดยสถาบัน Euro Ncap (The European New Car Assessment Programme) คือหนึ่งในองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในฝั่งยุโรป ก่อนที่จะมีการพัฒนาก่อตั้งสถาบันต่าง ๆ ในทวีปอื่น ๆ รวมถึงในย่านอาเซียน ภายใต้ชื่อ Asean N Cap
ส่วนในบ้านเรา แม้ภาครัฐโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จะออกหลักเกณฑ์ให้รถใหม่ทุกคันต้องแจกแจงรายละเอียดผ่าน ECO Sticker โดยมีหัวข้อมาตรฐานความปลอดภัยหลัก ๆ คือ ระบบความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ เน้นไปที่ด้านเทคนิคของตัวรถ (R13H) และระบบความปลอดภัยหลังเกิดเหตุ นั่นก็คือการทดสอบการชนด้านหน้า (R94) และการชนจากด้านข้าง (R95) เท่านั้น

ขณะเดียวกันเมื่อดูจาก ECO Stiker ของรถใหม่เกือบทั้งหมดที่ขายในเมืองไทย ปรากฏว่าค่ายรถส่วนใหญ่ไม่ได้มีการทดสอบมาตรฐานการชนอย่างจริงจัง นั่นหมายความว่าประเทศไทย ไม่ได้มีกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องผ่านมาตรฐานทดสอบการชนถึงจะนำออกขายได้ มีเพียงค่ายรถบางยี่ห้อที่นำรถเข้าทดสอบการชนจากสถาบันต่าง ๆเท่านั้น และมีรถบางยี่ห้อที่มีการทดสอบการชนเป็นการภายใน
ทั้งนี้หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่ารถที่ผลิตจากวัสดุเหล็ก ยิ่งแข็งแรงเท่าไรยิ่งทำให้ชีวิตในรถปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น ทว่าในความเป็นจริงแล้ว วัสดุที่ยืดหยุ่นและซึมซับแรงกระแทกได้ดีที่สุดจะช่วยลดแรงกระแทกที่มาถึงคนในรถได้ดีกว่า ฉะนั้น ประเด็นสำคัญในการทดสอบไม่ได้อยู่ที่ความเสียหายของรถ แต่มุ่งเน้นไปที่ชีวิตของคนในห้องโดยสารเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ ในการทดสอบไม่ว่าจะผ่านการการันตีจากสถานบันที่ดีและได้มาตรฐานสูงเพียงใด แต่ในชีวิตจริงบนท้องถนนอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และทุกทิศทางที่ยากจะคาดเดาได้ ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรับผิดชอบ และความระมัดระวังของผู้ขับขี่ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเป็นสำคัญนั่นเอง






























