Home Work & Living Living มิตรภาพที่ผลประโยชน์มาก่อน ให้แทงข้างหลังก็ย่อมได้

มิตรภาพที่ผลประโยชน์มาก่อน ให้แทงข้างหลังก็ย่อมได้

“ฉันไม่มีวันขายเพื่อนหรอก เพราะเงินซื้อฉันไม่ได้…ถ้าไม่มากพอ” มุกขำขันที่ใครหลายคนมักจะใช้หยอกเย้าเพื่อนเสมอเวลาที่เพื่อนมีความลับหรือเรื่องสำคัญมาปรึกษาหรือเล่าให้ฟัง ส่วนใหญ่มันก็เป็นเพียงคำพูดที่ใช้แกล้งเพื่อนเล่น ๆ เท่านั้น คนพูดก็แค่จะแหย่เพื่อนเล่น ๆ ไม่ได้คิดจะทำจริง ส่วนคนฟังก็ไม่ได้ติดใจอะไร ด้วยรู้ว่าคนตรงหน้าพูดเล่น เพราะสุดท้ายก็คนนี้นี่แหละที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนทุกอย่าง นี่คือวิถีปกติของคนเป็นเพื่อนกัน

แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากว่ามิตรภาพสามารถซื้อขายได้ด้วยเงินจริง ๆ ล่ะ? ประเด็นคือไม่มีใครรู้หรอกว่ามุกตลกนั้นเพื่อนแค่พูดเล่นจริง ๆ หรือเพื่อนจะทำจริงแน่ ๆ ถ้าจำนวนเงินมากพออย่างที่ว่า! หลายคนคงระแวงแล้วว่าที่ทุกวันนี้ยังไม่โดนเพื่อนขายอาจเพราะว่าราคามันยังไม่สูงมากพอจริง ๆ

ผลประโยชน์ ตัวแปรที่ไม่เข้าใครออกใคร

ยุคสมัยนี้ ไม่ใช่เรื่องตลกที่คนหลายคนยกให้เงินเป็นปัจจัยที่หนึ่ง และเป็นปัจจัยเดียวที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะคนเราจะมีปัจจัยสี่อย่างอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค (แบบที่ให้ความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตจริง ๆ) ได้อย่างไรถ้าไม่มีเงินซื้อ นั่นเป็นข้อเท็จจริงที่ยากจะปฏิเสธ รวมถึงการที่เราทำงานกันงก ๆ ท้ายที่สุดก็เพื่อแลกเงินอยู่ดี โลกของความเป็นจริงที่ไม่อุดมคติมันเป็นเช่นนี้ ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี ๆ มันต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ดี มีบางสิ่งบางอย่างที่สามารถใช้ใจซื้อได้ คือมิตรภาพอันดีระหว่างกัน กลุ่มเพื่อนสนิทของเรา ๆ ล้วนสนิทสนมกันด้วยใจ คุยกันถูกคอ นิสัยใจคอไปในทิศทางเดียวกัน หรือที่ทุกวันนี้ชอบเรียกกันว่า “ศีลเสมอกัน” ทว่าอะไรที่แตกต่างกันมันคือการที่ต่างฝ่ายต่างสามารถเติมเต็มให้กันได้ แชร์ความสุข แชร์ความทุกข์ คอยช่วยเหลือในยามยาก ไม่ทิ้งกันแม้วันที่เราไม่เหลืออะไรเลย เพื่อนแบบนี้เรามักจะเรียกว่า “มิตรแท้” หรือ “เพื่อนตาย” ซึ่งในสำนวนสุภาษิตยังบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ “หายาก”

ด้วยสถานะ “หายาก” ก็คงจะสะกิดใจอยู่ไม่น้อย ว่าแล้วเพื่อนที่คบอยู่ทุกวันนี้เป็นประเภท “มิตรแท้” หรือ “เพื่อนตาย” หรือเปล่า เราเห็นเขาเป็นเพื่อน แต่จริง ๆ เขาเห็นเราเป็นเพื่อนด้วยหรือไม่ ไม่กล้าการันตีว่าใครเป็นเพื่อนสนิท กลัวจะหน้าแตก เพราะเขาไม่ได้รู้สึกสนิทด้วย รวมถึงไม่กล้าคิดด้วยว่าในวันที่ตัวเราไม่เหลืออะไรเลย คนที่เราเห็นเขาเป็นเพื่อน เขาจะยังอยู่เคียงข้างเราแบบที่เราจินตนาการไว้หรือเปล่า โดยเฉพาะเมื่อมีอำนาจของ “เงิน” เข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร มีคนจำนวนไม่น้อยที่ผิดใจกับคนที่เรียกว่าเพื่อนสนิท ก็เพราะเงินหรือผลประโยชน์มานักต่อนักแล้ว

“ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” เป็นคำพูดที่มีความหมายคือการไม่เอาเรื่องที่ไม่ดีของรุ่นน้อง มาเป็นอารมณ์ ไม่ประจาน ช่วยเหลือได้ก็ช่วย อภัยได้ก็อภัย มีอะไรเคลียร์กันเองไม่วิ่งแจ้นไปฟ้องนายแล้วเอาหน้า เอาความดีความชอบเข้าตัว และการไม่เอาความลับของเพื่อนไปบอกคนอื่น นินทา ใส่ร้าย เพื่อหวังประโยชน์ แต่เราจะพบว่าทุกวันนี้มีคนที่สามารถทำได้หมดทุกอย่าง ทั้งฆ่าน้อง ทั้งฟ้องนาย และขายเพื่อน หากมีอะไรที่สมน้ำสมเนื้อมาแลกเปลี่ยน เพื่อประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับแล้ว การยอมแลกมิตรภาพก็ย่อมได้ นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคม เพราะมีคนทำจริง ๆ

มิตรภาพที่ซื้อได้ด้วยเงิน คุณธรรมน้ำมิตรที่มีอยู่แค่ในนิยาย

ถ้าคนเราล้วนทำเพื่อเงินหรือผลประโยชน์บางอย่างจริง ๆ บางทีเราอาจต้องแลกด้วยอะไรบางอย่างเช่นกัน ซึ่งอะไรบางอย่างที่ว่า อาจเป็นสิ่งที่ใช้วัดใจได้ว่าเราคบคนถูกประเภทหรือไม่ คนที่เคยมีประสบการณ์ “โดนแทงข้างหลัง” จะรู้ซึ้งดีว่าการโดนเพื่อนหรือคนที่ไว้ใจขาย หรือหลอกใช้หาผลประโยชน์ ความรู้สึกมันเป็นอย่างไร

ใครที่ไม่เคยโดนคนที่เรียกว่า “เพื่อน” หักหลังเพราะเรื่องเงิน หรือไม่เคยต้องตัดขาดกับใครแบบชาตินี้ขอไม่ใช้อากาศหายใจร่วมกัน ตายไปก็ไม่เผาผี เพราะความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ก็คงจะไม่เข้าใจ กล่าวคือมันไม่ใช่การผิดใจจากการไม่เข้าใจกัน แต่เป็นการผิดใจที่เรารู้สึกว่าตัวเองโดนคนที่ไว้ใจ “ทรยศ” เพราะเขาเห็นผลประโยชน์อื่นงามกว่ามิตรภาพที่มีให้กัน นี่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเพื่อนที่คบหาด้วยผลประโยชน์มีอยู่จริง และก็มีคนประเภทนี้มากเสียด้วย

ในยามปกติธรรมดาเขาอาจเป็นเพื่อนที่แสนดี แต่วันใดที่คุณไม่มีอะไรให้สูบ พวกเขาก็จะเดินจากไปแบบที่คุณไม่รู้เนื้อรู้ตัว หายไปจากชีวิตเหมือนไม่เคยรู้จักกัน อาจจะกลับมาพยายามสนิทสนมกันอีกทีก็ต่อเมื่อมีเรื่องขอความช่วยเหลือ หรือในยามที่คุณมีผลประโยชน์ที่สามารถแบ่งปันให้กับเขาได้ นั่นแหละ คนพวกนั้นเป็นเพื่อนประเภทนั้น! ที่เขาจะเผยธาตุแท้ให้คุณได้รู้เช่นเห็นชาติ ก็ตอนที่คุณลำบากหรือคุณไม่มีผลประโยชน์อะไรให้เขาแล้ว

คุณธรรมน้ำมิตร ที่ใครต่อใครเคยอิ่มเอมใจกับเรื่องราวความงดงามของมิตรภาพ เอาเข้าจริงมันอาจมีอยู่แค่ในนิยายหรือในละครคุณธรรมต่าง ๆ เท่านั้น เพราะในโลกจริงนั้นยากแท้ที่เห็นได้ คุณธรรมน้ำมิตรอาจจะปรากฏก็ต่อเมื่อเราหยิบยื่นให้ผู้อื่นก่อน โดยที่เขาผู้นั้นก็มีใจที่ดีที่จะให้เรากลับคืนมา แต่ถ้าไม่มีการตอบรับ ก็เป็นได้แค่เรามีน้ำใจกับเพื่อนร่วมโลกเฉย ๆ เท่านั้น

ต่างจากการใช้เงินเพื่อซื้อสิ่งต่าง ๆ หากเรามีเงินที่จะแลกเปลี่ยน ของที่ต้องการก็มาวางกองไว้ตรงหน้า อย่างที่คนจำนวนไม่น้อยใช้เงินเพื่อซื้อเพื่อนมากมายให้เข้ามาอยู่ในชีวิต ใช้เงินเพื่อให้ตัวเองได้มีเพื่อน มีสังคม ใคร ๆ ก็รุมล้อมอยากเข้าหา แต่เคยสังเกตหรือไม่ว่าพอเราไม่มีอะไรจะให้ คนพวกนี้ก็พร้อมจากไป และเหลือคนที่ไม่ได้สนใจว่าเราจะมีมากมีน้อยหรือไม่มีอยู่ไม่กี่คน หรือเผลอ ๆ อาจไม่เหลือใครสักคนที่จริงใจอยู่เลย มิตรภาพจอมปลอมก็จะหายไปพร้อมกับผลประโยชน์

คำกล่าวที่ว่า “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” ทุกวันนี้ยังเป็นเช่นนี้อยู่หรือไม่ ยังมีใครที่ยึดมั่นอยู่ในอุดมการณ์นี้จริง ๆ หรือไม่ หากเรื่องบางเรื่องมันมีผลกระทบมาถึงตัวเอง คุณจะเลือกฆ่าน้อง ฟ้องนาย และขายเพื่อนไปซะ เพื่อให้ตัวเองไม่เดือดร้อน หรือจะยอมเดือดร้อนไปด้วยกัน คุณเองคือคนที่ให้คำตอบได้ดีที่สุด แต่คุณก็คงจะไปคิดแทน “เพื่อน” ของคุณไม่ได้ และไม่มีอะไรมายืนยันได้เลยว่าสุดท้ายแล้วเขาจะไม่ขายคุณ คนที่คุณไว้ใจ สุดท้ายแล้วอาจจะร้ายและทำกับคุณได้เจ็บแสบที่สุดก็ได้ ใครจะไปรู้จิตใจของคนอื่นได้ว่าคิดอะไรอยู่

ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร เมื่อการคบหาใครสักคนช่างยากเย็น

จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน ใจของคนคือสิ่งที่เชื่อไม่ได้มากที่สุด เพราะจิตใจคนเรานั้นมันลึกเกินที่หยั่งถึง เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจริง ๆ แล้วอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ อีกทั้งคนเรายังสามารถเปลี่ยนความคิดและ “เปลี่ยนใจ” ได้ทุกเมื่อ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แวดล้อมที่กดดัน เรื่องนี้อาจจะไม่หักหลังเพื่อน แต่เรื่องอื่นอาจไม่แน่ เพื่อนที่ทรยศเพื่อนจึงเกิดขึ้นได้เสมอไม่จำกัดว่าเกิดกับใคร ในเมื่อคนเราต่างก็รักตัวกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น ถ้าจำเป็นต้องเลือก แนวโน้มทั่วไปของคนก็ย่อมเลือกตัวเองก่อน

แต่พอมาในยุคนี้ ที่ผลประโยชน์ต่าง ๆ มันเห็นได้ชัดขึ้นมาก คนเราจึงหักหลังกันได้ง่ายมากเช่นกัน มันจึงเป็นยุคสมัยที่เราต้องเตือนตัวเองเสมอว่า “ไว้ใจใครไม่ได้” ถ้าแม้แต่พี่น้องที่คลายตามกันมายังฆ่ากันเองได้ คนอื่นก็อย่าได้คาดหวัง เพราะเราไม่รู้หรอกว่าคนที่เราเรียกว่าเพื่อนและให้ใจไปกับเขาหมดนั้น เขาเรียกเราว่าเพื่อนและให้ใจกับเรากลับมาบ้างหรือเปล่า

แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า “มิตรแท้” หรือ “เพื่อนตาย” จะหาไม่ได้จริง ๆ เลยบนโลกใบนี้ คนเหล่านั้นอาจจะหาได้ยากยิ่ง รวมถึงการที่เราก็ไม่สามารถที่จะเทใจให้เต็มร้อยเพราะต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองด้วย แต่เราค่อย ๆ เรียนรู้ไปได้ว่าคนที่เราคบหาเป็นเพื่อนอยู่นั้น พอจะกลายเป็นมิตรแท้หรือเพื่อนตายเราได้สักคนหรือไม่ หรือจะให้ได้เต็มที่คือคนรู้จัก ไม่สามารถใช้คำว่าเพื่อนได้ การคบหาใครสักคนอาจเป็นเรื่องยากเย็น เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องมาเสียใจเอง

คำสอนที่ว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง” จึงไม่ใช่คำสอนเลื่อนลอยแบบไม่มีมูล และหลายคนก็รู้ซึ้งความหมายของคำสอนนี้ดี! ว่าเชื่อใจคนง่าย ไว้ใจคนผิด มันให้ผลอย่างไร