Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง “ช้างศึก” จะไปถึงแชมป์?

“ช้างศึก” จะไปถึงแชมป์?

ช่วงนี้นับว่ากระแสของฟุตบอลซูซูกิคัพกำลังมาแรง เพราะทีมชาติไทยเราฟอร์มดีขึ้นเรื่อย ๆ และกำลังก้าวเข้าสู่รอบลึก ส่วนจะไปถึงชิงฯ หรือแชมป์เลยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่จะต้องติดตาม

ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นการฟาดแข้งกันเพื่อชิงเจ้าอาเซียน โดยแชมป์เก่าคือเวียดนาม ซึ่งก่อนแข่งคือเต็งหนึ่งของรายการ แต่เล่นไปเล่นมาทีม “ช้างศึก” เราเกิดโดดเด่นขึ้นมา เพราะได้ซูเปอร์สตาร์จากเจลีกอย่าง “เจ” ชนาธิป และ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน กลับมาช่วยทีมชาติกันอย่างพร้อมหน้า เลยกลายเป็นเต็งแชมป์เช่นเดียวกัน

ก่อนแข่งแฟนบอลก็ยังไม่กล้าหวังอะไรกันมากนัก เพราะนอกจากไม่ได้รวมตัวเล่นกันมานานแล้ว ยังใช้โค้ชใหม่ “มาโน่” ผู้จัดการทีมก็ใหม่ “มาดามแป้ง” ถือเป็นยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง เลยต้องขอเช็กฟอร์มกันก่อนหน่อย

ปรากฏว่าพอได้ชมการเล่นของทีม “ช้างศึก” ชุดนี้แล้วต้องบอกว่าแฟน ๆ มีความหวังกันขึ้นมาอีกครั้ง

ส่วนตัวขอชมเชยฝีมือของ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือที่เลือกระบบ 4-4-3 และวิธีการเล่นที่ค่อนข้างทันสมัย เหมาะกับผู้เล่นชุดนี้ดีครับ

แทคติคของมาโน่ คือการใช้แบ็กจอมบุกของเราทั้งสองข้างขึ้นโจมตี ทั้งนฤบดินทร์ ทางขวา และธีราทร กราบซ้าย มิดฟิลด์ใช้ประเภทผึ้งงาน ขยัน และไล่ตัดบอลคู่ต่อสู้ได้ดีอย่าง สารัช อยู่เย็น, ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร และตัวที่ผมชอบสุดอย่างพิธิวัต สุขจิตธรรมกุล รับงาน Dirty Job ปัดกวาดหน้าแผงกองหลังได้ดีเหลือเกิน

สังเกตว่ามาโน่จะเลือกแดนกลางโดยใช้ผู้เล่นหนุ่มขยันวิ่ง มีความรับผิดชอบสูงในการรักษาพื้นที่ และมีเกมรับดีเพื่อปิดจุดอ่อนในยามที่แบ็คขึ้นมาโจมตี

กล้าเอาลงมาแทนตัวเก่าบางตัวซึ่งเก๋ากว่าเสียด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ทำให้เกมของทีมชาติไทยเราดูกระฉับกระเฉงฉับไวขึ้นมาก ถ้าสามารถเพิ่มพละกำลังในการบีบเพรสซิ่งคู่ต่อสู้ได้ดุดันกว่านี้จะดีขึ้นไปอีก

ทัวร์นาเมนต์นี้ทำให้เราได้เห็นฟอร์มการเล่นของหลาย ๆ ทีมที่พัฒนาขึ้นมา ทำให้ใกล้เคียงกับทีมอื่นมากยิ่งขึ้น ไม่มีการถล่มขาดลอยเหมือนสมัยก่อน โดยเฉพาะ ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา

ส่วนทีม “ช้างศึก” เรามาถึงขนาดนี้แล้ว เป้าหมายอย่างน้อย ๆ ต้องดีกว่าของเดิมซึ่งไปได้แค่รอบตัดเชือก เที่ยวนี้ลุ้นไปถึงนัดชิงชนะเลิศหรือแชมป์ไปเลยได้ยิ่งดี แม้จะมีเวียดนามเป็นกระดูกชิ้นโตขวางอยู่ก็ตามที

ผมว่าทีมชาติไทยชุดนี้มีจุดเด่น ซึ่งทีมอื่น ๆ ในอาเซียนไม่มี นั่นคือตัวปิดสกอร์อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ซึ่งไม่ว่าจะลงยืนในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า หน้าคู่ หรือหน้าต่ำ สัญชาตญาณการยิงของเขานั้นยังเต็มเปี่ยมเหมือนเดิม แม้ความแคล่วคล่องว่องไวจะหายไปพอสมควร

ผู้เล่นในลักษณะนี้หายากและมีความสำคัญมาก ต่อให้ทีมเล่นดีเท่าไหร่แต่ยิงไม่ได้ก็ไร้ประโยชน์ 

ไม่แน่เหมือนกันครับถ้ารอบลึก ๆ ลุ้นให้ “เจ” กลับมาฟอร์มสดหน้าประตูอีกคน โอกาสไปถึงแชมป์ของเราใช่ว่าอยู่เกินเอื้อม.

ขอบคุณภาพจาก www.affsuzukicup.com

ป.ล. แฟน ๆ สามารถติดตามการไลฟ์สดฟุตบอลซูซูกิคัพของประเทศไทย ได้ทาง www.affsuzukicup.com