ทุกวันนี้ การทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่ได้มีเพียงวิธีทำงานร่วมกันเท่านั้นที่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน แต่พฤติกรรมบางอย่างของตัวเราเองที่ดูไม่ค่อยจะสร้างสรรค์เท่าไร ก็ทำให้เพื่อนร่วมงาน “หมดความเชื่อถือ” ในตัวเราด้วย
นี่แหละที่เป็นปัญหา เพราะในการทำงาน ไม่มีใครอยากจะอยู่ร่วมทีมกับคนที่ไม่น่าเชื่อถือหรอก ด้วยไม่รู้เลยว่าคนนั้นจะพาทีมไปทางไหน พาไปทางโล่งหรือลงเหว เข้ามาช่วยหรือมาถ่วง เพียงแค่เราพูดคำหยาบ 2-3 คำกับเพื่อนร่วมงาน ก็ทำให้เพื่อนร่วมงานมองแรงได้แล้ว หรือการเอาแต่ตำหนิ ประชดประชัน แซะคนอื่นไปเรื่อย หรือคนประเภทไม่เตรียมข้อมูล แต่พยายามแถเอาข้อเท็จมาสร้างเป็นข้อจริง พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เพื่อนร่วมงานไม่เชื่อใจ และไม่ไว้ใจที่จะทำงานด้วย
เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ แสดงออกถึงทัศนคติในด้านลบอย่างชัดเจน จนอาจทำให้คนรอบข้างตั้งคำถามถึงความสามารถของเราด้วยว่าจริง ๆ แล้ว เราทำงานได้จริง ๆ เหรอ? คนที่มีความคิดแบบนี้จะทำให้งานสำเร็จได้จริงเหรอ? ดังนั้น พฤติกรรมเหล่านี้ไม่สร้างสรรค์เอาเสียเลย ทำให้เราหมดความน่าเชื่อถือในสายตาเพื่อนร่วมงานในทันที ที่สำคัญ มันให้ผลเร็วเกินคาดด้วย
ขี้โม้ โอ้อวดตัวเองเกินเบอร์
ในสังคมการทำงาน มักจะเจอคนประเภท “อวดดีทั้งที่ไม่มีดีให้อวด” แฝงตัวอยู่ในทุกที่ แม้ว่าพวกเขาจะมั่นอกมั่นใจในความเก่งปลอม ๆ ของตัวเอง แต่สิ่งที่ทำอยู่คือการย้อนกลับมาทำร้ายและประจานข้อบกพร่องของตัวเองชัด ๆ คนเก่งจริงน่ะ เขาไม่พูดโอ้อวดตัวเองหรอก! เขาจะถ่อมตัวและพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยการกระทำและผลงาน ในขณะที่คนที่เอาแต่ขี้โม้ โอ้อวด นำเสนอตัวเองมากเกินไป แล้วไม่เห็นมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็ยิ่งทำให้คนรอบข้างสงสัยว่า “ดีแต่พูดแน่ ๆ” กลายเป็นข้อบกพร่องที่ทำให้ตัวเองหมดความน่าเชื่อโดยปริยาย
ชอบพูดจาดูถูกก้าวร้าวคนอื่น
มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดเองเออเองในทำนองว่าการ (แสร้ง) ดูถูกคนอื่น จะทำให้คนคนนั้นมีแรงลุกขึ้นมาเอาชนะคำสบประมาท มันก็ใช้ได้แค่กับบางคนเท่านั้น และก็ไม่ได้เป็นความจริงเสมอไป บางทีมันคือการทำลายความมั่นใจคนอื่นหรือบั่นทอนกำลังใจ ที่สำคัญ มันเป็นการแสดงให้เห็นว่าตัวเราเองนี่แหละที่พูดจาให้กำลังใจคนอื่นแบบดี ๆ ไม่ได้ ไม่รู้จักควบคุมคำพูดตัวเอง แต่การกระทำนี้กลับเป็นที่นิยมโดยที่เจ้าตัวเองก็อาจไม่รู้ตัว การดูถูกหรือก้าวร้าวใส่เพื่อนร่วมงาน จะทำให้พวกเขาไม่เชื่อใจ และสงสัยว่าเวลาที่อยู่ลับหลัง เราต้องวิจารณ์เขาเสีย ๆ หาย ๆ แน่!
ข้อเท็จจริงไม่แน่นพอเพราะไม่ใส่ใจ
หลายคนนำเสนอผลงานแบบเตรียมข้อมูลที่ดูเวอร์ ๆ คำพูดสวย ๆ ที่ถูกออกแบบมาให้การนำเสนอดูดี ดูฉลาด หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนตำหนิ ทั้งที่ความจริงสิ่งที่เอามานำเสนอนั้นมีแต่เปลือก หามีแก่นสารไม่ ทำให้การเสนอขายไอเดียหรือโน้มน้าวใจคนในลักษณะนี้ไม่เป็นผล เพราะมันเห็นภาพไม่ชัดเจน มันไม่โดน ยิ่งเวลาโดนถามแล้วไปไม่เป็นก็ยิ่งน่าเอือมระอา ฉะนั้น ในการนำเสนองาน ควรเตรียมข้อมูลแบบเนื้อ ๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงมาก่อน อย่าพยายามแถข้าง ๆ คู ๆ เหมือนเรารู้ดีกว่าคนอื่น ไม่เช่นนั้นอาจโดนเพื่อนร่วมงานจับโป๊ะได้ว่ารู้ไม่จริง
ตำหนิเก่ง ติโดยไม่ก่อ
ส่วนใหญ่แล้ว คนที่มีอำนาจในการตำหนิมักจะเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าคนอื่น เช่น หัวหน้าหรือเจ้านาย ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะตำหนิติเตียน แต่มันต้องเป็นไปในลักษณะ “ติเพื่อก่อ” ไม่ใช่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่พอใจอะไรก็ด่าเสีย ๆ หาย ๆ ต่อหน้าธารกำนัล เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ใช้น้ำเสียงข่มขู่ ส่วนใหญ่คนจะกรอกตาให้คนประเภทนี้ และไม่อยากอยู่ใกล้ เพราะมันเป็นความกลัวมากกว่าเกรงใจ คนไม่ได้ปฏิบัติตามเพราะเคารพในคำสั่ง แต่ทำ ๆ ไปงั้น ในขณะที่คนที่ให้เกียรติคนอื่น อ่อนน้อมถ่อมตน สุภาพเรียบร้อย คนจะเกรงใจ และดูน่าเชื่อถือกว่าเป็นไหน ๆ
ข้อมูลจาก Entrepreneur






























