Home Trending Story Trend ในประเทศ “มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก” 2 โรคร้ายคร่าชีวิตผู้หญิง

“มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก” 2 โรคร้ายคร่าชีวิตผู้หญิง

ในเดือนตุลาคมของทุก ๆ ปี องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เป็นเดือนแห่งการรณรงค์และเตือนภัย “โรคมะเร็งเต้านม” ซึ่งเป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิตผู้หญิงทั่วโลก โดยจะมีแคมเปญ “Breast Cancer Awareness Month : BCAM” หรือ “National Breast Cancer Awareness Month : NBCAM” ซึ่งจะเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม อีกทั้งยังมีกิจกรรมระดมทุนเพื่อประโยชน์ในการทำวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม โดยโครงการริเริ่มมาตั้งแต่ปีค.ศ.1985 (พ.ศ.2528) โดยความร่วมมือระหว่าง American Cancer Society กับแผนกเภสัชกรรมของ Imperial Chemical Industries

อย่างไรก็ตาม “มะเร็งเต้านม” ไม่ใช่โรคเดียวที่อันตรายสำหรับผู้หญิง แต่ยังมี “มะเร็งปากมดลูก” อีกด้วย เพื่อให้ผู้หญิงระมัดระวัง 2 โรคนี้ให้มาก Tonkit360 มีความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูกมาฝาก

มะเร็งเต้านม

“โรคมะเร็งเต้านม” ถือเป็นภัยเงียบใกล้ตัวอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตหญิงไทย อีกทั้งยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้หญิงทั่วโลก โดยเฉลี่ย หญิงไทยจะมีอัตราการพบมะเร็งเต้านมอยู่ที่ประมาณ 40 คน จากจำนวนสตรีวัยเจริญพันธุ์ 100,000 คน ซึ่งถือว่ายังพบน้อยกว่าประเทศทางตะวันตกมาก ที่สำคัญ มะเร็งเต้านมสามารถพบในผู้ชายได้แต่มีจำนวนน้อย อุบัติการณ์ของโรคน้อยกว่าผู้หญิงเกือบ 100 เท่า

สาเหตุของมะเร็งเต้านม เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่อยู่ภายในท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม เมื่อเซลล์แบ่งตัวผิดปกติจนไม่สามารถควบคุมได้ เซลล์เนื้อร้ายจะเริ่มแพร่กระจายไปตามระบบน้ำเหลืองเข้าสู่ต่อมน้ำเหลือง หรือแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น เช่น กระดูก ปอด ตับ ถึงอย่างนั้น การตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะแรกมีโอกาสหายขาดสูง และมีอัตราการรอดชีวิตสูงด้วยเช่นกัน

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านม

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านม สามารถทำได้หลายวิธี อาจเริ่มจากการซักประวัติ และตรวจเต้านมโดยแพทย์เฉพาะทาง จากนั้นจะมีการตรวจทางรังสีวิทยา ด้วยวิธีแมมโมแกรม (Mammogram) ซึ่งควรได้รับการตรวจทุก ๆ 1-2 ปี และยังมีการตรวจด้วยวิธีอัลตราซาวด์ เพื่อตรวจหาและดูสิ่งผิดปกติในเต้านม

แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการตรวจพบก้อนผิดปกติ หรือพบแคลเซียมเป็นจุดที่ผิดปกติจากการเอกซเรย์ แพทย์จะเจาะเอาชิ้นเนื้อส่งตรวจ ก่อนจะทำการตรวจว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ซึ่งวิธีนำชิ้นเนื้อส่งตรวจนี้ จะสามารถวินิจฉัยได้ค่อนข้างแม่นยำ หากเป็นมะเร็งเต้านม แพทย์จะได้ทำการรักษาต่อไป

บุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

  • ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีประวัติ หรือครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นมะเร็งเต้านม
  • ผู้หญิงที่มีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี หรือหมดช้าหลังจากอายุ 55 ปี
  • ผู้ที่มีบุตรหลังจากอายุ 30 ปี หรือไม่เคยมีบุตรมาก่อน
  • ผู้ที่ใช้ฮอร์โมนเพศหญิงเป็นประจำ โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือได้รับยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งรังไข่

วิธีสังเกตสัญญาณโรคมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง

  • คลำพบก้อนที่เต้านม ซึ่งจะมีลักษณะแข็ง ขรุขระ หรือเป็นก้อนเรียบ ๆ ได้ แต่ไม่มีอาการเจ็บ
  • ขนาดและรูปร่างของเต้านมเปลี่ยนไป
  • ผิวหนังบริเวณเต้านมเปลี่ยนแปลงไป มีรอยบุ๋ม ย่น หดตัว หนาผิดปกติ
  • หัวนมหดตัว มีอาการคัน มีผื่นแดงขึ้น
  • มีเลือดหรือของเหลวไหลออกจากหัวนม

มะเร็งปากมดลูก

“โรคมะเร็งปากมดลูก” เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นกับระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง สาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการได้รับเชื้อเอชพีวี (Human papilloma virus : HPV) อย่างไรก็ตามเชื้อชนิดนี้ส่งต่อผ่านกันได้ในลักษณะของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูก ที่สำคัญ ในเพศชายหากได้รับเชื้อ HPV ก็ทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน อย่างหูดหงอนไก่ มะเร็งองคชาตหรือมะเร็งอวัยวะเพศชาย

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก

การจะวินิจฉัยโรคมะเร็งปากมดลูก จะเริ่มจากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกก่อน ในการตรวจหารอยโรคระยะก่อนมะเร็งหรือมะเร็งระยะเริ่มแรก ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์เนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูกติดเชื้อ เพื่อให้สามารถรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ รวมถึงรักษามะเร็งระยะเริ่มแรกอย่างได้ผลดีที่สุด อาจคัดกรองร่วมกับการตรวจหาเชื้อ HPV ร่วมด้วย ถ้าตรวจไม่พบเชื้อสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และสายพันธุ์ 18 ก็มั่นใจได้เกือบจะ 100 เปอร์เซ็นต์

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีอยู่หลายวิธี แต่ที่นิยมคือการตรวจหาเซลล์ปากมดลูกด้วยวิธีทางเซลล์วิทยา หรือที่คุ้นหูกันว่าแป๊ปสเมียร์ (Pap smear) ในกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติ ผู้หญิงจะได้รับการวินิจฉัยโดยการส่องกล้องตรวจปากมดลูก (colposcopy) ซึ่งให้ภาพขยายของปากมดลูก 10-20 เท่า แพทย์จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวปากมดลูกได้อย่างชัดเจน ก่อนจะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อส่วนที่ผิดปกติส่งตรวจ เพื่อตรวจว่าความผิดปกติดังกล่าวอยู่ในระยะก่อนมะเร็งหรือเป็นมะเร็งแล้ว เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

บุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

  • ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน เนื่องจากมีโอกาสได้รับเชื้อเอชพีวีมากกว่าคนอื่น
  • ผู้หญิงที่มีบุตรจำนวนมาก
  • สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ผู้ที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่องอยู่แล้ว (โรคเอดส์)
  • ผู้ที่ไม่เคยตรวจภายในเพื่อค้นหารอยโรคก่อนพัฒนาเป็นมะเร็งเลย

วิธีสังเกตสัญญาณโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง

  • ในระยะแรกส่วนใหญ่จะยังไม่แสดงอาการ
  • มีเลือดที่ไม่ใช่เลือดประจำเดือนออกจากช่องคลอดในช่วงที่ไม่ใช่รอบเดือน
  • มีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ สวนล้างช่องคลอด หรือตรวจภายใน
  • รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนไปนานแล้ว แต่มีเลือดออกจากช่องคลอด
  • ตกขาวมากขึ้น มีกลิ่นเหม็นรุนแรง
  • ปวดท้องน้อย หรืออุ้งเชิงกราน

สถานที่ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก

สำหรับผู้ที่ต้องการจะตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมเบื้องต้น สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระราชินูปถัมภ์ มีโครงการ ตรวจมะเร็งทั้ง 2 ชนิดฟรี ทุกวันเสาร์สัปดาห์แรกและสัปดาห์ที่สามของทุกเดือน (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 8.30 น.-12.00 น.

และในช่วงเดือนรณรงค์ป้องกันมะเร็งเต้านมนี้ มูลนิธิกาญจนบารมี ได้จัดกิจกรรมรณรงค์คัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพื้นที่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย วันและสถานที่ดังนี้

  • 12 ต.ค. 63 โลตัสบางใหญ่
  • 14 ต.ค. 63 เทศบาลตำบลหนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี
  • 15 ต.ค. 63 เทศบาลตำบลคชสิทธิ์ อ.หนองแค จ.สระบุรี
  • 16 ต.ค. 63 เทศบาลตำบลวิหารแดง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี
  • 19-22 ต.ค. 63 ห้างเดอะมอลล์นครราชสีมา
  • 26-30 ต.ค. 63 ห้างเซ็นทรัลขอนแก่น

ข้อมูลจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, โรงพยาบาลศิครินทร์