Home Work & Living Living เงินสำรองฉุกเฉิน บัญชีที่ควรมีทุกครอบครัว

เงินสำรองฉุกเฉิน บัญชีที่ควรมีทุกครอบครัว

ประโยคที่ว่า “ของมันต้องมี” กลายเป็นนิสัยของคนในปัจจุบันที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ชีวิตโดยไม่คำนึงถึงช่วงเวลาที่ฉุกเฉิน และไม่คิดถึงการออมเงินสักเท่าไรนัก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว “เงินสำรองในยามฉุกเฉิน” คือ เงินในภาคครัวเรือนที่ทุกครอบครัวควรจะต้องเตรียมเอาไว้หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น วันนี้ Tonkit360 จะชวนคุณผู้อ่านมาดูความสำคัญของเงินสำรองในยามฉุกเฉิน และวิธีที่จะทำให้คุณเก็บได้ตามเป้าที่ควรจะเป็น

เงินสำรองในยามฉุกเฉินคืออะไร 

คำว่า เงินสำรองสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน หมายถึงอะไร คำตอบคือ เงินสดจำนวนหนึ่งที่คุณเก็บเท่ากันทุกเดือนและไม่แตะต้องเงินก้อนนั้นเลยเพราะจะมีไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น อาทิ คุณหรือคนในครอบครัวต้องเข้าโรงพยาบาล รถยนต์เสียหายและต้องซ่อมขนานใหญ่ ซ่อมบ้านในกรณีที่คาดไม่ถึง หรือแม้แต่ในสภาวะของการเกิดโรคระบาดอย่าง COVID-19 ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างที่จะทำให้คุณเห็นว่าเงินสำรองฉุกเฉินนั้นสำคัญเพียงใด

เงินสำรองฉุกเฉินควรมีจำนวนเท่าไร

เงินสำรองฉุกเฉินที่คุณควรจะมีในบัญชีนั้นควรจะมากกว่ารายได้ประจำทุกเดือน และมากกว่าค่าใช้จ่ายประจำในครอบครัว ซึ่งเท่ากับว่าคุณควรมีเงินสำรองฉุกเฉินสามเท่าของเงินเดือน ในกรณีที่คุณมีงานประจำและงานนั้นมั่นคงเพียงพอที่จะทำให้คุณมั่นใจว่าแม้จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด คุณก็ไม่มีทางตกงาน

แต่ถ้าคุณไม่ใช่ลูกจ้างประจำ มีรายได้ไม่แน่นอน หรือเป็นฟรีแลนซ์ เงินสำรองฉุกเฉินที่ควรจะมีในบัญชี คือจำนวนไม่ต่ำกว่าหกเท่าของรายได้เฉลี่ยแต่ละเดือน เพื่อให้คุณได้มีเวลาได้ตั้งหลัก ในกรณีที่คุณไม่สามารถทำงานได้ หรือ ต้องย้ายที่อยู่กระทันหัน หรือแม้กระทั่งเกิดสถานการณ์โรคระบาดดังเช่นที่กำลังเผชิญอยู่

เงินสำรองฉุกเฉินควรฝากในบัญชีประเภทใด หรือเอาไปลงทุนไหม

คำตอบคือ เงินสำรองฉุกเฉินควรเป็นเงินที่คุณสามารถนำมาใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุจำเป็น หากคุณเอาไปลงทุนในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งล้วนแต่เป็นสองตลาดที่ต้องรอเวลาเพื่อนำเอาเงินสดออกมาใช้ ดังนั้นการฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ปกติ จะช่วยให้คุณสามารถนำเงินมาใช้ในยามฉุกเฉินได้สะดวกที่สุด แต่ต้องพึ่งระลึกไว้เสมอว่าเงินจำนวนนี้ห้ามนำมาใช้ หากคุณไม่ได้เดือดร้อนจริง ๆ

วิธีการในการเก็บเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้ตามเป้า

1. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย และใช้เงินในงบประมาณที่กำหนดไว้

เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับรายจ่าย จากนั้นกำหนดจำนวนเงินเพื่อใช้ชีวิตในแต่ละเดือน จากนั้นคุณจะเห็นว่าคุณจะมีเงินเหลือเก็บในแต่ละเดือนจำนวนเท่าไร และใช้เงินจำนวนนั้นตั้งต้นในการฝากเป็นเงินสำรองฉุกเฉินที่มีจำนวนเท่ากันในแต่ละเดือน

2. ตั้งเป้าเก็บเงินให้เท่ากันทุกเดือน เพื่อให้ได้เงินก้อน

อย่างที่แนะนำไปในข้างต้น การเก็บเงินสำหรับคนที่มีหน้าที่การงานมั่นคง ไม่ต้องผ่อนบ้านผ่อนรถ หรือไม่มีคนป่วยในบ้าน มีเงินสำรองให้ได้ 3 เท่าของเงินเดือนจะสร้างความอุ่นใจ ขณะที่เหล่าฟรีแลนซ์ หรือคนมีหนี้รถ หนี้บ้าน หรือมีคนป่วยในบ้าน เงินสำรองฉุกเฉินต้องมี 6 เท่าของรายได้เฉลี่ยแต่ละเดือน ดังนั้นการฝากเงินให้เท่ากันทุกเดือนจะทำให้คุณถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้

3. ลองคำนวนดูว่าคุณจะสามารถเก็บเงินได้มากเท่าไร

หลายคนอาจคิดว่าเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน เมื่อไรจะได้ตามเป้า เอาเข้าจริงแล้วเรื่องนี้ง่ายมากเพียงแค่คุณคำนวนเงินที่จะเก็บให้เท่ากันทุกเดือน จากนั้นลองคำนวนระยะเวลาตาม ถ้าคุณอยากให้เร็วขึ้นอาจเพิ่มจำนวนเงินฝากให้มากขึ้น แต่ทางที่ดีที่สุดคือทางสายกลาง ไม่ให้ตึงหรือหย่อนเกินไป ถ้ารู้สึกอยากจะเอาเงินมาใช้ให้คิดไว้เสมอว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยคุณได้ หากถึงวันอันมีเหตุไม่คาดคิดมาถึงตัวคุณ