
การรับรู้ข่าวคราวเรื่องของคดี บริษัท ไร่ส้ม จำกัด หรือ คดีไร่ส้ม เริ่มมาตั้งแต่ปี 2549 เมื่อ อสมท ตรวจพบความผิดปกติของการขายโฆษณาเกินกว่ากำหนดของ บ.ไร่ส้ม ซึ่งมี นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นกรรมการผู้จัดการ เข้าทำสัญญาร่วมผลิตรายการ คุยคุ้ยข่าว กับ อสมท ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 2548 ถึง 15 ก.ค. 2549 โดยมีรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่คดีริเริ่ม จนถึง คำพิพากษาของศาลฎีกาในวันนี้(21 ม.ค. 63) ดังนี้
- ปี 48 บ.ไร่ส้ม ที่มี นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นเจ้าของ เซ็นสัญญาร่วมผลิตรายการ คุยคุ้ยข่าว ร่วมกับ อสมท มีนายสรยุทธเป็นผู้ดำเนินรายการ โดยแบ่งเวลานาทีโฆษณาเพื่อหารายได้ — ออกอากาศ 2 ช่วงคือ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 21.30 – 22.00 น. ขายโฆษณาเองได้ไม่เกิน 2.30 นาที และช่วงวัน เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 12.00 – 13.00 น. ขายโฆษณาเองได้ไม่เกิน 5 นาที
- โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการขายโฆษณา ว่า หากขายโฆษณาเกินเวลา บ.ไร่ส้ม ต้องชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้ อสมท ในอัตรานาทีละไม่ต่ำกว่า 2.4 แสนบาท/นาที สำหรับรายการช่วง จ. – ศ. และ 2 แสนบาท/นาที สำหรับรายการช่วง ส. – อา.
- ก.ค. 49 อสมท ตรวจพบว่า บ.ไร่ส้ม ใช้เวลาโฆษณาเกินและไม่มีการรายงานจริง 17 ครั้ง โดย นางภิชชาภา เอี่ยมสะอาด (หรือ นางชนาภา บุญโต ในปัจจุบัน)ผู้รับผิดชอบจัดทำคิวโฆษณารวมใช้น้ำยาลบคำผิด ลบเฉพาะโฆษณาที่เกินเวลาในใบคิวโฆษณารวมของ อสมท โดยมี นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่บ.ไร่ส้ม
- 20 ต.ค. 49 บ.ไร่ส้ม ยอมชำระค่าโฆษณาส่วนเกินให้ อสมท 138 ล้านบาท รวมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และภาษีมูลค่าเพิ่มรวมเป็นเงิน 152 ล้านบาท
- อสมท ตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงข้อเท็จจริง พบว่า นางภิชชาภา ให้ความช่วยเหลือ บ.ไร่ส้ม ปกปิดการรายงานเวลาโฆษณาเกินจริงจริง — และพบว่า นายสรยุทธ สั่งจ่ายเช็คเป็นเงินเกือบ 7 แสนบาทเป็นการตอบแทน
- 20 ก.ย. 55 จากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ด้วยมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิด นางภิชชาภา มีความผิดทางวินัยร้ายแรงมีมูลความผิดทางอาญา — นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา มีความผิดทางอาญา ฐาน สนับสนุนพนักงานกระทำความผิด

- 31 ต.ค. 55 นายสรยุทธ ส่งหนังสือปฏิเสธการเดินทางมาให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมาธิการ อ้างว่าจำเป็นต้องสงวนข้อมูลข้อเท็จจริงในการต่อสู้คดี
- ม.ค. 58 อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง นางภิชชาภา, นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา ตามความผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ. 2502 ม.6 ม. 8 และ ม.11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ม.86 และ ม.91
- ก.ค. 58 ศาลปกครองสูงสุดชี้แจงคำพิพากษาว่า อสมท ไม่ต้องจ่ายเงินค่าโฆษณา 55 ล้านบาทคืนให้กับ บ.ไร่ส้ม โดยการที่ อสมท ขายโฆษณาเกินเวลานั้นไม่กระทบต่อ บ.ไร่ส้ม หลังจาก นายสรยุทธ ใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องศาลปกครองเรียกร้องเงินจาก อสมท
- 29 ก.พ. 59 ศาลชั้นต้น อ่านคำพิพากษา ว่า นางภิชชาภา จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของรัฐ มาตรา 6,8 และ 11 จำคุก 20 ปี ส่วน บ.ไร่ส้ม นายสรยุทธ และน.ส.มณฑา จำเลยที่ 2 – 4 มีความผิดฐานสนับสนุน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท รวม 6 กระทง ปรับ บ.ไร่ส้ม 80,000 บาท นายสรยุทธ และน.ส.มณฑา จำคุก 13 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา
- 29 ส.ค. 60 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษายืนจำคุกจำเลยตามศาลชั้นต้น นายสรยุทธและพวกได้ยื่นประกันตัว โดยยื่นหลักทรัพย์เป็นบัญชีเงินฝากคนละ 4 ล้านบาท — ศาลฎีกามีคำสั่งในวันเดียวกันว่า ไม่ให้ประกันตัว จึงทำให้ นายสรยุทธกับจำเลยร่วมทั้งหมด ถูกคุมตัวไปขังยังเรือนจำ
- 12 ก.ย. 60 จำเลยทั้งหมดประกันตัวระหว่างยื่นฎีกาคนละ 5 ล้านบาท โดยขอต่อสู้ในชั้นฎีกา ต่อไป
- 21 ม.ค. 63 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาพิพากษาแก้โทษจำคุก นางภิชชาภา จากจำคุก 20 ปีเป็น 12 ปี นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จากจำคุก 13 ปี 4 เดือน เป็นจำคุก 6 ปี 24 เดือน ไม่รอลงอาญา — ส่วน บ.ไร่ส้ม จากปรับ 80,000 ปรับเป็น 72,000 บาท

*หมายเหตุ ที่ใช้คำกำหนดว่าจำคุก 6 ปี 24 เดือน
เนื่องจากมีการคำนวณระยะเวลาจำคุก ดังนี้
30 วัน = 1 เดือน
24 เดือน = 720 วัน
1 ปี = 365 วัน หรือ 366 วัน(ขึ้นอยู่กับปฏิทิน)
ดังนั้น ถ้าคิดตามปฏิทินปกติและกำหนดว่าจำคุก 8 ปี สรยุทธ จะถูกจำคุกเพิ่ม 10 – 11 วัน





























