Home Work & Living วิธีหนีห่างความเหงาและการเข้าสังคมโดยสังเขป

    วิธีหนีห่างความเหงาและการเข้าสังคมโดยสังเขป

    ด้วยความเข้าใจที่แทบจะเป็นสากลโดยถ้วนทั่วว่า ความเหงา คืออารมณ์หรือความรู้สึกที่มีความหมายเชิงลบ เป็นเหตุผลทำให้กลายเป็นว่าคนโดดเดี่ยวที่มีอยู่มากมายในสังคมต่างเลือกที่จะไม่พูดถึงหรือยอมรับมันอย่างเปิดเผย แต่ความโดดเดี่ยวนั้นยังมีสิ่งที่น่าสนใจแฝงอยู่

    ซึ่งโดยตามคำนิยาม ความเหงาถูกมองว่าเป็นความโดดเดี่ยวทางสังคม มันคือการรับรู้ เพราะคุณสามารถโดดเดี่ยวได้แม้อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย หรือแม้กระทั่งความโดดเดี่ยวนั้นยังให้ความรู้สึกถึงการมีปฏิสัมพันธ์และรองรับซัพพอร์ตด้วยตัวของคุณเองด้วย

    แม้ความเหงาหรือโดดเดี่ยวจะเป็นเพียงการรับรู้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริง และวิธีการดังต่อไปนี้ เป็นวิธีที่ช่วยให้คุณได้หนีห่างถ่างช่องว่างออกจากความโดดเดี่ยวเพื่อสร้างสัมพันธ์ทางสังคมกับคนอื่น ๆ ให้มากขึ้น ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและความพยายามสักหน่อยสำหรับบางอย่างแต่มั่นใจได้เลยว่าไม่อยากเกินไป

    ติดต่อเพื่อนเก่า

    เริ่มคิดถึงเพื่อน ๆ ที่ขาดการติดต่อกันไปเป็นเวลานาน ถ้าเพื่อนคนนั้นอยู่ไกลก็เริ่มจากวิธีการเก่า ๆ เช่น การโทรศัพท์ไปถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็ส่งข้อความแชตไปหา วิดีโอคอล แต่หากเป็นเพื่อนที่อยู่ใกล้กันก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ชวนพวกเขามาหาคุณถึงที่เลยหรือไม่ก็นัดออกไปแฮงเอาต์กันในเมือง แต่อย่างไรก็ตามหลีกเลี่ยงการนั่งดูหนังด้วยกันจะดีกว่า เพราะประเด็นหลักของการเจอกันของคุณและเพื่อนคือการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่การนั่งจ้องหน้าจอโดยไม่ได้พูดกันมากนักเท่าที่ควร

    หากคุณลังเลหรือขวยเขินเกินกว่าจะกล้าติดต่อใครสักคนไปตามคำแนะนำ ถ้าอย่างนั้นลองคิดมุมกลับว่าเขาชวนคุณ มันก็คงเป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่น้อย ดังนั้น ลองเลย

    ยอมรับความกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้น

    เมื่อความเหงาครอบคลุมจิตใจไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะรู้สึกสิ้นหวัง ความคาดหวังต่าง ๆ มีแนวโน้มที่จะถูกลดน้อยลง และเราอาจจะทำตัวแปลก ๆ ไปเมื่อรู้สึกโดดเดี่ยว แต่เข้าใจไว้ด้วยว่าไม่ได้มีแค่คุณที่เป็นแบบนี้ มันเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งสามารถเรียกอาการแบบนี้ได้ว่าเป็น การหลีกเลี่ยงทางสังคม มันทำให้เรารู้สึกปลอดภัยจากการที่เรารับรู้ถึงภัยคุกคามที่เข้ามา (ความโดดเดี่ยว) ดังนั้นมันจึงอาจเป็นความอึดอัดกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการนี้

    ไม่จำเป็นต้องฝืน เพิ่มอะไรให้มากความ

    คุณอาจมีความคิดอย่างกังวลว่าที่คุณรู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว เกิดจากการที่คุณเป็นคนค่อนข้างเงียบ ชอบเก็บตัว หรือเป็นคนเขินอายได้ง่าย ทำให้คุณต้องทำเป็นสนุกสนานหรือสร้างจุดสนใจให้ตัวเองเมื่อคุณอยู่ท่ามกลางผู้คน เพราะคิดว่าจะช่วยให้หนีจากความโดดเดี่ยวพ้น ซึ่งไม่ถูก คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบุคลิกที่ไม่ใช่ตัวเองเพื่อสิ่งเหล่านี้ เป็นอย่างที่คุณเป็นนั่นแหละเพียงพอแล้ว

    สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างจริงแท้ก็คือ การพูดคุยโดยไม่สบตา หลบหลีกในซอกหลืบ พยายามไม่ปรากฎตัว หรือเฉยเมยต่อคนอื่น ๆ ต่างหาก อย่ากังวลไปเลย คุณสามารถหนีจากความโดดเดี่ยวได้แม้เป็นตัวของตัวเอง เช่น การฟังอย่างตั้งใจ ตั้งใจถาม มีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น ก็เพียงพอแล้ว

    มีความตั้งใจจริงที่จะหลีกหนีความโดดเดี่ยว

    ถ้าหากคุณตัดสินใจที่จะก้าวออกมาพบปะสังคม นั่นคือความคิดที่ดีในการเริ่มต้น แน่นอนคุณจะได้สิ่งตอบแทนจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน คุณอาจสมัครเป็นอาสาสมัครในโครงการต่าง ๆ เข้าร่วมกลุ่มต่าง ๆ ทางสังคมเพื่อการพบปะคนอื่น ๆ โดยทำได้อย่างสม่ำเสมอ ออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้บ่อยขึ้น จะทำให้ได้เจอผู้คนมากหน้าหลายตา

    ใช้ความเหงาให้เกิดประโยชน์

    ทุกครั้งที่ความโดดเดี่ยวกระหน่ำเข้ากระแทกเราอย่างรุนแรง ลองเปลี่ยนความเหงาให้เป็นโอกาสในการสร้างประโยชน์ดูสิ ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดว่าง ๆ ที่ไม่มีแผนจะออกไปไหน เมื่อใดที่รู้สึกเหงาลองไลน์ไปหาเพื่อนเพื่อนัดออกมาเจอกัน วางแผนสำหรับวันว่าง ๆ เหล่านั้น ชวนเพื่อนไปนั่งคุยกันที่คาเฟ่ กินข้าวที่ร้านประจำ ดูบอลในสนาม ใช่มันคือการเปลี่ยนความเหงาเป็นความไม่น่าเบื่อให้กับตัวเอง

    เข้าใจว่าขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการริเริ่ม มันอาจวางแผนยากเพราะความไม่คุ้นชิน แต่ถ้าคิดในมุมของการลงทุน การหาโอกาสพบเจอเพื่อน ๆ แบบนี้เป็นการลงทุนที่เสียหายน้อยแต่ได้กำไรเยอะเลยทีเดียว ถ้าเริ่มทำได้แล้วแน่นอนสิ่งเหล่านี้จะมีความหมายมากขึ้นในตัวของมันเองและยังง่ายขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป

     

    ที่มา : Psychology Today