Home Work & Living Step Up 6 : Year of the Dance ที่ไม่น่าจดจำ

[รีวิว] Step Up 6 : Year of the Dance ที่ไม่น่าจดจำ

พูดถึงหนังที่เกี่ยวกับการเต้นไม่มีใครไม่รู้จัก Step Up ที่ทำออกมาทุกภาคนั้นตราตรึงใจและเพลงก็ฮิตติดหูแทบทุกภาคอีกด้วย ซึ่งปีนี้เข้าสู่ในภาคที่ 6 ซึ่งถ้ามองโดยรวมแล้วในภาคนี้ชื่อไทยจะเป็น สเต็ปอัพ 6 แต่ชื่อจริงๆ ของหนังนั้นคือ Step Up Year of the Dance ซึ่งแสดงโดยคนเอเชียซะส่วนใหญ่ ตรงนี้ไม่มีปัญหาอะไรในการโชว์ฝีมือท่าเต้นของคนเอเชีย แต่ที่น่าผิดหวังจริงๆ แล้วมีมากมายจนแทบหาข้อประทับใจไม่ได้เลยจริงๆ วันนี้จะมารีวิวให้ดูกันว่าเพราะอะไรทำไม Step Up 6 ถึงไม่น่าจดจำ

ประเดิมมาด้วย เถี่ยโหยว ผู้ที่รักในการเต้นไม่ว่าเขาจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ เขาจะเต้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นในคุก ตอนกินข้าว ตอนไปฝึกซ้อมเต้นออกกำลังกายให้คนสูงอายุ เขานั้นรักการเต้นในชีวิตมากถึงขนาดที่ว่าสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไปก็ยังเต้นอยู่ (ไม่สนโลก ก็ตรูจะเต้น) เปิดหนังมาจะเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขานั้นต้องกลายมาเป็นคนมีคดีติดตัวเพียงเพราะไปเต้นแล้วไม่ชอบใจคนที่เรารักไปเต้นกับใครหน้าไหนไม่รู้จนมีเรื่องกัน พอออกมาก็ไม่ทำอะไรเต้นมันอยู่อย่างนั้น จนจับพลัดจับผลูไปเจอนักเต้นอีกคนหนึ่งที่โดนหักหลังจากคนในทีม เลยตั้งใจจะตั้งทีมเองก็ได้ชักชวนพระเอกมาร่วมด้วย ซึ่งถ้าใครดูหนังแนว Step Up จะพอรู้ว่าบทหนังก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรแต่ที่น่าสนใจคือท่าเต้นมากกว่า เพราะฉะนั้นเรื่องบทหนังจะข้ามไป ถึงแม้มันจะไม่มีความต่อเนื่องอะไรเลยในหนัง อยากตัดอะไรมาใส่ก็ตัดไป ไม่สนใดๆ ทั้งสิ้นก็ตาม

พอถึงเรื่องเต้นก็มีความไม่เมกเซ้นในหนังอย่างแท้จริง จะเต้นก็คือเต้นเอาดื้อๆ เปิดเพลงฟังบอกชอบเพลงนี้อยู่หรอก็เต้น นัดไปเจอสู้กันก็เต้น เขม่นกันไม่ลงรอยกันก็เต้น เหมือนโลกของหนังภาคนี้ใครมีปัญหาอะไรก็ใช้วิธีเต้นในการแก้ไขแทน ถ้าเป็นแบบนั้นโลกคงน่าอยู่ขึ้นเยอะไม่ต้องตีรันฟันแทงกับใคร แถมท่าเต้นก็ไม่มีอะไรน่าจดจำเลยสักนิด พระเอกเต้นท่าแนวเดิมๆ เกือบทั้งเรื่อง ย้ำว่าทั้งเรื่อง ถึงขนาดตอนสู้ชิงแชมป์อะไรในหนังก็เต้นแบบเดิม คนอื่นหมุนตัว ตีลังกา ทำท่าเท่ๆ ยังไงไม่โฟกัส พระเอกในเรื่องคือเต้นดีสุด ในหนังคงต้องการให้เห็นประมาณนั้น

เรื่องเพลงก็ไม่น่าจดจำเลยแทบทุกเพลง ไม่มีเพลงเด็ด เสียงเพลงก็ไม่ดีเนื่องจากว่าในหนังเรื่องนี้ได้พากย์เสียงอังกฤษทับลงไปในหนัง (ทำเพื่อ?) จริงๆ เป็นภาษาหลักของตัวละครยังจะดูดีกว่าอินกว่าซะด้วยซ้ำ ซึ่งไม่รู้ว่าจะไปทางไหนเลยในหนังเรื่องนี้ เสียงเพลงไม่ดี มุมกล้องไม่โอเคเห็นท่าเต้นแต่ละครั้งไม่ชัด ไม่มีความต่อเนื่องในท่าเต้นหรือในหนัง ถ้าเราเทียบดูภาคก่อนๆ จะเห็นได้ว่าเขาโฟกัสตอนเต้นได้ดีมากแม้แต่เพลงก็ทำออกมาดี เลยทำให้ภาคก่อนๆ บทดูอ่อนไปแต่ได้ตรงนี้มาเสริมก็เลยดูสนุก แต่ภาคนี้ไม่สุดสักทาง ท่าเต้นไม่เอา แอคชั่นก็มีแถมรู้สึกว่าทำออกมาดีที่สุดในหนังอีกด้วย โรแมนติกก็ไม่สุด ดราม่าก็ไม่สุดวันนี้ร้องไห้พรุ่งนี้ทำใจไปฝึกเต้นและดีใจจนลืมเรื่องร้องไห้ไป ถ้าทำเป็นซีรีส์คงจะดีกว่านี้

ถ้าถามว่าที่พิมพ์มามันแย่ขนาดนี้ทำไมถึงทนดู เพราะว่าในหนังเรื่องนี้มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ต้องการจะบอกนั่นคือ แข่งกับทีมแชมป์โลก ซึ่งเป็นทีมของทางฝั่งอเมริกา ก็เลยเฝ้าภาวนาว่า อาจจะเจอนักแสดงภาคก่อนๆ มาเต้นให้เราดู อย่างน้อยแค่มี มูส ออกมาสักนิดก็คุ้มค่าตั๋วแล้วแต่บอกได้เลยว่าผิดหวังจริงๆ แถมตอนจบของหนังก็รู้สึกน้ำเน่าอย่างบอกไม่ถูก

ความรู้สึกที่ได้ดูจนจบ ต้องบอกเลยว่าไม่ควรเอาชื่อ Step Up มาใช้เลย แยกออกไปเป็นเรื่องใหม่ยังจะดีซะกว่า เหมือนหนังเรื่องนี้อาศัยชื่อ Step Up เป็นบารมีคอยหลอกล่อฐานแฟนหนังเรื่องนี้มาดู แต่มันกลับทำให้รู้สึกเสียดายและผิดหวังมาก ถ้าคิดจะทำ Step Up แนะนำว่าไปสุดในทางเต้น เพลง มุมกล้องที่ทำให้เต้นออกมาสวย ดีกว่ามานั่งยัด ดราม่า แอคชั่น โรแมนติก ที่มันดูฝืนๆ จนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าตัดแค่ชอตที่เต้นๆ รวมกันหนังอาจมีความยาวแค่ 30 นาทีด้วยซ้ำไป

คะแนนความน่าดู 2/10