
พลเอกเปรม ติณสูณลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2523 – 2531 ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้วเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม ด้วยวัย 98 ปี นับการเป็นการจากไปของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ทางการเมือง การปกครอง และ เศรษฐกิจของไทย
คนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ถ้าย้อนกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าวคือช่วงวัยที่พวกคุณเติบโต มาพร้อมกับนโยบายรัดเข็มขัด การลดค่าเงินบาทในยุคสมัยของพลเอกเปรม ที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมน้อยกว่าช่วงปี (2540) ประเทศไทยโชติช่วงชัชวาล เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่เริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เป็นยุคสมัยที่มีกบฎเกิดขึ้นอย่างน้อยสองครั้ง นายกรัฐมนตรีถูกนักศึกษาต่อยหน้า ได้เห็นพลตรีจำลอง ศรีเมืองเป็นผู้ว่ากรุงเทพฯ พร้อมกับเพลง “ประชาธิปไตย” ของ แอ๊ด คาราบาว ที่ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง พร้อมกับ คำพูดสุดฮิต “ประชาธิปไตยครึ่งใบ”
ช่วงเวลากว่า 8 ปีที่พลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี นับเป็นช่วงเวลาที่เชื่อว่าหลายคนคงมีภาพจำในประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่แตกต่างกันไป และบรรทัดต่อจากนี้คือการย้อนความสำหรับคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป กับการเติบโตมายุคสมัยที่มีผู้นำซึ่งคนยุคนั้นเรียกว่า “ลากตั้ง”
พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ กล่าวในการประชุมครม.นัดแรกหลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า
“รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเหนือพรรคเหนือพวก เหนือผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”
จากยุคอินทรีย์แห่งทุ่งบางเขน ท่านนายพลเจ้าของเมนู แกงเขียวหวานบรั่นดี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ของประเทศไทยประกาศลาออกกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร หลังเกิดกระแสความไม่พอใจที่รัฐบาลปรับเพิ่มราคาน้ำมัน หลังจากพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ได้ประกาศลาออก
จากนั้นพลเอก เปรมก็ได้รับการลงคะแนนเสียงเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยได้กล่าวกับคณะรัฐมนตรีในการประชุมนัดแรกว่า “รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเหนือพรรคเหนือพวก เหนือผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”
“การลดค่าเงินบาทในเวลานั้นทำให้ส่งเสริมเรื่องการส่งของรัฐบาลสมัยพลเอกเปรมทั้งสามสมัย
ทำให้รัฐบาลในเวลาต่อมา (พลเอกชาติชาย) มีสถานะที่สะสมเงินคงคลังได้เป็นจำนวนมาก และเกือบจะกลายเป็นสือตัวที่ 5 ของเอเชีย”
ถ้าคุณเติบโตในยุคที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เท่ากับว่าคุณเติบโตในยุคสมัยที่นโยบายทางการคลังของประเทศใช้นโยบายรัดเข็มขัด สิ่งที่คนทั่วไปอย่างเราท่านในยุคนั้นได้สัมผัสคือการรับชมความบันเทิงทางโทรทัศน์ที่จะเปิดสถานีในช่วงเวลา 16.00 น. – 24.00 น. วันเสาร์อาทิตย์ถึงจะส่งสัญญานกันได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน
ขณะที่ การใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยหรือการนำเอาเงินในอนาคตมาใช้เหมือนในปัจจุบันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในยุคนั้น ถ้าจะซื้อรถ ก็ต้องเจอกับกำแพงภาษีมหาศาล และต้องมีเงินดาวน์จากราคารถไม่ต่ำกว่า 25 เปอร์เซนต์ ขณะที่การกู้ซื้อบ้านนั้นยากกว่า และ ดอกเบี้ยกู้เงินเพื่อซื้อบ้านเมื่อย้อนกลับไปในยุคนั้นก็ไม่ใช่เปอร์เซนต์ที่เป็นตัวเลขหลักเดียวแบบนี้
ในห้วงเวลาที่พลเอก เปรม รับตำแหน่งนายกฯนั้นเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังผันผวน จากราคาน้ำมัน และ ทำให้เกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอย รัฐบาลในยุคนั้นต้องลดค่าเงินบาท ถึงสองครั้งในปี 2524 และ 2527 ซึ่งการลดค่าเงินบาทในเวลานั้นทำให้ส่งเสริมเรื่องการส่งออกของไทย และด้วยการดำเนินนโยบายที่ัรัดกุมและเข้มงวดของรัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ทั้งสามสมัยจนทำให้รัฐบาลในเวลาต่อมามีสถานะที่สะสมเงินคงคลังได้เป็นจำนวนมาก
และทำให้พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ หัวหน้าพรรคชาติไทยในเวลานั้น นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของเมืองไทย เข้ามาบริหารประเทศในช่วงเวลาที่สภาพเศรษฐกิจไทยเข้มแข็งที่สุดและทำให้สื่อต่างชาติ คาดหมายว่า ไทยจะกลายเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียต่อจาก สิงค์โปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง
“หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช พลตรีจำลอง ศรีเมือง และ พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ชื่อที่เราเคยคุ้นเคย
ตามหน้าหนังสือพิมพ์ และ โทรทัศน์ และอยู่ในยุคที่พลเอก เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี “
ผู้ที่มีบทบาททางการเมืองในยุคนั้น และ มักปรากฎชื่อ ให้เห็นตามสื่ออยู่เป็นประจำ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม เจ้าของและผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เปรียบเสมือน ผู้ที่ให้ความสนับสนุนและผู้คัดค้านรัฐบาลพลเอก เปรม ในเวลาเดียวกัน อันเนื่องมาจากความเห็นต่างในแนวนโยบาย ที่ทำให้ท้ายที่สุด พรรคกิจสังคม ต้องกลายเป็นพรรคฝ่ายค้าน
ขณะที่ พลตรีจำลอง ศรีเมือง ที่เริ่มต้นเส้นทางทางการเมืองในฐานะเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จากนั้นก็ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เป็นผู้ว่าเมืองหลวง ที่ต้องหวนมาเจอกับเจ้านายเก่า ในขณะที่พลตรีจำลอง ในเวลานั้นกำลังรุ่งโรจน์อย่างยิ่ง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังธรรม ที่มาพร้อมกับกระแสจำลองฟีเวอร์
ส่วนพลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้ที่ถูกวางตัวเอาไว้ว่ามีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจากพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นั้นเพราะมีความดีความชอบในการปราบกบฎเมษาฮาวาย (ปี 2524) แต่การออกมาวิพากษ์วิจารณ์การลดค่าเงินบาท ในช่วงปี 2527 ทำให้ พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ถูกดับแสงลงทันที และ ทำให้เวลาต่อมา พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก โดดเข้าสู่สนามการเมืองอย่างเต็มตัวในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคปวงชนชาวไทย
ทั้งหมดนี้คือบางช่วงบางตอนจากประวัติศาสตร์ทางการเมือง ในห้วงเวลาที่เมืองไทยมีนายกรัฐมนตรีจากประชาธิปไตยครึ่งใบที่ชื่อว่า พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ แน่นอนว่าที่ผ่านมา มีทั้งผู้พอใจและไม่พอใจพลเอกเปรม และเรื่องที่ถูกเล่าแบบปากต่อปากโดยอยู่บนพื้นฐานของความชอบไม่ชอบส่วนตัว ทำให้เรื่องของ พลเอกเปรม หลังการอสัญกรรมนั้นมีสองด้าน ส่วนคุณจะมองด้านไหนหรือเลือกเชื่อแบบใดขึ้นอยู่กับวิจารณญานของคุณเองแต่อย่าลืมว่า ชีวิตของคนเราไม่ได้มีแค่ขาว และ ดำ หากทุกคนจะมีพื้นที่สีเทารวมอยู่ด้วย คุณเองก็เช่นกัน






























