ในหลวง ร.10 สถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์

ประกาศกระแสพระบรมราชโองการเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562
- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ออกพระปรมาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร“
- สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ออกพระนามาภิไธยว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ออกพระนามาภิไธยว่า “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิรลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี”
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ออกพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี”
- พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ออกพระนามว่า “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ”
- พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ออกพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี”
- พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ออกพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา”
- พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ออกพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร”
- พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ออกพระนามว่า “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์”
- พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ออกพระนามว่า “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ”
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก : เชิญชวนประชาชนร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ

หมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 เวลา 16.30 น. เสด็จออกสีหบัญชร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท รับการถวายพระพรชัยมงคล โดยพสกนิกรชาวไทย และ เวลา 17.30 น.เสด็จออกให้คณะทูตานุทูต และกงสุสต่างประเทศเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เชิญชวนประชาชนร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยการเข้าพื้นที่ของประชาชนในการรับเสด็จฯ ประชาชนจะต้องผ่านจุดคัดกรองที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้โดยเปิดกระเป๋าสัมภาระให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พร้อมกับเตรียมความพร้อมด้วยการเตรียมบัตรประชาชน หมวก ยาประจำตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจะพาประชาชนไปยังโรงครัวพระราชทานเพื่อรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม ก่อนที่จะพาไปยังพื้นที่แก้มลิง ซึ่งเป็นพื้นที่พักคอย ก่อนที่จะพาไปยังพื้นที่รับเสด็จฯ จุดที่นั่งที่เตรียมรองรับไว้ เวลา 15.00 น.
เปลี่ยนวีดีทัศน์เพลงชาติไทย
วีดิทัศน์เพลงชาติเปลี่ยนรูปแบบใหม่ โดยเริ่มใช้เมื่อ เวลา 18.00 น. ของ วันที่ 3 พ.ค. 2562 เป็นวันแรก โดยวีดิทัศน์ดังกล่าว จะมีเนื้อหาของภาพที่แสดงถึงพลังและความรู้สึกรักชาติแบบสมัยใหม่ของชายหญิง ซึ่งต่างจากอันเดิมที่มีภาพการสู้รบ และนอกจากนี้วีดีทัศน์ใหม่ยังมีการเพิ่มภาพพลเรือน เกษตรกร ชาวประมง และผู้นำศาสนา เพื่อให้เห็นความรักชาติในทุกมิติ รวมถึงความมีวินัยของเด็กนักเรียนด้วย ทั้งนี้ วีดิทัศน์ดังกล่าวมีความยาว 1 นาที 16 วินาที โดยมีการเปลี่ยนรูปภาพประกอบวีดิทัศน์ และปรับทำนองเพลงให้มีพลังและรู้สึกถึงความรักชาติ ไม่ให้แข็งเหมือนทำนองเดิม แต่ไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาเพลงชาติ สำหรับหน่วยงานเอกชนและภาครัฐที่จะต้องใช้เพลงชาติ สามารถนำวีดิทัศน์ไปใช้ได้เลย ในส่วนเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะมีการเปลี่ยนรูปจากพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ซึ่งจะมีการทำขึ้นใหม่ทันที
วันพืชมงคล 2562 ตรงกับวันที่ 9 พฤษภาคม

วันพืชมงคล หมายถึง วันที่กำหนดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีเก่ามาแต่โบราณที่เสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ เพื่อเป็นการระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งพระราชพิธีนี้จะกระทำที่ท้องสนามหลวง ประกอบด้วย 2 พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่ว งา เผือก มัน เป็นต้น มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัย และให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี ส่วนพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีเริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ฤดูกาลแห่งการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว
คนกังวล กกต.ทำงานพลาด มองหลัง 9 พ.ค. การเมืองยังวุ่น

สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,239 คน เรื่อง ความคาดหวังของประชาชน กรณี การรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของ กกต. เพื่อสะท้อนความคิดเห็นประชาชนตามที่ กกต. ยืนยันจะประกาศผลรับรองส.ส.ในวันที่ 7 – 8 พ.ค. เพื่อให้แล้วเสร็จตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ภายในกรอบ 150 วัน แต่สถานการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งยังคงอยู่ในกระแสและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง พบว่า ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. ประชาชนส่วนใหญ่ 42.08% คาดหวังกระบวนการและขั้นตอนของ กกต. มีความชัดเจน โปร่งใส ตรงไปตรงมา ส่วนหลังจากที่มีการเลือกตั้งแล้ว สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ 43.15% วิตกกังวล กลัวว่า กกต. ทำหน้าที่บกพร่อง ผิดพลาด ไม่โปร่งใส ผลคะแนนไม่ชัดเจน ทั้งนี้เมื่อถามประชาชนคิดว่าความวุ่นวายทางการเมือง หลังวันที่ 9 พ.ค. 2562 น่าจะเป็นอย่างไร พบว่า ประชาชน 45.20% มองว่า ยังคงวุ่นวายเหมือนเดิม เพราะการเมืองไทยยังมีความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย จ้องจับผิด โจมตีกันไปมา การแก่งแย่งอำนาจและผลประโยชน์มีอยู่ตลอด






























