
ต้องบอกยุคนี้ การลงทุนแต่ละรูปแบบเริ่มยากขึ้นเพราะมีตัวแปรที่หลากหลาย และ ตัวแปรเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วจนบางครั้งปรับตัวไม่ทัน แถมการนำเอาเงินไปเงินฝากออมทรัพย์ก็ได้ดอกเบี้ยน้อย แถมเสียภาษี(ถ้าดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท) เราควรปรับตัวเพื่อทำให้เงินที่มีช่วยเราทำงานได้มากขึ้นอย่างไร
ถ้าเอาเงินไปลงทุนในหุ้น
เมื่ออาทิตย์ก่อนได้ยินประโยคเด็ดที่อาจทำให้นักลงทุนในหุ้นขนลุกได้คือ “ต่อไปนี้นักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนเยอะไม่ได้แล้ว หวัง 8% ต่อปี รวมปันผล ก็ถือว่าเยอะมากแล้ว” ทั้งๆ ที่จริงๆ ตลาดหุ้นสมัยก่อนสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากถึง 15-20% ต่อปี หรือบางคนถึงขั้นพลิกชีวิตได้ ดังนั้นใครที่สนใจเอาเงินเย็นที่มีไปลงทุนในหุ้น วันนี้ขอแชร์เทคนิคส่วนตัวหน่อยค่ะ
เทคนิคการปรับตัว คือเราควรแบ่งเงินเป็น 2 ก้อน คือ ก้อนแรก ก้อนที่ลงทุนระยะยาวกับหุ้นพื้นฐานที่ราคาไม่ผันผวนรายวัน รายเดือนมากนัก แต่เติบโตรายปีเรื่อยๆ และ เป็นหุ้นที่คนไทยทุกคนต้องใช้ ก้อนที่ 2 คือก้อนที่ลงทุนระยะสั้น เมื่อได้ผลตอบแทน 5 % แล้ว ไม่ว่าหุ้นตัวนั้นจะยังน่าถือ หรือ เติบโตต่อในระยะสั้นๆก็ตามตัดใจขาย เพื่อทำกำไรระยะสั้นไปเรื่อยๆ สะสมเงินตอบแทนทีละน้อย เพื่อรองรับความผันผวนที่เราไม่คาดคิด
ถ้าเอาเงินไปลงในกองทุน
ลองมองหากองทุนที่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี หรือ ธุรกิจสุขภาพ เพราะเป็นเทรนธุรกิจที่กำลังเติบโต
เทคนิคการปรับตัว คือ ควรศึกษาตลาดโลก อ่านข่าวทุกวันวันละ 10-15 นาทีอย่างน้อย เพื่อที่จะรู้ทิศทางเศรษฐกิจโลกบ้าง จะทำให้เราสามารถตัดสินใจในการเลือกช่องทางการสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่ดีขึ้น และ ปรับตัว ปรับแผนการลงทุนได้ไวกว่าคนอื่น
ถ้านำเงินไปลงทุนในเงินฝาก
มีเงินฝากหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น และให้ผลตอบแทนดี เพียงแต่เราต้องกล้า….
เทคนิคการปรับตัว หากยังอยากฝากเงินในรูปแบบของบัญชีออมทรัพย์อยู่ เพราะไม่อยากเสี่ยงเอาเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่น และ ต้องการถอนได้ในกรณีฉุกเฉิน ก็บอกเลยค่ะว่า ยังมีเงินฝากแบบบัญชีออนไลน์ที่ไม่ใช้สมุดบัญชี ของแต่ละธนาคารที่ให้ผลตอบแทนสูงตั้งแต่บาทแรก และให้มากกว่าออมทรัพย์ธรรมดา เช่น บัญชี e-saving ของธนาคารธนชาตที่ให้ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี ตั้งแต่บาทแรก และ ไม่จำกัดการถอนเงินแค่ต้องทิ้งเงินสดในบัญชีขั้นต่ำ 1,000 บาท หรือ จะฝากบัญชี ME by TMB ที่ให้ดอกเบี้ย 1.4%-1.7% ต่อปี ตามเงื่อนไข ซึ่งตอนนี้หลายๆ ธนาคารก็มีบัญชีออนไลน์ที่ให้ดอกเบี้ยมากกว่าออมทรัพย์ทั่วไป
หมั่นศึกษาความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอนะคะ เพื่อตั้งรับ และปรับแผนการบริหารเงินให้ดีขึ้น จะได้ไม่เหนื่อยทำงานเพื่อหาเงินอย่างเดียว ให้เงินทำงานหาเงินให้เราด้วย






























