
สัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะเป็นสัปดาห์ที่คนไทยเกือบทั้งประเทศ ตื่นตัวกับข่าวสารการบ้านการเมืองมากที่สุด เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีเรื่องราวให้ได้ติดตามมากมาย ตั้งแต่ก่อนเข้าคูหา ปิดคูหา ไปจนถึงการนับคะแนน และแม้จบการเลือกตั้งไปแล้วกว่า 72 ชั่วโมง ก็ยังมีดราม่า การเลือกตั้งมาให้เสพกันต่อในโซเชียลมีเดีย จะว่าไปแล้วนี่คือการเลือกตั้งครั้งแรกที่เกิดขึ้นในยุคที่ โซเชียล มีเดียคือสื่อกระแสร้อนที่สุด และทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนทั่วไปสามารถแสดงความคิดเห็นกันได้อย่างแพร่หลาย
ผู้เขียนเองก็อยู่ในวังวนของข่าวการเลือกตั้งมาไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมงของสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเพราะงานที่ทำ และอีกส่วนหนึ่งเป็นความสนใจส่วนตัว แต่ด้วยวัยที่มากขึ้นกระแสอารมณ์ที่จะพัดไปตามกระแสข่าวเหมือนในอดีตเริ่มจะลดน้อยลง ทำให้การรับข่าวสารในช่วงวัยนี้ผู้เขียนไม่ได้อินอะไรมาก และ วางตัวเองให้อยู่ในฐานะผู้สังเกตุการณ์ แต่แม้จะเป็นเพียงผู้สังเกตุการณ์นั้นก็ยังรู้สึกว่า การเสพข่าวสารทั้งจากสื่อกระแสหลัก และ โซเชียลมีเดีย ได้ทำให้ความรู้สึกภายในของตัวเองหดหู่อย่างคาดไม่ถึง
พอถึงชั่วโมงที่ 74-75 ในการติดตามข่าว ผู้เขียนเลือกที่จะปิดช่องทางการรับรู้จากโซเชียลมีเดีย และ สื่อกระแสหลัก ด้วยการหันกลับไปหยิบหนังสือสักเล่มเพื่อเยียวยา ความรู้สึกตัวเอง และ เล่มที่เลือกหยิบมาคือ “วันที่ถอดหมวก” ของเสกสรรค์ ประเสิรฐกุล เป็นการเปิดอ่านแบบไม่ได้เจาะจงบทไหนเป็นพิเศษ จนกระทั่งไปเจอบทที่พูดถึง “งู” และการตีความ “งู” ได้อย่างตรงใจ และทำให้นึกถึง ข้อความจากภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์ส ที่มาสเตอร์โยดา พูดเอาไว้ว่า
“ความกลัว นำมาซึ่งความโกรธ ความโกรธ นำมาซึ่งความเกลียด และ ความเกลียดนำไปสู่ความสูญเสีย”
และ “งู” ในหนังสือ “วันที่ถอดหมวก” ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันเพราะคนจำนวนมากบนโลกใบนี้ต่างหวาดกลัวสัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้ ส่วนหนึ่งเพราะงูหลายชนิดมีพิษทำให้ตายได้ เมื่อเจองู ความหวาดกลัวที่ถูกปลูกฟังมา ก็ทำให้เรารู้สึกโกรธ ที่มันมาโผล่ในที่ที่เป็นของเรา และ เกลียด ที่มันทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัย และการเลือกที่จะจัดการด้วยการฆ่ามัน หรือเรียกให้คนมาจัดการอย่างเด็ดขาด สัมพันธภาพระหว่าง คน กับ งู นั้นจึงไร้การประนีประนอม และเป็นวิถีทางเดียวไม่ว่างูตัวนั้นจะทำร้ายเราหรือไม่ก็ตาม
เสกสรรค์ ประเสิรฐกุล ได้เปรียบ “งู” เหมือนกับสภาวะในใจคนทั้งโลก ที่ต่างพกเอาความกลัว กลัวที่จะไม่เป็นที่รัก กลัวที่จะไม่ได้เป็นเจ้าของ กลัวที่จะถูกแย่งของรัก กลัวที่จะถูกแย่งอำนาจ กลัวที่จะต้องลงมาจากอำนาจ กลัวที่จะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว หรือ กลัวที่จะกลายเป็นที่พึ่งของทุกคน ความกลัวเหล่านี้ได้นำพาอารมณ์คนไปสู่ความรู้สึกโกรธ ที่ตนเองต้องมานั่งรับผิดชอบทุกสิ่ง หรือ ถูกรุกรานในบางสิ่งที่เชื่อว่าเป็นของตนเอง
ทำให้ความกลัว และ ความโกรธ ดังกล่าวนั้นนำพาไปสู่ ความเกลียด เหมือนที่เราท่านต่างเกลียดงู เกลียดคนที่เห็นต่าง เกลียดคนที่เอาเปรียบเรา เกลียดคนที่นินทาเราลับหลัง เกลียดคนที่ได้ดิบได้ดีกว่าเรา หรือ เกลียดแม้กระทั่งตัวเองที่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่น และท้ายที่สุดของเส้นทางความกลัว โกรธ เกลียด ก็ต้องลงเอยด้วยความสูญเสียของทุกฝ่าย
ถึงวันนี้เราต้องกลับมาตั้งคำถามและทบทวนกับตัวเองแล้วว่า เราต่างปล่อยให้ “งู” ในใจเราไปทำให้คนอื่นเจ็บปวดขนาดไหน หรือ สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคมได้มากมายเพียงใด และคุณจะปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้จริงๆหรือ…เป็นคำถามที่ถามด้วยความเคารพ และ คำตอบนั้นอยู่ในใจของคุณเอง
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ






























