Home Trending Story Trend ในประเทศ เมื่อรถเมล์ขึ้นราคาผู้โดยสารก็ขอคาดหวัง (บ้าง)

เมื่อรถเมล์ขึ้นราคาผู้โดยสารก็ขอคาดหวัง (บ้าง)

 

วันที่ 21 มกราคม นี้ รถเมล์ และรถร่วมของ ขสมก. จะขึ้นค่าโดยสารอย่างเป็นทางการกันแล้ว มาทวนรายละเอียดกันอีกครั้งจะได้เตรียมเงินในกระเป๋าไว้ให้พร้อม เพราะถ้าเป็นรถร้อนของ ขสมก. จะปรับขึ้นจาก 6.50 ไม่เกิน 10 บาท ส่วนรถเมล์ร่วมจาก 9 บาทเป็น 10 บาท

ในขณะที่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ปรับเพิ่มระยะละ 1 บาท จาก 11-23 บาท เป็น 12 – 24 บาท ส่วนรถใหม่ที่ติดตั้งระบบ E-Ticket กล้อง CCTV และ GPS ค่าโดยสารปรับเป็น 12 บาท รถโดยสารประจำทางปรับอากาศใหม่ ค่าโดยสาร 15-25 บาท

นับเป็นการปรับค่าโดยสารที่กระทบกับกระเป๋าเงินของคนเมืองกรุงโดยตรงแต่ถึงกระนั้น คนที่ใช้บริการก็ยังต้องกัดฟัน ขึ้นรถเมล์กันต่อไปเพราะนี่คือระบบขนส่งสาธารณะเดียว ที่ทำให้เดินทางไปได้ทั่วทั้งเมืองหลวงซึ่งนับวันจะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อทางขสมก. ตัดสินใจขึ้นค่าโดยสารแบบนี้ผู้ใช้บริการก็ขอคาดหวังว่าจะได้รับบริการที่ดีขึ้นจาก ขสมก. เช่นกันส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น Tonkit360 รวบรวมมาให้แล้ว

จำนวนรถที่เพียงพอต่อจำนวนคนที่ใช้บริการ

ปัญหารถขาดระยะ เป็นปัญหาคลาสสิก ที่ขสมก. ไม่เคยแก้ไขได้เลยหลายคนต้องยืนรอรถเมล์เป็นเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะรถขาดระยะ หรือ จำนวนรถที่ไม่เพียงพอในเวลาเร่งด่วนทำให้ผู้โดยสารต้องเบียดเสียด จนหลายคนบอกว่าแน่นเป็นปลากระป๋อง ถ้าขึ้นค่าโดยสารแล้วมีการบริหารจัดการเรื่องรถได้ดีกว่าเก่าหลายคนคงยินดีควักค่าโดยสารด้วยความเต็มใจ

ความปลอดภัยของผู้โดยสาร

มันอาจเป็นตลกร้ายสักหน่อยถ้าเราจะให้ฉายารถเมล์ที่แม้จะเป็นรถร่วมอย่างสาย 8 ว่า “ฟาสต์ 8” เพราะรู้กันดีว่าเป็นรถเมล์ที่ขับเร็ว และ ไม่จอดให้ลงตามป้าย หรือ ให้ผู้โดยสารลงทั้งที่รถยังแล่นอยู่ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่าง เพราะบนท้องถนน ยังมีรถเมล์อีกหลายสายที่ผู้โดยสารเอง เมื่อก้าวขึ้นไปนั่งแล้วก็ไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยของตนเอง ถ้าการขึ้นค่าโดยสารจะทำให้ ขสมก. เข้มงวดกับคนขับมากขึ้นน่าจะทำให้ผู้โดยสารยิ้มขึ้นมาได้บ้าง

การจัดเวลาเดินรถเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถวางแผนการเดินทางได้

ผู้ใช้บริการรถเมล์ ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นรถร้อน รถปรับอากาศ รถใหม่หรือ รถที่แค่ทาสีใหม่ของ ขสมก. เปรียบเสมือนผู้ใช้บริการตามยถากรรม เพราะการยืนรอที่ป้ายรถเมล์ เราจะรู้เพียงแต่ว่าจะมีสายอะไรผ่านมาบ้าง แต่เราจะไม่เคยรู้เลยว่าสายนั้นจะมาถึงในเวลาเท่าไร ถ้าขสมก. อยากพัฒนาให้ รถเมล์ไทยก้าวหน้าขึ้นมาบ้างการจัดเวลารถเมล์แต่ละสายในการเข้าถึงป้ายทำให้ผู้โดยสารสามารถวางแผนการเดินทางได้ น่าจะทำให้หลายคนยอมมาใช้ขนส่งสาธารณะบ้าง

ขอรถเมล์ที่มีสภาพพร้อมใช้งานไม่ใช่แค่เอาไปพ่นสีใหม่

มีรถเมล์หลายสายที่สภาพของที่นั่งไม่เหมาะแก่การใช้งาน ทั้งของ ขสมก. และ รถร่วม ล้วนแต่มีควันดำ ที่ทำให้เกิดมลพิษไปทั่วกรุงเทพฯ ผู้โดยสารนั้นไม่ได้ตั้งความหวังว่าจะได้ใช้บริการรถใหม่ แต่พวกเขาหวังว่าทาง ขสมก. จะมีเกณฑ์ในการเช็คสภาพรถเพื่อใช้งานให้สูงขึ้นกว่าเดิม เพราะรถเมล์ที่พร้อมใช้งาน ก็ทำให้คนขับไม่เครียดมาก ผู้โดยสารก็อยากจะใช้บริการ ไม่ต้องมานั่งลุ้นกับสภาพรถที่พร้อมจะดับทุกเมื่อ เหมือนในปัจจุบัน