
ต้องยอมรับว่า ระบบการศึกษาในบ้านเราไม่ว่าจะเป็นในระดับใด ล้วนมีการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี เมื่อเป็นเช่นนี้ ลองไปสำรวจกันว่า ระบบการศึกษาของประเทศใดบ้าง ที่ให้อิสระโรงเรียนกำหนดแผนการเรียนเอง หรือประเทศใดที่พยายามปรับหลักสูตรให้หลุดจากกรอบเดิม ๆ อย่างการท่องจำ
ฟินแลนด์
เริ่มกันที่ประเทศเล็ก ๆ แถบสแกนดิเนเวียที่ได้รับการยกย่องว่า มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก จนกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาการศึกษาในหลายประเทศ โดยระบบการศึกษาของฟินแลนด์ ไม่มีการสอบเข้า ไม่มีค่าธรรมเนียมทางการศึกษา ไม่มีการจัดอันดับสถานศึกษา ขณะที่การศึกษาภาคบังคับ เริ่มเมื่อเด็กอายุ 7 ปี นอกจากนี้ ฟินแลนด์ ยังมีนโยบายอีกมากมายที่ส่งเสริมระบบการศึกษาภายในประเทศ อาทิ
- กฎกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ใน 1 ชั่วโมงเรียน ต้องแบ่งเป็นการสอนจากครู 45 นาที และการเล่น 15 นาที ด้วยเล็งเห็นว่า เด็กไม่ต้องรีบโตมาเป็นนักท่องจำหรือนักทำข้อสอบ
- รัฐบาลมองว่า การศึกษาควรอยู่บนรากฐานของงานวิจัย ไม่ใช่การขับเคลื่อนโดยการเมือง
- สนับสนุนให้ห้องเรียนเป็นห้องทดลอง ที่นำไปสู่การทดลองใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และทันสมัยอยู่เสมอ
- ไม่ให้การบ้าน ด้วยเชื่อว่า ครูได้ใช้เวลาในห้องเรียนอย่างเต็มที่ในการสอน และเวลาเด็กอยู่ที่บ้าน ควรเป็นเวลาเรียนรู้การใช้ชีวิตและอยู่กับครอบครัว
เนเธอแลนด์
เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการปฏิรูปการศึกษา โดยระบบการศึกษาของเนเธอแลนด์ ให้อิสระกับสถาบันการศึกษาภายในประเทศอย่างเต็มที่ คือ แต่ละโรงเรียนสามารถจัดแผนการเรียน ขณะที่ครูก็สามารถกำหนดวิธีสอนในแบบฉบับของตนได้ โดยรัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงเด็ดขาด เป็นผลให้แผนการเรียนมีความหลากหลาย และตรงกับความต้องการของเด็กนักเรียน
สิงคโปร์
มาต่อกันที่ประเทศในอาเซียน อย่าง “สิงคโปร์” ซึ่งในอดีตมีนโยบายการศึกษาที่มุ่งแข่งขันด้วยการท่องจำ เพื่อความเป็นเลิศด้านการศึกษาเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้นักเรียนและผู้ปกครองมุ่งเน้นแต่แค่ผลการเรียนจนมากเกินไป ต่อมา รัฐบาลสิงคโปร์ เล็งเห็นว่า ความกดดันจากระบบการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในการชี้วัดความสำเร็จของนักเรียน จึงได้ปรับปรุงระบบการศึกษาภายในประเทศใหม่ ให้เป็นการศึกษาที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กนักเรียน เพื่อไม่ให้นักเรียนต้องคร่ำเคร่งมากเกินไป
ในอนาคต สิงคโปร์ มีแผนยกเลิกการสอบที่ไม่จำเป็น หรือยกเลิกการจัดอันดับผลการสอบในใบแจ้งคะแนนของนักเรียนในระดับชั้นต่าง ๆ นอกจากนี้ รัฐบาลยังทุ่มงบและสวัสดิการ เพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่งให้มาเป็นครูและอาจารย์อีกด้วย
ฮ่องกง
ภายหลังที่ ฮ่องกง ได้รื้อระบบการศึกษาภายในประเทศ ด้วยการยกเลิกระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมของอังกฤษทั้งหมด ให้มาเป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น และเน้นประสบการณ์ในการทำงานจริงตั้งแต่ช่วงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทำงานตามสาขาอาชีพที่สนใจ และเมื่อจบออกมาก็สามารถทำงานได้ทันที แบบไม่ติดข้อจำกัดเรื่องไม่มีประสบการณ์ทำงานอีกต่อไป






























