Home Uncategorized 5 นักเตะเด่น – ดับ ประจำรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018

5 นักเตะเด่น – ดับ ประจำรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018

 

ผ่านด่านที่ 2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปแล้วสำหรับฟุตบอลโลก 2018 เหลืออีกเพียงแค่ 2 ด่าน กับอีก 8 เกมเท่านั้น เราก็จะรู้แล้วว่าทีมใดจะเป็นผู้ครอบครองถ้วยฟุตบอลโลกหนนี้ แต่ว่าตอนนี้เราไปเก็บตกในรอบ 16 ทีมกันดีกว่า ว่าในรอบที่ผ่านมาจะมีนักเตะคนใดบ้าง ที่โชว์ฟอร์มได้เด่นที่สุด และ แย่ที่สุด เราคัดมาให้ทั้งหมดแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปชมกันเลย

เด่น

อิกอร์ อคินเฟเยฟ – รัสเซีย

หลังจากถูกสบประมาทกับฟอร์มการเล่น จากความเฟอะฟะส่วนตัวในฟุตบอลโลก 2014 อิกอร์ อคินเฟเยฟ นายทวารมากประสบการณ์ของ รัสเซีย ก็ได้ก้าวมาเป็นฮีโร่ประจำชาติในฟุตบอลโลกหนนี้ได้สำเร็จ ด้วยการโชว์ฟอร์มหนึบเซฟจุดโทษไปถึง 2 หน จนเขี่ย สเปน ตกรอบ และพาบ้านเกิดตัวเองเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

เนย์มาร์ – บราซิล

ซุปตาร์ชาวบราซิลเลี่ยน อย่าง เนย์มาร์ พึ่งจะมาระเบิดฟอร์มเก่งของตัวเองได้อย่างเต็มที่ในรอบ 16 ทีม ด้วยการเป็นกุญแจสำคัญในเกมรุก โชว์สกิลปั่นหัวแนวรับ เม็กซิโก จนยุ่งเหยิง แถมเจ้าตัวยังเบิกสกอร์แรกให้กับทีมได้ในช่วงต้นเกมของครึ่งหลัง ก่อนจะบรรจงอีกหนึ่งแอสซิสต์ให้ เฟร์มิโน ซัดประตูที่ 2 ในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้ “ทัพเซเลเซา” ผ่านเข้าไปเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างสบายหายห่วง

 

แฮร์รีย์ เคน – อังกฤษ

ยังคงร้อนแรงกันต่อเนื่อง สำหรับดาวยิงตัวความหวังของ “สิงโตคำราม” อย่าง แฮร์รีย์ เคน ที่ช่วยให้ อังกฤษ สามารถเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ ฟุตบอลโลก 2006 โดย ณ ตอนนี้เค้าทำไปถึง 6 ประตูแล้วในฟุตบอลโลกหนนี้ แถมยังทำประตูติดได้ต่อกันถึง 6 นัดติดอีกต่างหาก ถึงส่วนใหญ่จะมาจากลูกจุดโทษ แต่ก็ปฎิเสธอะไรไม่ได้ เมื่อเจ้าตัวเป็นนักเตะที่เล่นบอลในกรอบเขตโทษได้อย่างมีไหวพริบ และเหลี่ยมบอลที่ดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

เอดิสัน คาวานี  – อุรุกวัย

เจ้าของฉายา “เอล มาทาดอร์” อย่าง เอดิสัน คาวานี เหมือนได้รับความมั่นใจมาอย่างเต็มเปี่ยม หลังปลดล็อคประตูแรกในฟุตบอลโลก 2018 ได้จากเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายกับ รัสเซีย พอเข้าสู่รอบ 16 ทีม เจ้าตัวก็เลยสวมบทเพชรฆาต เหมาคนเดียวไป 2 ประตู จนเขี่ย โปรตุเกส ตกรอบสำเร็จ แต่ที่ยังน่าเป็นห่วง คือ เจ้าตัวเหมือนจะมีอาการบาดเจ็บ หลังถูกเปลี่ยนตัวออกไปในช่วงท้ายเกม อย่างไรก็ตาม แฟนบอล “ทัพจอมโหด” ก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่า ตัวเขาจะพร้อมลงล่าตาข่ายในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย กับ ฝรั่งเศส หรือไม่

 

คิเลียน เอ็มบัปเป้ – ฝรั่งเศส

เจ้าหนูดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 19 ปี คนนี้ มีส่วนถึง 3 จากทั้งหมด 4 ประตู ในเกมเชือด อาร์เจนตินา จากการโชว์สปีดความเร็วสูงเล่นงานแผงหลัง อาร์เจนตินา จนเรียกจุดโทษให้กับทีมได้ แถมยังซัดไปคนเดียวอีก 2 ตุง ส่งผลให้กลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่สามารถทำได้ 2 ประตูในเกมเดียว หลังจากที่ เปเล เคยทำไว้ในฟุตบอลโลก 1958 และยังเป็นนักเตะดาวรุ่งที่สามารถทำได้เกิน 1 ประตูตลอดทัวร์นาเมนต์ หลังจากที่ ไมเคิล โอเวน ทำได้ในฟุตบอลโลก 1998 อีกเช่นกัน ซึ่งตอนนี้เจ้าหนู เอ็มบัปเป้ ทำไปแล้วทั้งหมด 3 ประตู ในฟุตบอลโลกครั้งแรกของเขา

 

ดับ

โรเมลู ลูกากู – เบลเยียม

ถึงจะโชว์ฟอร์มได้อย่างเปรี้ยงปร้าง ในรอบแบ่งกลุ่ม กับผลงาน 4 ประตู จากโอกาสยิงเพียง 4 ครั้ง แต่พอเข้าสู่รอบ 16 ทีม ตัวเค้าก็ฟอร์มดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะแทบไม่มีส่วนเลยในเกมพบกับ ญี่ปุ่น ส่งผลให้ เบลเยียม ที่ต้องตามหลัง ญี่ปุ่น ก่อนถึง 2 ประตู ต้องฝากความหวังไว้กับทั้ง 2 ตัวสำรองที่ลงมาทีหลังอย่าง มารูยาน เฟลไลนี่ และ นาเซอร์ ชาดลี ซึ่งรายหลังเป็นคนยิงประตูชัยในช่วงนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ช่วยให้ เบลเยียม พลิกนรกเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปได้ แต่ประตูนั้นก็ต้องยกเครดิตให้กับ ลูกากู ที่หลอกปล่อยบอล จนหลุดไปถึง ชาดลี่ และนั่นก็คือผลงานที่เด่นที่สุดของ ลูกากู ก็ว่าได้

 

มาร์กอส โรโฮ – อาร์เจนตินา

ถึงแม้จะเป็น ฮีโร่ ทำประตูชัยในเกมกับ ไนจีเรีย พา อาร์เจนตินา เข้ารอบ 16 ทีมมาได้ แต่ มาร์กอส โรโฮ โชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐานพอสมควรในรอบดังกล่าว หลังโดนเจ้าหนู เอ็มบัปเป้ ดาวรุ่งฝรั่งเศส ใช้ความเร็วเล่นงาน จนเจ้าตัวตามประกบไม่ทัน เป็นเหตุให้ต้องทำฟาวล์ จนเป็นที่มาของจุดโทษแรก และเป็นประตูขึ้นนำของ ฝรั่งเศส ตั้งแต่ต้นเกม

 

ดิเอโก คอสต้า – สเปน

คอสต้า เป็นความหวังของ สเปน ในการทำประตูมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม แต่ทว่าในเกมกับ รัสเซีย ในรอบ 16 ทีม ตัวเค้ากลับไร้พิษสง ไม่มีบทบาทที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย เพราะถึงแม้ สเปน จะมีโอกาสครองบอลที่สูงถึง 79% และมีโอกาสทำประตูถึง 23 ครั้ง เจ้าตัวกลับมีส่วนแค่ 3 ครั้งเท่านั้น แถม 1 ประตูที่ สเปนได้ ก็เป็นการทำเข้าประตูของทางฝั่งผู้เล่นเจ้าภาพเอง

 

กอนซาโล กูเอเดส – โปรตุเกส

เจ้าหนูชาวโปรตุกีส ดาวรุ่งจาก บาเลนเซีย รายนี้ อาจจะมีฟอร์มที่โดดเด่นเป็นที่น่าจับตามอง ตั้งแต่อุ่นเครื่องก่อนสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 แต่พอเริ่มทัวร์นาเมนต์ ก็ถูกแฟนบอลหลายคนตั้งคำถามว่า “จะเล่นร่วมกับ โรนัลโด้ ได้เหรอ?” ซึ่งมันก็ดันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม จนกระทั่งรอบ 16 ทีมสุดท้าย เจ้าหนูคนนี้ก็ไม่มีฟอร์มเป็นชิ้นเป็นอัน ทำอะไรก็ติดขัดไปหมด จนทำให้เกมรุกของทัพฝอยทอง ยิ่งช็อตหนักเข้าไปอีก จนสุดท้าย โปรตุเกส ก็ทำอะไร อุรุกวัย ไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องเก็บของกลับบ้านเป็นทีมที่ 2 ไปพร้อมๆ กับ อาร์เจนตินา ที่ชิงตกรอบไปก่อนเป็นทีมแรก

 

ลิโอเนล เมสซี่ – อาร์เจนตินา

ยังคงเป็นที่พูดถึงกันอย่างต่อเนื่องสำหรับ “เดอะแบก” อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ เพราะในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับ อุรุกวัย เจ้าตัวก็ยังไม่วายโดนตามวิจารณ์อยู่เช่นเดิม เมื่อดาวเตะระดับโลก ยังมีฟอร์มที่ฟอร์มติดๆ ขัดๆ แถมตอนโดน ฝรั่งเศส แซงนำ 3-2 ก็แทบไม่มีความกระตือรือร้นเลย ซึ่งถ้าไม่นับ 2 แอสซิสต์ที่เกิดขึ้นโดยเจ้าตัวแล้ว เค้าก็โดน ปาวอน และ เมซ่า นักเตะรุ่นน้องกลบรัศมีไปจนหมด (เพราะไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย) จนเป็นเหตุให้ อาร์เจนตินา ต้องเก็บของกลับบ้านกันไปเป็นทีมแรก โดย เมสซี่ ในวัย 31 ปี ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จกับทีมชาติอยู่เช่นเดิม

ภาพจาก @TeamRussia, @Sporf, @HKane, @INFOSMESSI, @Squawka, @KMbappe, @SpreadxSport, @Uruguay, @MARCAinENGLISH