Home Trending Story Trend ต่างประเทศ ดราม่า คานส์ – เน็ตฟลิกซ์ ผู้แพ้ที่แท้คือคนดู

ดราม่า คานส์ – เน็ตฟลิกซ์ ผู้แพ้ที่แท้คือคนดู

วันที่ 11 เมษายน เน็ตฟลิกซ์ ประกาศถอนหนังทั้งหมดของตนเองออกจากเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์เพราะไม่พอใจที่ คานส์ไม่ยอมให้หนังของเน็ตฟลิกซ์ ได้เข้าร่วมการประกวดในเทศกาลหนังทั้งที่ปี2560 หนังจากเน็ตฟลิกซ์สองเรื่องได้รับสิทธิดังกล่าวและได้รับคำชมที่ดีกลับมากด้วย รุ่งขึ้นวันที่ 12 เมษายนผู้อำนวยการของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ออกมาแถลงว่ารู้สึกประหลาดใจที่เน็ตฟลิกซ์ ถึงกับถอนตัวประท้วงแต่เรื่องนี้ไม่กระทบต่อเทศกาลฯ เพราะพวกเขาได้เชิญ Amazon Studios (คู่แข่งโดยตรงของเน็ตเฟล็กซ์) ส่งหนังเข้าร่วมในเทศกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นับเป็นการแลกกันคนละหมัด ระหว่างขั้วอำนาจเก่าที่ต้องการรักษาขนบเดิมของวงการภาพยนตร์เอาไว้ กับขั้วอำนาจใหม่ที่มองว่าโลกได้เปลี่ยนไปแล้วและการชมศิลปะบันเทิงในแขนงนี้สามารถชมได้ทุกที่เพียงแค่มีการเชื่อมต่อสัญญาน เมื่อออกมาแลกกันแบบนี้ใครจะเป็นผู้แพ้ที่แท้จริง ขอเชิญคุณผู้อ่านประมวลจากบทวิเคราะเห์ในบรรทัดต่อจากนี้เลย

เมื่อขนบเดิมถูกท้าทายจากคลื่นลูกใหม่

ถ้าพูดถึงเทศกาลภาพยนต์ที่ได้รับความสนใจสูงสุด และเป็นสุดยอดปรารถนาของเหล่าผู้ผลิตภาพยนตร์ที่จะได้เปิดตัวฉายหนังของตนเองเป็นที่แรกคงหนีไม่พ้นเทศกาลหนังเมืองคานส์ เพราะนอกจากจะเป็นเทศกาลภาพยตร์ที่เก่าแก่ที่สุด และปีนี้จัดมาถึงปีที่ 71 แล้วคนทำหนังทุกคนรู้ดีว่า การได้รับเกียรติจากเมืองคานส์ ก็เหมือนได้ใบประกาศนียบัตร ว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นมีคุณภาพในระดับสากลและเทศกาลหนังระดับโลกแห่งนี้ก็นับเป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์ชั้นดีเลยทีเดียว

แล้วถ้าพูดถึงเน็ตฟลิกซ์ละ (Netflix) เน็ตฟลิกซ์ ก่อกำเนิดในปี1997 เป็นบริการสตรีมมิ่งเพื่อรับชมเนื้อหาความบันเทิงอาทิ ซีรี่ย์ ภาพยนตร์ หรือ สารคดี ในอุปกรณ์ต่างๆที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เนต ที่ผ่านมา เน็ตฟลิกซ์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง เพราะโลกของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเร็วของอินเทอร์เนต ในปัจจุบันทำให้สามารถรับชมความบันเทิงของ เน็ตฟลิกซ์ผ่านได้หลายช่องทาง จนทำให้ปัจจุบัน เน็ตฟลิกซ์ ได้มีการสร้างภาพยนตร์ และ ซีรี่ย์ ของตนเองขึ้นมา

และในปี 2560 ที่ผ่านมามีภาพยนตร์สองเรื่องของ เน็ตฟลิกซ์ ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมการประกวดที่เมืองคานส์ คือ Okja และ The Meyerowitz Stories

แน่นอนว่าเมื่อภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องได้เข้าร่วมประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ได้สร้างความรู้สึกอิ่มเอมให้กับ New kid in town อย่าง Netflix เป็นอย่างยิ่ง และ รู้สึกว่าตนเองกำลังกลายเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แต่คานส์ ก็คือ คานส์ ขนบเดิมที่ไม่ยอมให้ลดคุณค่าของภาพยนตร์ ที่พวกเขาถือว่าเป็นงานศิลปะ และต้องมีธรรมเนียมการรับชมในโรงภาพยนตร์ มีการเปิดตัวเพื่อให้เกียรติแก่ผู้ที่ทำงานเบื้องหลัง นักแสดง และ ผู้กำกับ ไม่ใช่รับชมผ่านอินเทอร์เนตด้วยการสตรีมมิ่ง ที่ทำให้คุณค่าของการผลิตภาพยนตร์ นั้นลดลง

มุมมองที่แตกต่างระหว่างคานส์กับเน็ตฟลิกซ์

ที่ผ่านมาฝ่ายจัดงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ นั้นไม่ยอมรับการชมภาพยนตร์ผ่านระบบ สตรีมมิ่งมาโดยตลอด เพราะวิธีการดังกล่าวเหมือนไม่ให้เกียรติผู้ผลิต แต่ในระยะหลังขนบดังกล่าวได้ผ่อนปรนลงบ้าง ด้วยการให้ภาพยนตร์ ได้ฉายในโรงไปก่อนสักระยะ จากนั้นค่อยเปิดให้สตรีมมิ่งได้

ทั้งนี้คานส์ ให้เหตุผลในการให้ภาพยนตร์ถึงสองเรื่องจากค่ายเน็ตฟลิกซ์ได้ผ่านเข้าสู่การประกวดว่าเป็นเพราะ ความต้องการของ คานส์ ที่ต้องการให้ เน็ตฟลิกซ์ เห็นความสำคัญของภาพยนตร์ด้วยการนำภาพยนตร์เข้าสู่โรงภาพยนตร์บ้างไม่ใช่ลดค่าด้วยการให้รับชมผ่านระบบสตรีมมิ่ง แต่เพียงอย่างเดียว

แม้ว่าเน็ตฟลิกซ์ จะรู้ในจุดประสงค์ของคานส์ แต่พวกเขาก็ไม่เปลี่ยน เมื่อเน็ตฟลิกซ์ ไม่เปลี่ยน คานส์ จึงต้องให้บทเรียน ด้วยการไม่ให้ภาพยนตร์ ที่สร้างจาก เน็ตฟลิกซ์นั้นได้เข้าร่วมการประกวด แต่ก็ยังมีเมตตาอยู่บ้างด้วยการเปิดโอกาสให้ฉายเพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมงานดู (ผู้ที่เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์นั้นกว่าครึ่งคือผู้ผลิต และ จำหน่าย ภาพยนตร์รายใหญ่) การได้ฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อ เน็ตฟลิกซ์ ไม่ใช่น้อยในแง่ของการตลาด

แต่เน็ตฟลิกซ์ไม่ต้องการก้มหัวให้กับขนบเดิม และ ตัดสินใจที่จะเดินหน้าชนกฎเกณฑ์ที่พวกเขาไม่เห็นด้วย เน็ตฟลิกซ์ โต้กลับด้วยการถอนหนังทั้งหมดของตนเอง ออกจากเทศกาลหนังเมืองคานส์

ถึงเวลาเปิดรับสิ่งใหม่เพื่อรักษาของเก่าให้ยังคงอยู่

การแสดงอาการต่อต้านของ เน็ตฟลิกซ์ ไม่ได้สร้างความสะทกสะท้านอะไรให้กับฝ่ายจัดงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ แม้แต่น้อย เพราะหลังจาก Netflix ประกาศเอาหนังของตนเองออกจากเทศกาลทั้งหมด ผู้อำนวยการของการจัดเทศกาล เธียรี่ย์ เฟรมองซ์ ก็ได้ออกประกาศต่อสื่อว่า

การถอนตัวของ เน็ตฟลิกซ์ ทำให้พวกเขาแปลกใจอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้กระทบอะไรกับคานส์ เพราะพวกเขาได้หนังของ Amazon Studios (คู่แข่งโดยตรงของ Netflix) มาเติมส่วนที่ถอนออกไปแถม เธียรี่ย์ ยังเหน็บในแถลงการด้วยว่า ภาพยนตร์ที่ผลิตโดย Amazon Studios นั้นมีขนบของความเป็นภาพยนตร์อยู่แท้จริง และถึงแม้ว่าพวกเขาจะเผยแพร่ในรูปแบบสตรีมมิ่ง แต่พวกเขาก็ให้เกียรติด้วยการฉายภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน

อันที่จริงแล้วการประท้วงของเน็ตฟลิกซ์ ต่อเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ นั้นถือว่าเป็นสิทธิของพวกเขาที่จะแสดงออก แต่เอาเข้าจริงแล้วคนที่เสียหายมากที่สุดคือ เหล่าผู้สร้างภาพยนตร์ ที่ต้องการเห็นภาพยนตร์ของตนเองได้รับการโปรโมท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทศกาลหนังที่เรียกได้ว่ามีคนในวงการมารวมกันมากที่สุดในโลก

ขณะที่ คานส์ เองก็ควรจะใจกว้างพอที่จะเปิดเวทีให้กับ ภาพยนตร์ที่ถูกฉายในรูปแบบใหม่ ซึ่งสามารถจำแนกรางวัลโดยเฉพาะให้กับหนังที่ ไม่ได้ฉายในโรง แต่รับชมผ่านการสตรีมมิ่ง เพราะโลกวันนี้ได้เปลี่ยนไปจากโลกเดิมที่เหล่าผู้จัดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ไปแล้วอย่างมาก การเปิดรับสิ่งใหม่ เพื่อรักษาคุณค่าของสิ่งเก่าเอาไว้ น่าจะเป็นทางออกที่ลงตัวมากที่สุด เพราะอย่างไรเสียคุณภาพของหนังที่ผ่านจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ก็ช่วยให้สื่อบันเทิงประเภทนี้ยังคงอยู่ได้ในฐานะของงานศิลปะแขนงหนึ่ง