Home Uncategorized ตึงเครียดแค่ไหนเราก็ไป “แฟนบอลอังกฤษกล่าว”

ตึงเครียดแค่ไหนเราก็ไป “แฟนบอลอังกฤษกล่าว”

“เมื่อเธอไล่ทูตฉัน ฉันก็ไล่ทูตเธอ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย!!!” เป็นเรื่องที่หลายคนอาจส่งสัย เพราะไม่ได้ติดตามข่าวต่างประเทศนัก แต่เรื่องราวของการขับนักการทูตระหว่าง รัสเซีย กับ อังกฤษ ในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กำลังจะลุกลามจนทำให้แฟนบอลอังกฤษหวั่นใจว่า ทีมชาติอันเป็นที่รักยิ่งจะถูกห้ามจากรัฐบาลอังกฤษไม่ให้ลงสนามฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

และจากผลสำรวจล่าสุดแฟนบอลอังกฤษ ยังคงสนับสนุนให้ทีมไปต่อในฟุตบอลโลกอย่าได้บอยคอตต์ เลยถึงแม้ว่าผู้เล่นคนสำคัญอย่าง แฮรี่ย์ เคน จะบาดเจ็บแต่หลายคนก็เชื่อว่า ปีนี้ทีมชาติอังกฤษมีความหวังอยู่ไม่น้อย ทีนี้มาดูกันว่าเรื่องราวที่คนในวงการฟุตบอลทั่วทั้งโลกกำลังกังวลใจนั้นเริ่มมาจากอะไร

รัฐบาลทะเลาะกันกระเทือนถึงฟุตบอลโลก

เช้าวันที่ 4 มีนาคมนายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ของอังกฤษได้มีคำสั่งขับนักการทูตรัสเซีย 23 คนออกนอกประเทศภายในหนึ่งสัปดาห์หลังจากเลยกำหนดให้รัสเซียชี้แจงเหตุวางยาพิษ นายเซอร์เก สกรีปอล อดีตสายลับชาวรัสเซียวัย 66 ปีและลูกสาวที่ลี้ภัยอยู่ในอังกฤษ ซึ่งทางอังกฤษได้เรียกร้องให้รัสเซีย ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

แต่ปรากฎว่าทางรัสเซีย ยังคงแสดงท่าทีนิ่งเฉย ทำให้นางเทเรซ่า เมย์ ต้องออกมาแสดงท่าทีของอังกฤษที่ไม่พอใจต่อการกระทำดังกล่าวของรัสเซีย ด้วยการขับนักการทูตออกจากประเทศรวมไปถึงยกเลิกคำเชิญต่อรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ระงับการติตต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งหมด และ เน้นที่สุดคือการประกาศว่าสมาชิกราชวงศ์ และ ตัวแทนรัฐบาลอังกฤษจะไม่เข้าร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

เมื่ออังกฤษขับนักการทูตของรัสเซียให้ออกนอกประเทศ เป็นจำนวน 23 คน ทางกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ตอบโต้คืนเช่นกันด้วยการขับนักการทูตอังกฤษจำนวน 23 คนให้ออกนอกรัสเซียในเวลา 1 สัปดาห์ นับเป็นการตอบโต้อย่างฉับพลันจากทางรัสเซีย ซึ่งทำให้เห็นว่า รัสเซีย ไม่ได้แคร์ว่าอังกฤษจะคิดอย่างไรกับการจัดการอดีตสายลับที่ลี้ภัยอยู่ในอังกฤษ ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศในเวลาตึงเครียด ถึงขนาดที่รัฐบาลอังกฤษ กำลังพิจารณาจะบอยคอตต์ ไม่ให้ทีมชาติอังกฤษ ร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก ขณะเดียวกันก็ออกประกาศเตือนแฟนบอลชาวอังกฤษว่าการเดินทางไปเชียร์ฟุตบอลที่รัสเซียนั้นเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อชีวิต

แฟนบอลอังกฤษต้องการเห็นทีมชาติในฟุตบอลโลก

แต่ถึงแม้ว่า ความสัมพันธ์ทางการทูตจะตึงเครียดอย่างไร จากผลสำรวจล่าสุดนั้น แฟนบอลอังกฤษ ยังคงต้องการเห็นทีมลูกหนังของตนเองเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก

โดยผลสำรวจล่าสุดจาก YouGov ที่สำรวจจากชาวอังกฤษจำนวน 1,986 คนปรากฎว่า 34 เปอร์เซนต์ สนับสนุนให้ทีมชาติอังกฤษถอนตัวจากฟุตบอลโลก ขณะที่ 39 เปอร์เซนต์ บอกว่าทีมชาติอังกฤษต้องไปฟุตบอลโลก 27 เปอร์เซนต์บอกว่ายังไม่แน่ใจ ขณะที่ผลสำรวจแฟนบอลอังกฤษนั้นพบกว่า 32 เปอร์เซนต์ อยากให้บอยคอตต์ และ 56 เปอร์เซนต์ อยากให้ทีมเข้าร่วมฟุตบอลโลก ขณะที่ 12 เปอร์เซนต์ ยังไม่แน่ใจ

จากผลสำรวจนี้ทำให้เห็นว่าอย่างไรเสียคนอังกฤษก็ยังอยากเห็นทีมฟุตบอลของตนเองในฟุตบอลโลก 2018 เพราะฟุตบอลกับคนอังกฤษนั้นเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก และทำไมจึงเป็นเช่นนั้นไปดูเหตุผลกัน

– คนอังกฤษเชื่อว่าฟุตบอลนั้นเล่นครั้งแรกในยุคกลางของอังกฤษและมีหลักฐานบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1170
– สมาคมฟุตบอลอักกฤษนั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1863 และในปีเดียวกันนี้ข้อกำหนด และ กฎกติกาในการเล่นฟุตบอลที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ก็ถูกกำหนดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร
– สโมสรฟุตบอลแห่งแรกของโลกถูกก่อตั้งในอังกฤษ (สโมสรเชฟฟิลด์ ในปี 1857)
– ชาติแรกของโลกที่มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างสโมสรคืออังกฤษ โดยเริ่มต้นในปี 1871 (ศึกเอฟเอคัพ)
– อังกฤษเป็นชาติแรกของโลกที่ก่อตั้งทีมฟุตบอลทีมชาติของตนเอง และ ลงสนามเล่นกับทีมจากชาติอื่นเป็นทีมแรกซึ่งเกิดขึ้นในอังกฤษ (ทีมชาติอังกฤษ แข่งกับ ทีมชาติสก๊อตแลนด์ ปี 1872)
– อังกฤษเป็นชาติแรกของโลกที่ก่อตั้งลีกฟุตบอลอาชีพในปี 1888
– บนเกาะอังกฤษในปัจจุบัน มีสโมสรฟุตบอลที่ขึ้นทะเบียนกว่า 40,000 สโมสร ซึ่งนับว่ามากกว่าประเทศอื่นบนโลกใบนี้ (บราซิล เป็นอับดับที่สองด้วยจำนวน 29,000 สโมสร)
– พรีเมียรลีก อังกฤษคือลีกฟุตบอลอาชีพที่มีคนดูมากที่สุดในโลก