หลังจากที่เราได้เกริ่นเรื่องราวของการเทคโอเวอร์ของครอบครัวเกลเซอร์ไปแล้ว วันนี้เราจะมาว่ากันต่อครับ และจะมาสรุปถึงผลที่เกิดขึ้นจากการเทคโอเวอร์ และทำไมทีมถึงยังอยู่ได้จนถึงวันนี้
Leverage Buy Out ก็แย่พอแล้ว แต่พวกเขาไม่เคย “ลงทุน” เลยนะ

แม้แต่แดงเดียวครับ เพราะการลงทุนในสโมสร ที่เราเห็นว่าพวกเขามีเงินเยอะขนาดนี้ เงินทั้งหมดมาจากการทำกิจการและรายได้ของสโมสรทั้งนั้นเลย ซึ่งมาจากทั้งดีลชุดแข่งของอาดิดาส ดีลสปอนเซอร์หลักกับเชฟโรเล็ต หรือ General Motors ไปจนถึงสปอนเซอร์อีกเป็นจำนวนมาก ไล่ไปตั้งแต่ไวน์ หมอนเพื่อสุขภาพ สถาบันการเงินในหลายๆประเทศเช่น เซอร์เบีย และไทยเป็นต้น ล่อไปจนถึงบะหมี่ รถแทรกเตอร์ ค่ายหนัง โอ๊ย เยอะมากครับ (ไว้เราค่อยมาเจาะดูตรงนี้กันวันหลังนะ) คิดแล้วก็ปวดหัวแทน ซึ่งเงินที่ได้จากสปอนเซอร์ ซึ่งแน่นอนว่า ใครจะไม่อยากมาโปรโมตสินค้ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันบ้างล่ะ (ถ้าไม่อยากเนี่ย…ควรจะพิจารณาตัวเองนิดนึงนะ) และเงินทุนเหล่านี้แหละ ก็เพียงพอต่อการทำกิจการของสโมสร บวกกับค่าตั๋ว ค่าห้องวีไอพี และที่สำคัญมากๆ คือค่าลิสสิทธิ์การถ่ายทอดสดที่นับวันก็ยิ่งแพงขึ้น แพงขึ้น แพงจนน่าเหลือเชื่อ และน่าตกใจเลยล่ะ

แต่ถึงจะมีรายได้มากแค่ไหน ครอบครัวเกลเซอร์ก็ไม่เคยนำเงินของตัวเองมาลงทุนแม้แต่น้อยเลย ต่างกับฝั่งของมหาอำนาจการเงินอย่างพวกเชลซี หรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีเจ้าของที่ “ทุ่ม” สุดตัว เอาเงินมาลงทุนช่วยทีมให้ทำผลงานให้ดีขึ้น
แล้วคนที่โอเคกับพวกเขาล่ะ

คือเรื่องความเกลียดชังเจ้าของสโมสรนั้น มันก็มาเป็นกระแสครับ แต่พอทีมทำผลงานได้ดี คนส่วนใหญ่ก็จะลืม และหันไปยกย่องการทำงานของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ทำทีมได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ลองคิดดูว่า ถ้า “เฟอร์กี้” ทำทีมไม่ได้ดีขนาดนี้ และทีมขาดสปอนเซอร์หลักๆเพราะไม่มีพวก “บุญเก่า” จากผลงานอันยอดเยี่ยมนั้น ป่านนี้ทีมอาจจะมีโอกาสล้มละลายหรือติดหนี้สิน หรือไม่มีตังค์เสริมทัพนักเตะก็ได้ สาเหตุหลักๆที่สโมสรยังยืนอยู่ได้ตอนนี้ ต้องขอบคุณผลงานในยุคของเฟอร์กูสัน และความสำเร็จด้านการตลาดในเวทีระดับโลกด้วย แต่เอาแน่ๆ ก็คือว่าครอบครัวเกลเซอร์นั้นแทบจะไม่ได้เอาเงินของตัวเองมาลงทุนเลย
ผลเสียที่ตามมา…เมื่อ “ผีแดง” เป็น “ทีมของโลก”

จำที่ผมเคยเขียนแซวว่า “ผีแดง” คือทีมของคนทั้งโลกได้มั้ย? มันเกิดขึ้นเพราะเรื่องสปอนเซอร์นี่แหละ จะมีสโมสรสักกี่ที่ ที่จะมีสปอนเซอร์เยอะขนาดนี้ และมีทั้งสปอนเซอร์แบบระดับโลก สปอนเซอร์ตามพื้นที่ (เช่นกรุงศรีจะเป็นสปอนเซอร์สถาบันการเงินในประเทศไทย หรือเอพี ฮอนด้า จะเป็นสปอนเซอร์ของรถมอเตอร์ไซด์ในไทยเป็นต้น) จนมันดูเหมือนเป็นการ “ขายวิญญาณ” ไปนั่นเอง โอเคล่ะ มันยังมีผลดีตรงที่รายได้ที่มหาศาล ที่เข้ามาเลี้ยงทีม พร้อมทั้งทำให้ทีมเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จนกลายเป็นทีมที่มีคนติดตามมากที่สุดในโลก แต่ในขณะเดียวกัน คนที่เป็นแฟนฟุตบอลท้องถิ่น ก็รู้สึกน้อยใจสโมสร ที่มีแต่เรื่องของธุรกิจ และขาดเรื่องฟุตบอลไปเยอะมาก หากเทียบกับสมัยก่อน จนมีคนพูดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นไม่ใช่ทีมฟุตบอล แต่เป็นธุรกิจไปแล้ว…
สำหรับเรื่องของครอบครัวเกลเซอร์ก็คงเอาไว้แค่นี้ก่อนครับ ส่วนในสัปดาห์หน้า ผมจะมีเรื่องราวแบบไหนมาฝากทุกคนกัน ก็อย่าลืมติดตามกันได้นะครับ
“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง
ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ https://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ

































