Home Interview บทสัมภาษณ์ "คนต้นคิด" “โอตาคุ” เพราะความสุขมีหลายรูปแบบ : ตอนที่2 ชีวิตโอตะ งานจับมือคือนิพพาน

“โอตาคุ” เพราะความสุขมีหลายรูปแบบ : ตอนที่2 ชีวิตโอตะ งานจับมือคือนิพพาน

บทสัมภาษณ์บทที่ 2 ชีวิตโอตะ งานจับมือคือนิพพาน  

ชีวิตของโอตะ จากบทสัมภาษณ์แรกเราจะเห็นว่าเขาเป็นคนปกติเหมือนกับเราท่านทำงานหาเลี้ยงชีพ เพียงแต่มิวิธีการหาความสุขไม่เหมือนกัน ในบทสัมภาษณ์ที่สองนี้ “จอม” จารุวัชร ปาลิโพธิ จะขยายความ ชีวิตโอตะ ที่แท้จริงแล้วในความหมกหมุ่นนั้นเพียงแค่ได้เห็นหน้า แค่ได้ร่วมงานจับมือ พวกเขาก็มีความสุขอย่างที่สุดแล้ว

คุณจอม จารุวัชร ปาลิโพธิ

คำจำกัดความของ “โอตะ” ที่ทำให้ทุกคนเห็นภาพชัดที่สุด

เดิมที คำว่าโอตะ เป็นคำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในประเทศญี่ปุ่น ยุคประมาณ 80 คำนี้สื่อถึงคนที่มีพฤติกรรมคลั่งไคล้อะไรบางอย่างแล้วไปก่อคดี ก็จะมีนักข่าวเริ่มใช้คำว่า โอตะคุ ดังนั้นในความหมายดั้งเดิมก็จะหมายถึงคนที่หมกมุ่นคิดถึงเรื่องนั้นๆ ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ชอบแต่คลั่งไคล้ หมกมุ่นไปเลย หรือใช้เรียกคนที่หมกมุ่นอะไรมากเกินไป เช่นพวกอนิเมชั่น แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป คำนี้ถูกนำมาใช้ในหมู่ของแฟนๆ ไอดอล พอฐานแฟนเพลงเยอะขึ้น คำนี้ก็มีความหมายเบาลง ใช้พูดถึงคนที่ชอบอะไรบางอย่าง แต่ไม่เป็นไปในทางลบเหมือนสมัยก่อน

การเป็นโอตะของ 48 Group มีองค์ประกอบอะไรบ้าง

จริงๆ ก็ไม่ได้มีกฎระเบียบที่ชัดเจนอะไร แต่สำหรับการที่เราชื่นชอบไอดอลสักวง เป็นเหมือนการให้กำลังใจกัน ทั้งตัวเราเองและตัวศิลปิน ซึ่งเวลาที่เรามาทำกิจกรรม มาดูคอนเสิร์ต มางานจับมือ หรือมาทำกิจกรรมร่วมกับศิลปิน น้องๆ เมมเบอร์ (สมาชิกในวง) มันเหมือนกับว่าเราสละเวลาส่วนตัว เพื่อมามีความสุขตรงนี้ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเข้ามาตรงนี้แล้วมีความสุข ผมคิดว่าแค่นี้เราก็เรียกตัวเองว่าเป็นโอตะได้แล้ว

คุณจอม จารุวัชร ปาลิโพธิกับคาชิวากิ ยูกิ “ยูกิริน” แห่งวง AKB48

งานจับมือเป็นที่ฮือฮามาก จริงๆ แล้วงานจับมือคืออะไร

งานจับมือเดิมทีเป็นกิจกรรมที่มาจากวงพี่ AKB48 คือ 48 group แต่ละวงจะมี เธียเตอร์ (สถานที่ที่ใช้ทำการแสดงของวงนั้นๆ ต้องซื้อบัตรเข้าชม) คืองานจับมือเริ่มจากมีครั้งนึง ที่เธียเตอร์เกิดไฟดับไม่สามารถแสดงได้ ทาง AKB48 ก็ไม่อยากให้แฟนๆ เสียใจ เลยเกิดงานจับมือขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งต่อมากลายเป็นวัฒนธรรมของวงมาโดยตลอด

อย่างงานจับมือครั้งล่าสุด บัตรจะได้จากการซื้อซิงเกิ้ล “คุกกี้เสี่ยงทาย” โดยเมื่อเราได้บัตรจับมือมา ก็ต้องไปดูในเพจ Official ว่าเมมเบอร์แต่ละคนอยู่เลนไหน พอถึงวันเราก็ไปเขาแถวในเลนนั้น อย่างผมโอชิคามิน้องแคนแคน ก็จะเข้าคิวประมาณ 10-20 คน ถือเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกว่าได้ใกล้ชิดน้อง ได้เห็นหน้าน้องชัดๆ โดยพอถึงคิวเรา เขาก็จะให้วางสัมภาระ หรือของต่างๆ ที่อาจจะไปบาด หรือไปทำร้ายมือของไอดอล เช่น นาฬิกาที่เป็นเหล็กก็จะต้องถอดออก แล้วค่อยจับมือ เราจะมีโอกาสได้พูดคุยกับน้องสั้นๆ ประมาณ 8 วินาที

ติดตามบทสัมภาษณ์ตอนที่ 3 “โอตะ” และ “ไอดอล” เราเกิดมาคู่กัน ได้ ในวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์นี้

อ่านบทสัมภาษณ์ตอนแรกได้ที่  “โอตาคุ” เพราะความสุขมีหลายรูปแบบ : ตอนที่1 “รักจะเป็นโอตะไม่จำเป็นต้องอยู่สายเปย์”