Home Work & Living Work เด็กจบใหม่ “หางาน” อย่างไร? ให้ได้งาน

เด็กจบใหม่ “หางาน” อย่างไร? ให้ได้งาน

เด็กจบใหม่ในยุคนี้ต้องเผชิญกับปัญหาการหางานตั้งแต่เรียนจบออกมาเลยทีเดียว ขณะที่ในมุมของนายจ้างเองก็มองว่าหาคนเก่ง ๆ มีฝีมือมาร่วมงานด้วยยาก

นอกจากต้องมีดีจนบริษัทต่าง ๆ อยากได้ตัวไปร่วมงานแล้ว วิธีการสมัครงานก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน เพราะเป็นประตูบานแรกที่จะช่วยให้ได้งานอย่างที่ต้องการ และนี่คือคำแนะนำดี ๆ สำหรับคนที่อยากหางานให้ได้งานที่ Tonkit360 นำมาฝากกัน

1.ฝากประวัติตามเว็บไซต์จัดหางาน

สมัยนี้การประกาศหางานตามหน้าหนังสือพิมพ์นั้นไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไปแล้ว หากคุณเป็นนักศึกษาจบใหม่ สิ่งสำคัญคือฝากประวัติการศึกษา การฝึกงาน และความถนัดไว้ตามหน้าเว็บไซต์จัดหางานต่าง ๆ ที่บริษัทระดับกลางและเล็กนิยมเข้ามาหาประวัติคนทำงาน

ทั้งนี้ ในการฝากประวัติไว้ในเว็บไซต์เหล่านี้ ควรใช้รูปถ่ายที่เป็นทางการ และกรอกรายละเอียดให้ครบ โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกับอีเมล และหากมีความสามารถพิเศษหรือประสบการณ์ในการฝึกงานก็จะได้รับการพิจารณามากเป็นพิเศษ เพราะบริษัทโดยทั่วไปทราบดีอยู่แล้วว่านักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน

2.ส่งใบสมัครไปหลาย ๆ แห่ง

การส่งใบสมัครไปหลาย ๆ แห่ง ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับตนเอง แต่ต้องคำนึงด้วยว่าเป็นตำแหน่งที่ต้องการหรือใกล้เคียงกับสิ่งที่อยากจะทำหรือไม่ เพราะหากได้เข้าไปทำงานแล้วเป็นงานที่ไม่ชอบ อาจจะทำให้เริ่มต้นงานใหม่อย่างไม่มีความสุขและทำให้ทัศนคติในการทำงานติดลบตั้งแต่แรก จึงควรเริ่มต้นสมัครงานที่คุณสนใจและอยากทำจริง ๆ มากกว่า

3.อย่าหางานจากแค่สื่อออนไลน์

เชื่อหรือไม่ว่าที่ผ่านมามีผู้ที่ได้งานจากกรมการจัดหางาน (doe.go.th)จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว บ้างก็เป็นงานที่ได้จากตลาดนัดแรงงาน ดังนั้น จงอย่าปิดกั้นตัวเองและอย่าอายกับการเดินหางานตามบริษัทต่าง ๆ เพราะต่อให้มีเส้นสายเข้าทำงานได้ง่ายดายเพียงใด หากไม่มีความสามารถก็อยู่ได้ไม่นานเช่นกัน

โดยกรมการจัดหางานของกระทรวงแรงงานมีอยู่ในทุกจังหวัด ขณะที่ตลาดนัดแรงงานจะถูกจัดขึ้นตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งการไปฝากประวัติไว้ใช่ว่าจะเสียเปล่า เพราะบริษัทที่รับสมัครจะเก็บประวัติของคุณไว้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองปี เมื่อมีตำแหน่งงานว่างก็มีโอกาสสูงที่บริษัทจะพิจารณาจากประวัติที่ถูกฝากเอาไว้ก่อน

4.อย่าหวังว่างานจะเข้ามาหาเอง

หลายคนที่เรียนจบระดับปริญญาตรีแล้วคิดว่าการไปเดินหางาน หรือไปสัมภาษณ์งานเองหลาย ๆ ที่ดูไม่เจ๋งพอ ทำให้ไม่อยากสมัครงาน และหวังอย่างลมแล้ง ๆ ว่าทำงานอิสระหรือเป็นฟรีแลนซ์ดีกว่า โดยหวังว่าจะมีคนมาจ้างงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ในความเป็นจริงนั้น การเป็นฟรีแลนซ์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด คนที่สามารถออกมารับงานอิสระได้ต้องมีทั้งฝีมือ ความสามารถ และประสบการณ์ที่มากพอ รวมถึงมีคอนเนคชั่นระดับเกรดเอด้วย จึงทำให้มีงานเข้ามาหาอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้น การเข้าไปสู่ชีวิตการทำงานของคนที่เรียนจบจึงสำคัญมากเพราะจะได้เรียนรู้ในสายงานที่ตนเองอยากทำ และได้เรียนรู้ว่ามีระบบระเบียบอย่างไร

5.อย่าเรียนปริญญาโท เพื่อหนีชีวิตทำงาน

วุฒิปริญญาโทในปัจจุบันกลายเป็นทางออกของคนที่หางานไม่ได้ หรือคนที่ไม่อยากทำงานไปเสียแล้ว หลายคนชอบคิดว่าการไปเรียนปริญญาโทจะทำให้ตนเองมีคอนเนคชั่นตามมา แต่ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่าทุกคนที่ไปเรียนปริญญาโทต่อต่างคิดแบบเดียวกันหมดจึงไม่เกิดประโยชน์อย่างที่คิด 

ขณะที่บางคนคิดว่าการเรียนจบปริญญาโท จะช่วยให้สามารถเรียกเงินเดือนได้สูงขึ้นตามวุฒิการศึกษา แต่ชีวิตจริงนั้นบริษัทส่วนใหญ่มักพิจารณาจากประสบการณ์การทำงานมากกว่า และเชื่อหรือไม่ว่าในบางครั้งวุฒิปริญญาโทก็เป็นอุปสรรคในการหางาน เพราะมีคุณสมบัติหรือเงินเดือนสูงเกินกว่าที่บริษัทต่าง ๆ ต้องการนั่นเอง