หลายคนอาจจะยังงงๆ เวลาที่เห็นกลุ่มเด็กสาวใส่ชุดกระโปรงหลากสีสัน เต้นไปมาพร้อมๆ กัน ในเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย และชื่อวง BNK48 ซึ่งก็ไม่รู้ว่าว่าย่อมาจากอะไร วันนี้ Tonkit360 จะมาไขข้อข้องใจและพาทุกท่านมารู้จักกับ BNK48 และแฟนคลับของพวกเธอในเบื้องต้นกัน

BNK48 คืออะไร?
BNK48 คือวง “ไอดอล เกิร์ลกรุ๊ป” ที่ตอนนี้มีสมาชิกอยู่จำนวน 29 คน อายุไล่ตั้งแต่ 13-22 ปี โดย BNK48 มีต้นแบบมาจากวง AKB48 ซึ่งเป็นวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป ของประเทศญี่ปุ่นที่โด่งดังและมีมาแล้วกว่า 10 ปี ถือได้ว่า BNK48เป็นวงน้องของ AKB48 ซึ่งวงน้องเหล่านี้ก็มีเยอะมากตั้งแต่หัวเมืองต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น จนขยายสาขาไปยังประเทศอื่น ๆ ในโซนเอเชีย รวมถึงไทย
BNK48 ย่อมาจากอะไร ?
ชื่อวงในตระกูล 48 นั้น ใช้หลักในการตั้งชื่อคือ ใช้ชื่อย่อของเมืองหรือแลนด์มาร์คของสถานที่ที่ใช้ตั้ง “เธียร์เตอร์” (สถานที่ประจำที่เหล่าไอดอลจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นแสดง เธียร์เตอร์ของ BNK48 อยู่ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์) มาตั้งนั่นเอง เพราะฉะนั้น BNK จึงย่อมาจาก Bangkok ส่วน 48 ก็คือชื่อของคุณชิบะ โคทาโร่ ประธานบริษัท Office 48 ต้นสังกัดของ AKB48 โดยใช้หลักคำพ้องเสียงของตัวเลขในภาษาญี่ปุ่นคือ ชิ หมายถึงเลข 4 และ บะ หมายถึงเลข 8 เพราะฉะนั้นทุกวงที่เป็นวงน้องของวง AKB48 ก็จะต้องลงท้ายด้วย 48 ทุกวง
แบ่งกันร้อง แบ่งกันเต้นอย่างไร คนเยอะขนาดนี้ ?
เนื่องจากเป็นวงที่จำนวนคนเยอะมากดังนั้นในแต่ละเพลงจึงจะต้องมีการเลือกคนที่จะมาร้องและเต้นในเพลงนั้นๆ โดยผู้ถูกเลือกเหล่านี้จะถูกเรียกว่า “เซมบัตสึ” ซึ่งการเลือกนั้นก็มีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การคัดเลือกของโปรดิวเซอร์ การเลือกตั้ง หรืองานเป่ายิงฉุบ โดยเซมบัตสึในแต่ล่ะเพลงก็จะมีจำนวนแตกต่างกันออกไป นอกจากจะมีการคัดเลือกเซมบัตสึแล้ว ในแต่ละซิงเกิ้ลยังจะต้องมีการเลือก “เซนเตอร์” ซึ่งก็คือตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุด อยู่แถวหน้าและอยู่ตรงกลางนั่นเอง
BNK48 อยู่ได้อย่างไร ?
เนื่องจากวางตัวเป็นวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 จึงอยู่ได้ด้วยแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม ที่ชื่นชอบสมาชิกหรือเมมเบอร์ในวงเป็นรายบุคคล โดยแฟนคลับเหล่านี้จะเรียกตัวเองว่า “โอตะ” ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า โอตาคุ หมายคนที่ชอบหรือคลั่งไคล้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก ๆ โอตะจะมีสมาชิกวงที่ตัวเองปลื้มหรือเรียกกันว่า “โอชิ” เช่น ผมโอชิปัญ ก็แปลได้ว่าโอตะคนนี้สนับสนุนและปลื้มน้องปัญนั่นเอง โอตะเหล่านี้มีหน้าที่สนับสนุนสมาชิกของวงที่ตนโอชิอยู่ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ต้นสังกัดจัดขึ้นทั้ง “งานจับมือ” ซึ่งก็งานที่เปิดโอกาสให้โอตะได้จับมือและพูดคุยกับไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบ โดยตั๋วจะหาได้จากการซื้ออัลบั้ม (หากโอตะคนใดมีโอชิหลายคนก็ต้องซื้อกันเยอะหน่อย) โดยโอตะจะมีเวลาจับมือรวมพูดคุยกับไอดอลอยู่ที่ประมาณ 3 วินาที นอกจากนี้ยังมีหน้าที่อื่นๆ ที่โอตะจะต้องสนับสนุนไอดอลของตัวเอง เช่น “การเลือกตั้ง” หากมีซิงเกิ้ลหนึ่งที่จะหาเซนเตอร์หรือตัวเด่นผ่านการเลือกตั้ง เหล่าโอตะก็ต้องซื้ออัลบั้มและนำโค้ดโหวตที่อยู่ในอัลบั้มมาโหวตให้สมาชิกที่ชอบ นอกจากนี้ยังมีการขาย Photobook ต่างๆ รวมถึงจะมีภาพถ่ายของสมาชิกที่แถมมากับอัลบั้มเพลง ซึ่งเป็นแบบซุ่ม หากซื้อแล้วดวงไม่ดี ไม่ได้รูปเมมเบอร์ที่ตัวเองโอชิอยู่ เหล่าโอตะก็จะซื้ออัลบั้มชุดนั้นเพิ่ม เป็นต้น ดังนั้นหากโอตะอยากเห็นคนที่ตัวเองชื่นชอบก้าวไปได้ไกล ติดอันดับต่างๆ หรือมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้น ก็จะต้องเปย์ให้หนักเลยทีเดียว
กฎเหล็กของวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป
วงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปนั้นอยู่ได้ด้วยเหล่าแฟนคลับ หรือ โอตะ ดังนั้นกฎเหล็กข้อหนึ่งของสาวๆ ก็คือการห้ามมีแฟน เพราะถือเป็นการทำร้ายจิตใจโอตะที่ให้การสนับสนุน เป็นดั่งลมใต้ปีกของไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปให้อยู่ได้ แม้ว่าทางต้นสังกัดจะออกมาบอกว่าไม่ได้ตั้งกฎห้ามมีแฟนแบบเป็นลายลักษณ์อักษร แต่กฎข้อนี้ก็ถือเป็นสัญญาใจ และธรรมเนียมปฏิบัติที่ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปต้องทำตาม ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้ได้รับการสนับสนุนน้อยลง นอกจากนี้ยังมีกฎการใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่เป็นของ Official เท่านั้น เพราะรูปต่างๆของไอดอลจะต้องออกมาจากต้นสังกัด และถือเป็นการดูแลพฤติกรรมการใช้โซเชียลของไอดอลด้วย เพราะไอดอลก็จะต้องมีภาพลักษณ์และเป็นแบบอย่างที่ดี
แม้ BNK48 จะเป็นวงไอดอลหน้าใหม่ที่อาจจะมีรูปแบบที่คนไทยไม่คุ้นเคยมากนัก แต่ก็ได้รับความนิยมและเริ่มขยายวงกว้างขึ้นในระดับหนึ่ง ก็คงต้องตามดูกันต่อไปว่าวัฒนธรรมไอดอลจะเติบโตอย่างไรในประเทศไทย จะเป็นเพียงกระแสที่มาแล้วก็ไป หรือจะอยู่ยาวจนสร้างฐานแฟนคลับให้แข็งแรงและคอยสนับสนุนไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบจนเติบโตมีชื่อเสียง นับเป็นความแปลกใหม่ที่ชวนให้ติดตาม






























