
เรียกได้ว่าเป็นลิ้นกับฟันกันเลยระหว่างวินมอเตอร์ไซต์ และ Grab Bike หรือแม้แต่แท็กซี่ และ Grab Car , Uber ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่เดือนกี่ปี ก็ยังคงมีเรื่องราวเป็นประเด็นให้ถกเถียงกันอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการแย่งลูกค้า การทำตามกฎข้อบังคับ หรือแม้แต่กฎหมาย ใครถูกใครผิด? ยังคงไม่ได้ข้อสรุป
วันนี้ Tonkit360 จึงมาจำแนก แบ่งเป็นข้อๆ ว่าเพราะอะไรคนจำนวนไม่น้อยถึงเลือกหันมาใช้บริการเรียกรถสาธารณะในแอปพลิเคชั่น ทั้งๆ ที่มีราคาแพงกว่ารถสาธารณะทั่วไป
คนไทยรักความสะดวกสบาย
มีคนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ชินกับการใช้บริการเรียกรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชั่นไปแล้ว ไม่ว่าจะในเวลาเร่งด่วนหรือช่วงเวลาปกติธรรมดา การที่เราต้องไปยืนเสี่ยงดวงเพื่อรอเรียกแท็กซี่ หรือเรียกวินมอเตอร์ไซต์นั้นทำให้การเดินทางดูเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเลย เมื่อมีแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานได้เสถียร และสามารถใช้แบบเรียลไทม์ นั่งอยู่ที่ร้านอาหาร หรือเดินห้าง ก็สามารถเรียกรถและมอเตอร์ไซต์มารับได้ โดยรู้ว่าเหลือเวลาอีกกี่นาทีรถจะถึง ทำให้ Grab เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว
ถึงจะแพงกว่า แต่ราคาแน่นอน
ไม่ว่าจะเรียก Grab หรือแม้แต่ Uber ก็จะมีราคาที่แน่นอนบอกในแอปพลิเคชั่นอยู่แล้ว (หรืออาจจะประมาณราคาคร่าวๆ ไว้ให้) ซึ่งทำให้เราสามารถตัดสินใจได้เลยว่าจะใช้ หรือไม่ใช้บริการ ผิดกับการเสี่ยงดวงเรียกแท็กซี่หรือ วินมอเตอร์ไซต์ที่บางครั้งอาจจะเจอปัญหาโกงมิเตอร์ หรือคิดราคาแบบไร้ขอบเขต
บ่อยครั้งที่เราจะเจอกับวินมอเตอร์ไซต์ที่ใช้ช่วงเวลาเร่งด่วน หรือใช้ช่องทางที่ผู้โดยสารไร้ทางเลือกเพื่อมาโก่งราคาค่าโดยสาร หรือในบางที่ ขึ้นวันเสาร์อาทิตย์ในระยะทางเท่าเดิม กลับแพงกว่าวันธรรมดาเป็นสองเท่า!
หมดปัญหาเรียกแล้วไม่ไป
ปัญหาแท็กซี่ปฎิเสธผู้โดยสาร ไม่ว่าจะผ่านไปกี่เดือนกี่ปีก็แก้ไม่ตกจริงๆ ซึ่งความจริงแล้ว “การส่งรถ” หรือต้องไป “เติมแก๊ส” นั้นดูเป็นเรื่องจำเป็น แต่เมื่อแท็กซี่หันมาใช้ข้ออ้างนี้เพื่อปฎิเสธกันบ่อยครั้ง ทำให้มันดูแย่และดูจงใจจะไม่รับผู้โดยสารไปเสียหมด
แต่การที่เราเรียกในแอปพลิเคชั่น ผู้ขับจะไม่ทราบว่าผู้เรียกจะไปไหน ทำให้ผู้ขับไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าจะไปที่นี่หรือไม่ จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นนั้นถึงดูง่ายกว่านั่นเอง แถมยังมีการตั้งจากตัวแอปฯด้วยว่า ถ้าผู้ขับไม่รับผู้โดยสารเป็นเวลานาน แอปฯก็อาจจะไม่ส่งงานมาให้ด้วย เลยกลายเป็นว่าผู้ขับจำเป็นจะต้องรับผู้โดยสารบ้างเพื่อให้มีงานเข้ามาในภายภาคหน้า
มีโปรโมชั่นลดราคา เรียกลูกค้าอยู่เรื่อยๆ
ไม่ว่าจะ Grab หรือจะ Uber ก็ขยันมีโปรโมชั่นและส่วนลดต่างๆ ออกมาเอาใจผู้บริโภคกันอยู่เรื่อยๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนสนใจไปใช้บริการมากขึ้น
ลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่ใช้บริการแล้วติดใจกับความสะดวกสบาย ความอุ่นใจ และมาตรฐานของแอปฯเหล่านั้น แต่เอาเข้าจริงแล้วคนส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้วิธีเรียกแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซต์แบบธรรมดากันอยู่ ถึงแม้ว่าจะต้องเจอปัญหากันบ่อยๆ ก็ตาม ซึ่งทุกสิ่งล้วนเป็นสิทธิ์และการตัดสินใจของผู้โดยสารนั่นแหละว่าจะเลือกแบบไหนหรือไม่เลือกแบบไหน
ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะตามมาของแท็กซี่ไทย นั่นก็คือ แอปพลิเคชั่น Taxi OK ที่ทำให้เราสามารถเรียกแท็กซี่ได้ไม่ต่างจาก Grab ที่ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่เปิดให้ใช้บริการ แต่แท็กซี่บางส่วนได้รับการจดทะเบียนใหม่ และเพิ่มอุปกรณ์บางส่วนเพื่ออำนวยความสะดวก สร้างความอุ่นใจให้กับผู้โดยสารแล้ว
หลังจากนี้เราคงจะต้องปรับตัว ปรับทัศนคติกันใหม่ทั้งคนขับ คนนั่ง และหวังว่าความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทำให้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ระหว่างแท็กซี่ กับ Grab หรือวินมอเตอร์ไซต์กับ Grab Bike ลดน้อยลงไปด้วย






























