Home Inspiration My Dear มีเดีย ความรัก ความหลัง และ การ “ส่อง”

ความรัก ความหลัง และ การ “ส่อง”

ภาพจาก Pixabay

สวัสดีวันแรกของการเริ่มต้นการทำงานอย่างเป็นทางการในปี 2561ค่ะ วันจันทร์ที่แสนจะวุ่นวายเช่นนี้ ขอสวนความรู้สึกคุณผู้อ่านชวนคุยกันเรื่องความรัก แม้จะไม่ใช่เดือนกุมภาพันธ์ก็ตาม  เพราะดูเหมือนว่าช่วงเวลาของปีใหม่ที่ผ่านมา มีหลายคน ถูกสะกิดให้นึกถึงอดีตในส่วนลึกของหัวใจ ด้วยการ “ส่อง” กลายเป็นดราม่าทางอารมณ์จนทำให้นั่งเหม่อเลยเถิดมาจนถึงปัจจุบัน และ ออกแนวจะลามปามไปในอนาคต

ทำไมความรัก ความหลังถึงมีอิทธิพลกับชีวิตคนเราได้มากขนาดนั้น เป็นคำถามลอยๆที่ไม่ต้องการคำตอบ แต่ถ้าจะเอาให้ชัด อยากให้คุณผู้อ่านลองย้อนกลับไปเมื่อ สี่ปีก่อนช่วงเวลาดังกล่าว มีมิวสิควิดีโออยู่เพลงหนึ่ง ดังมากมียอดวิวระดับร้อยล้านวิว เพลงชื่อ “ขอ” ของวง Lomosonic

โดยมิวสิค วิดีโอ กำหนดเรื่องสอดคล้องกับชีวิตผู้คนในปัจจุบัน ให้คนรักที่เลิกร้างกันไปกลับมาพบกันอีกครั้ง พร้อมกับภาพความทรงจำก่อนจะจบกันด้วยการพูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจผ่าน โซเชียลมีเดีย ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงกับความจริงที่ทั้งคู่เป็นได้แค่อดีตของกันและกัน

เพลงนี้ถูกแชร์อย่างมากมาย ทั้งคนในรุ่นดิจิตอล คนรุ่นก่อนดิจิตอลที่เป็นเช่นนั้นเพราะ  นี่คือชีวิตของคนทั่วไป ที่มีความรักและมีความคิดถึง และมีวิธีในการค้นหาความคิดถึงของตนเองด้วยวิธีดังกล่าวเช่นกัน

อันที่จริงแล้วเรื่องความรัก ความหลังนั้นเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตเลยก็ว่าได้ บางคนถูกความรักโบยตีมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ไม่เคยเข็ด บางคนถูกโบยตีแค่ครั้งเดียวก็หลาบจำและปิดกำแพงไม่ยอมให้ความรักได้หยั่งรากลงไปในหัวใจอีกเลย ขณะที่บางคนยินดีและยินยอมที่จะถูกความรักโบยตีแม้รู้ว่าจะไม่สมหวังก็ตาม

เมื่อแต่ละคนมีประสบการณ์ความรักที่แตกต่างกันไป ความคิดถึงและการแสดงออกจึงแตกต่างกัน มีทั้งคิดถึงอยู่เงียบๆในใจ มีทั้งค้นหาและใคร่รู้ก่อนจะได้แค่เฝ้ามองดูอย่างเงียบๆ หรือ ค้นหาใคร่รู้ หากไม่ได้แค่เฝ้ามอง แต่ตกลงไปในกับดักของความคิดถึงกว่าจะปีนป่ายกลับขึ้นมาได้ก็เสียเวลาในชีวิตไปไม่ใช่น้อย

บทกวีนิพนธ์เรื่องความรัก จากหนังสือชื่อ The Prophet ของ คาลิล ยิบราน (แปลโดย ระวี ภาวิไล) เขียนถึงความรักเอาไว้ว่า

“ความรักไม่ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตนเอง และก็ไม่รับเอาสิ่งใดนอกจากตนเอง ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมให้ถูกครอบครองเพราะความรักนั้นเพียงพอแล้วสำหรับตอบความรัก”

ชวนคุยมาจนถึงบรรทัดนี้ อาจจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของเรื่องความรัก และ ความหลัง แต่น่าจะเพียงพอที่ทำให้หลายคนที่กำลังจมจ่อมอยู่กับอดีตที่ไม่หวนคืน ได้กลับมามีชีวิตในปัจจุบัน และ อยู่ต่อไปเพื่ออนาคต อะไรที่ผ่านมาแล้วก็จงวางมันไว้ตรงนั้นจะแบกขึ้นบ่ามาด้วย ก็ใช่ว่าจะเกิดประโยชน์อันใด เพราะชีวิตไม่ใช่ If Clause แบบที่สามที่เราจะสมมติเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นให้เกิดขึ้นได้

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ