Home Uncategorized เปิด 3 เคสการย้ายทีม ชวน “ปวดหัว”!

เปิด 3 เคสการย้ายทีม ชวน “ปวดหัว”!

ประเด็นที่ถือเป็นเรื่องสุดแปลก แถมอาจจะบานปลายในช่วงนี้ คือข่าวที่ว่า “ไนกี้” ผู้ผลิตเสื้อแข่งขันของทีม “เจ้าบุญทุ่ม” อย่างบาร์เซโลน่า ดันไปปล่อยภาพโปรโมตเสื้อของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ นักเตะตัวเก่งของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทั้งๆที่ยังไม่ได้ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากทั้งสองสโมสร จนล่าสุดมีข่าวว่า “หงส์แดง” เตรียมนำเรื่อง “คูตี้” ขึ้นศาล ฟ้องร้องไนกี้กัน แต่เรื่องนี้ถือว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ข่าวการย้ายทีมเกิดรั่วไหล และทำให้แฟนๆ ต่าง “สับสน” กันขนาดนี้ แต่จะมีเรื่องราวแบบไหนกันบ้าง วันนี้ Tonkit360 จะมาย้อนรอยการดึงนักเตะ ที่มีเรื่องราวแปลกๆมาฝากกัน

อนาคตสุด “งุนงง” ของ “คูตี้”

ก่อนอื่น เราคงต้องมาขยายความเรื่องของ “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” ที่ถือเป็นกำลังสำคัญของแชมป์ยุโรป 5 สมัยทีมนี้ ว่าเรื่องนั้นเป็นอย่างไร

สำหรับแฟนๆหงส์แดง และแฟนลูกหนังอังกฤษ คงทราบกันพอสมควรแล้วว่าทาง “บาร์เซโลน่า” นั้นอยากที่จะได้ตัว คูตินโญ่มาร่วมทีมเมื่อช่วงตลาดการซื้อ-ขายเมื่อปีที่แล้ว และมีข่าวว่าทางสโมสรได้ยื่นข้อเสนอกว่า 120 ล้านปอนด์ แต่ก็ยังโดนลิเวอร์พูลปฎิเสธมา และคูตินโญ่ก็ไม่ได้ลงสนามในช่วงต้นฤดูกาลนี้เนื่องจาก “อาการบาดเจ็บ” จนเมื่อตลาดปิดตัวลง เขาก็ “หายดีกลับมา” และกลับมาลงสนาม โชว์ฟอร์มเด่นอีกครั้งจนคนหลายคนคิดว่า เรื่องนี้น่าจะจบไปแล้ว เพราะ “คูตี้” ก็ดูจะมีความสุขพอสมควรที่นี่หลังจากที่การย้ายทีมช่วงซัมเมอร์ล่ม

คูตินโญ่ (ภาพจาก Pixabay.com)

แต่เรื่องก็กลับแดงขึ้นอีกครั้ง เมื่อสื่อหลายสำนักต่างตีข่าวว่า ผู้ผลิตเสื้อแข่งของบาร์เซโลน่าอย่าง “ไนกี้” นั้นไปปล่อยภาพโปรโมต ให้แฟนๆ “เจ้าบุญทุ่ม” สามารถเข้าไปสั่งซื้อเสื้อของ “บาร์ซ่า” ที่มีชื่อของ “คูตี้” ติดอยู่ทั้งๆที่ทางสโมสรยังไม่ได้ตกลงอะไรกันอย่างเป็นทางการ จนเป็นเรื่องทะเลาะและเถียงกันไปทั่วว่า สรุปแล้วคูตินโญ่จะย้ายหรือไม่ย้ายกันแน่? แฟนลูกหนังทั้งหลายคงต้องติดตามบทสรุปเรื่องนี้กันต่อไป

เสื้อของ “โรบินโญ่”

เว็บไซต์ของเชลซีประกาศขายเสื้อ “โรบินโญ่” (ภาพจาก rtve.es)

นักเตะสุดฉาวในปัจจุบัน ที่ก่อนหน้านี้เป็นเหมือนกับพระเอกแห่งวงการฟุตบอล “แซมบ้า” มีข่าวจะย้ายมาอังกฤษ และช่วงนั้นก็มีข่าวหนาหูว่ากำลังจะมาสวมเสื้อสีน้ำเงินที่ สแตฟอร์ด บริดจ์ ของเชลซีในยุคของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ จนขนาดที่ว่าเว็บไซต์ของ “สิงห์บลูส์” ปล่อยภาพ “เสื้อแข่ง” ที่มีชื่อของเขาออกมาให้แฟนบอลสั่งซื้อกันแล้ว (เคสก็จะคล้ายๆกับของคูตินโญ่ตอนนี้)

โรบินโญ่ในสีเสื้อของ “แมนฯ ซิตี้” (ภาพจาก wikipedia)

แต่อยู่ดีๆ ดาวเตะจอมลีลาก็ไปโผล่ยืนชูเสื้อสีฟ้า ที่เมืองแมนเชสเตอร์ กับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันสุดท้ายของการ ซื้อ-ขาย แบบที่คนลูกหนังต่างงงกันเป็นแถว แถมย้ายไปด้วยสถิติค่าตัวสมัยนั้นที่ 32.5 ล้านปอนด์อีก จนเมื่อปีที่แล้ว โรบินโญ่ก็ได้เผยเรื่องราวทั้งหมด ว่าเขาคิดว่าความผิดพลาดของเชลซี (การเปิดให้แฟนบอลซื้อเสื้อก่อนที่ดีลจะสำเร็จ) น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การย้ายทีมของเขาล่ม เพราะคงเป็นเรื่องของ “ศักดิ์ศรี” ของ เรอัล มาดริด ที่รับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้

มหากาพย์ “จอห์น โอบี มิเคล”

เมื่อก่อนนี้ จอห์น โอบี มิเคล ถือเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่หลายๆทีมจ้องที่จะดึงเข้ามาร่วมทีม และดาวเตะจากไนจีเรียรายนี้ก็ต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่แบบนี้ตั้งแต่เขายังเรียนไม่จบมัธยมปลายด้วยซ้ำ

หลังจากที่ทำผลงานโดดเด่นในการแข่งขันฟุตบอลโลก ชุดอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปี ทาง “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เรียกมิดฟิลด์รายนี้เข้ามาซ้อมร่วมกับทีมเป็นเวลากว่าสองเดือน และเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเองก็พอใจกับนักเตะรายนี้มาก ถึงขนาดว่าจะให้สโมสรซื้อรถสวยๆให้อีก

มิเกลในสีเสื้อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ภาพจาก Twitter:@MirrorFootball)

และเมื่อเขามีอายุครบ 18 ปี และสามารถเซ็นสัญญาอาชีพได้ มิเคลที่ตอนนั้นเล่นอยู่กับทีม ลิน ออสโล ในนอร์เวย์ ก็ได้รับสัญญาจากทีม “ผีแดง” ซึ่งเขาก็ได้เซ็น และมีการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อย…

แต่…เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น! เพราะอีกหนึ่งทีมจากอังกฤษอย่าง “เชลซี” นั้นกลับไปทำสัญญากับต้นสังกัดของ “มิเคล” ไว้แล้วว่าไม่ให้ขายเขาให้กับทีมไหนนอกจาก “สิงห์บลูส์” นั่นเอง จนกลายเป็นว่า “มิเคล” นั้นต้องไปบอก “ป๋าเฟอร์กี้” ว่าเขาอยากเล่นให้กับเชลซีมากกว่า จนมีข่าวว่า “เฟอร์กี้” ตอบเขากลับไปว่า “คุณจะปฏิเสธการย้ายมาที่ “ยูไนเต็ด”เหรอ? ที่นี่คือสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกนะ คุณไม่สามารถทำแบบนั้นได้ คุณต้องตอบรับสิ”

เรื่องจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา เพราะผีแดงก็ไปตกลงกับนักเตะไว้ก่อน ส่วนเชลซีก็ติดต่อผ่านสโมสร ถึงขนาดว่าเชลซีต้องส่งรถมาถึง 6 คัน เพื่อพา มิเคลไปหากุนซืออย่าง โฆเซ่ มูรินโญ่ ที่กล่อมให้เขาเลือกย้ายมาที่เชลซีสำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ยังร้อนไปถึงประธานพรีเมียร์ลีกอย่าง เซอร์ เดวิด ริชาร์ด ที่ต้องเข้ามาดูแลสถานการณ์ในขณะนั้นด้วย

ส่วนบทสรุป ก็คือว่า “มิเคล” ได้ย้ายข้ามไปเล่นกับ “สิงห์บลูส์” ที่จ่ายค่าตัวให้กับทีมในนอร์เวย์ไป 4 ล้านปอนด์ บวกกับค่าชดใช้ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปอีก 12 ล้านปอนด์ โดยสาเหตุที่เขาเลือกเชลซีนั้น มิดฟิลด์ที่ลงสนามให้กับเชลซีไปถึง 374 นัดก็เผยว่า “ผมไม่ได้รับการติดต่อจาก “ยูไนเต็ด” หลังจากไปซ้อมที่สโมสรอีกเลย แต่เชลซีดูแลผมและครอบครัวอย่างดี ผมจึงเลือกจงรักภักดีต่อพวกเขา”