
ก้าวสุดท้ายของอาทิวราห์ คงมาลัย หรือพี่ตูน บอดี้สแลมได้ก้าวถึงเหนือสุดของประเทศไทยที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยระยะทาง 2,215 กม. และยอดเงินกว่า 1,100 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 700 ล้านบาทโดยเงินก้อนนี้สามารถสร้างประโยชน์โดยการยกระดับการรักษา ของโรงพยาบาลศูนย์ที่ต้องการความช่วยเหลือในหลายๆจังหวัด ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสิ้น 11 โรงพยาบาล

หัวใจที่นึกถึงผู้อื่นของชายผู้นี้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย ปลุกกระแสการทำเพื่อส่วนรวม และพลังของคนตัวเล็ก ๆ ให้กลับมายิ่งใหญ่ผ่านการพิสูจน์โดยการลงมือทำ ก้าวสุดท้ายของพี่ตูนถึงเส้นชัยแล้ว อาจถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องเริ่มก้าวแรกต่อจากพี่ตูน “แล้วคนตัวเล็ก ๆ ทำอะไรได้บ้าง?”
“ผมอยากได้เงินจากคนไทยแค่คนละ 10 บาทเพื่อให้ได้เงิน 700 ล้านบาท 10 บาท อาจซื้ออะไรไม่ได้มาก แต่ถ้าเอามากองรวมกัน เงิน 10 บาทจะสามารถช่วยได้เป็นพันเป็นหมื่นชีวิต สิ่งที่หวังคือ ให้ทุกคนช่วยกันทำในสิ่งที่พอจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน หรือดูแลตัวเอง อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ คนตัวเล็กๆ ช่วยกันทำในสิ่งที่เราทำได้ อย่าคิดว่า เงินจำนวนน้อยของเราจะช่วยใครไม่ได้ หากช่วยในสิ่งที่ทำได้ ก็จะสมทบให้กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้”อาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน บอดี้สแลม)
จงดูและสุขภาพของตัวเองให้ดี :การวิ่งของพี่ตูนนั้นแฝงนัยยะสำคัญในการเชื้อเชิญให้ทุกคนหันมาออกกำลังกาย รับผิดชอบตัวเองโดยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง แบ่งเบาคุณหมอ คุณพยาบาล ที่ปัจจุบันมีงานล้นมือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วย (แน่นอนว่าเมื่อเราป่วยทั้งหมอและพยาบาลต่างก็พร้อมดูแลเราอย่างเต็มที่) แต่การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ดังนั้น ดูแลตัวเองไม่ให้ป่วย เป็นดีที่สุด ข้อนี้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่เริ่มได้จากตัวเราเอง เพราะแท้จริงแล้ว ตัวเราก็เกี่ยวข้องกับสังคมส่วนรวม
การตั้งคำถามเป็นเรื่องที่ดี :แน่นอนว่ามีกระแสดรามามากมาย ตั้งแต่เริ่มการวิ่งระดมทุนในครั้งนี้ หลายคนอาจมองว่าการตั้งคำถามเป็นเรื่องไม่ดี แต่แท้จริงแล้วการวิ่งของตูน บอดี้สแลม ก่อให้เกิดการถกเถียงที่เป็นประโยชน์มากมายในวงการสาธารณสุขไทย รวมถึงประเด็นการจัดการสวัสดิการด้านสุขภาพที่เป็นปัญหาตั้งแต่ระดับโครงสร้าง แต่การตั้งคำถามจะให้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อ สังคมร่วมหาคำตอบและทุกฝ่ายร่วมหาทางออก มิใช่เพื่อการเอาชนะคะคานกัน และการวิ่งครั้งนี้ย่อมทำให้ภาครัฐรวมถึงกระทรวงสาธารณสุขเองต้องตอบคำถามสังคม และพัฒนาการจัดการสวัสดิการด้านสุขภาพของไทยให้ดียิ่งขึ้นแทนการผลักภาระให้ประชาชนดูแลกันเอง
อยากทำเรื่องอะไรเพื่อส่วนรวม ให้ลงมือทำในเรื่องนั้นอย่างจริงจัง :ตูน บอดี้สแลมเป็นหนึ่งตัวอย่างที่บอกทุกคนว่าเราสามารถทำเพื่อส่วนรวมได้ ไม่ยาก ถนัดอะไรก็ทำ เพียงแค่ลงมือทำอย่างจริงจังและรับผิดชอบ ไม่เป็นจิตอาสาที่ฉาบฉวยหรือทำเพื่อตามกระแส แต่จะต้องเป็นผู้ให้อย่างรับผิดชอบ ในปัจจุบันมีคนตัวเล็ก ๆ มากมายลุกขึ้นมาขับเคลื่อนสังคมผ่านความถนัดและมีชีวิตเพื่อผู้อื่นผ่านการลงมือทำในหลากหลายเรื่อง การวิ่งของตูน บอดี้สแลม น่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดี ทำให้เกิดคนที่ทำเพื่อผู้อื่นเพิ่มขึ้น รวมถึงน่าจะทำให้สังคมกลับไปมองเห็นผู้คนที่ทำเพื่อผู้อื่นเฉกเช่นพี่ตูน และส่งกำลังใจไปให้เขาเหล่านั้นเช่นเดียวกับที่พี่ตูนได้รับ
ก้าวสุดท้ายของอาทิวราห์ คงมาลัย น่าจะทำให้เกิดก้าวใหม่ๆ จากทุกคน เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า แท้จริงแล้วเรื่องส่วนรวมกับเรื่องส่วนตัวนั้นหาได้แยกขาดจากกัน แต่คือเรื่องเดียวกันที่พวกเราทุกคนต่างต้องร่วมรับผิดชอบ ในขณะเดียวกัน ภาครัฐผู้ทำหน้าที่จัดการภาษีเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นสวัสดิการสำหรับประชาชน ก็ควรทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการรอการบริจาคก็ไม่ใช่ระบบที่จะพัฒนาการสาธารณสุขให้ยั่งยืนได้
ด้วยใจหวังว่าประกายไฟในรอยเท้าของตูน บอดี้สแลมในครั้งนี้ จะไม่สูญเปล่า






























