Home Work & Living คนต้นคิด Robert FitzRoy คนต้นคิด “ระบบพยากรณ์อากาศ”

Robert FitzRoy คนต้นคิด “ระบบพยากรณ์อากาศ”

ก่อนที่เราจะเปิดแอปพลิเคชันในโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเช็กว่า “วันนี้ฝนจะตกไหม” หรือเข้า Google เปิดดูแผนที่เรดาร์ว่ากลุ่มฝนกำลังเคลื่อนตัวไปทางไหน ครั้งหนึ่ง การพยากรณ์อากาศเคยเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ ในเวลานั้น มนุษย์ทำได้เพียงสังเกตท้องฟ้า ดูทิศทางลม หรืออาศัยประสบการณ์เพื่อคาดเดาว่าสภาพอากาศกำลังจะเปลี่ยนแปลงเท่านั้น

แล้วรู้หรือไม่? ว่าระบบพยากรณ์อากาศที่เราใช้ประโยชน์กันอยู่ในปัจจุบันนี้ ทำให้มนุษย์เริ่มรู้ล่วงหน้าว่าพายุกำลังจะมา ใครเป็นผู้บุกเบิกขึ้น เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์? เป็นนักประดิษฐ์? เปล่าเลย เขาผู้นี้เป็น “ทหารเรือ” ยศพลเรือเอก นามว่า Robert FitzRoy

พลเรือเอก โรเบิร์ต ฟิตซ์รอย (Robert FitzRoy) (1805-1865) เป็นนายทหารเรือ นักสำรวจ นักอุทกศาสตร์ และนักอุตุนิยมวิทยาชาวอังกฤษ เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการเป็นกัปตันเรือ HMS Beagle ในการเดินทางสำรวจรอบโลกครั้งที่สอง ซึ่งมีนักธรรมชาติวิทยาชื่อดังอย่าง ชาลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ร่วมเดินทางไปด้วย แต่บทบาทสำคัญที่สุดของเขาในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ก็คือการวางรากฐานให้กับระบบพยากรณ์และเตือนภัยสภาพอากาศ จนได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ให้กำเนิดการพยากรณ์อากาศยุคใหม่”

จากกัปตันเรือสู่นักอุตุนิยมวิทยา

ฟิตซ์รอยมีประสบการณ์กับทะเลโดยตรง จากการเป็นต้นเรือและกัปตันเรือเดินสมุทร เขารู้ดีว่าสภาพอากาศเลวร้ายไม่ใช่แค่ฝนตกหรือเดินเรือไม่สะดวก แต่อาจหมายถึง ชีวิตและความตาย เขาพบเห็นความสูญเสียทางทะเลจากพายุและฝนตกหนักอย่างกะทันหันบ่อยครั้ง ซึ่งในยุคนั้น ชาวเรือจะใช้เพียงสัญชาตญาณและการสังเกตท้องฟ้า ซึ่งไม่เพียงพอจะรับมือได้ หากออกเรือไปเจอสภาพอากาศเลวร้าย

ต่อมาในปี ค.ศ. 1854 ฟิตซ์รอยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งแรกของสหราชอาณาจักร ( Meteorological Department of the Board of Trade ซึ่งต่อมาคือ Met Office) โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลสภาพอากาศและลมจากพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งและมหาสมุทร เพื่อทำความเข้าใจสภาพอากาศและช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้การเดินเรือ

อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้น การพยากรณ์อากาศยังไม่ใช่เรื่องที่วงการวิทยาศาสตร์ยอมรับกันทั่วไปว่าทำได้จริงและน่าเชื่อถือ แต่ฟิตซ์รอย ยังคงเชื่อว่า หากมีข้อมูลจากหลายพื้นที่แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน เราอาจมองเห็นรูปแบบของสภาพอากาศที่กำลังเคลื่อนตัวได้

เนื่องจากทฤษฎีอุตุนิยมวิทยายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น การพยากรณ์ฝนและพายุจึงไม่ได้แม่นยำ 100% นั่นจึงทำให้เขาถูกโจมตีอย่างหนัก ว่าอุตุนิยมวิทยาของเขาเป็น “ศาสตร์ลวงโลก” หรือเป็นเพียงการคาดเดา และด้วยความที่ฟิตซ์รอยเป็นคนที่ทุ่มเทกับงานอย่างมาก ทำให้เขาต้องเผชิญกับแรงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง การถูกวิจารณ์ส่งผลกระทบต่อเขาอย่างหนัก โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิต เป็นเหตุให้ฟิตซ์รอยตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงในปี ค.ศ. 1865

บทบาทของฟิตซ์รอยกับการพยากรณ์ฝนและพายุ

  • การคิดค้นคำว่า “Weather Forecast” ก่อนยุคของฟิตซ์รอย คำว่า “พยากรณ์” ถูกมองว่าเป็นเรื่องของโหราศาสตร์ ฟิตซ์รอยจึงคิดค้นคำว่า “Forecast” ขึ้นมาใช้ในบริบทอุตุนิยมวิทยาอย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงการคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้าด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ฝน ลม หรือพายุ
  • การสร้างเครือข่ายโทรเลขเตือนฝนและพายุ ในปี ค.ศ. 1859 เกิดเหตุการณ์เรือเดินสมุทร Royal Charter อับปางจากพายุฝนและลมกระหน่ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 คน ฟิตซ์รอยจึงพัฒนาระบบเตือนภัยด้วยการตั้งสถานีวัดอากาศตามชายฝั่ง 15 แห่ง และใช้โทรเลข ส่งข้อมูลความกดอากาศ ทิศทางลม และปริมาณฝนกลับมายังลอนดอนเพื่อประมวลผลทันที ทำให้ฟิตซ์รอยสามารถรวบรวมข้อมูลเรื่องความกดอากาศ อุณหภูมิ ลม เมฆ ฝน และสภาพทะเลจากหลายพื้นที่ แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อประเมินความเสี่ยงจากพายุ
  • พัฒนาระบบสัญญาณเตือนพายุ การพยากรณ์อากาศเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยอะไร หากคนที่อยู่ในทะเลไม่สามารถรับรู้คำเตือนได้ เขาจึงพัฒนาระบบสัญญาณเตือนพายุขึ้น โดยใช้กรวยและกลองติดตั้งบนเสาตามชายฝั่ง เมื่อมีการคาดการณ์สภาพอากาศที่เป็นอันตราย สัญญาณเหล่านี้จะถูกยกขึ้นเพื่อให้เรือที่อยู่ในบริเวณนั้นสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล นับเป็นความพยายามยุคแรก ๆ ในการเปลี่ยนข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาให้กลายเป็นระบบเตือนภัยที่ผู้คนสามารถนำไปใช้ได้จริง
  • ตีพิมพ์ผลพยากรณ์อากาศลงหนังสือพิมพ์ วันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1861 ฟิตซ์รอยได้ตีพิมพ์ผลพยากรณ์อากาศประจำวันลงในหนังสือพิมพ์ The Times เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้คนทั่วไปและชาวเรือสามารถเตรียมตัวรับมือกับฝนตกหนัก พายุ หรือหมอกควันได้ล่วงหน้า
  • FitzRoy Storm Barometer (บารอมิเตอร์เตือนพายุ) เขาออกแบบและแจกจ่ายบารอมิเตอร์ปรอทแบบพิเศษให้กับชุมชนประมงตามชายฝั่ง เรียกว่า FitzRoy Storm Barometer โดยมีข้อความคำแนะนำบนตัวเครื่องอย่างชัดเจน เช่น หากความกดอากาศลดลงอย่างรวดเร็ว แปลว่ากำลังจะมีฝนตกหนักหรือพายุเข้า ให้เรือประมงงดออกจากฝั่ง
  • ชื่อ “FitzRoy” ถูกนำไปใช้เป็นชื่อพื้นที่ทะเลหนึ่ง ในแผนที่ Shipping Forecast ของอังกฤษในปี 2002 เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในฐานะผู้ก่อตั้ง Met Office และผู้ริเริ่มระบบเตือนพายุ

แม้ว่าผลงานของฟิตซ์รอยจะสามารถช่วยชีวิตผู้คนเอาไว้ได้มากมาย ทว่าการพยากรณ์ของเขาก็ไม่ได้ถูกต้องทุกครั้ง เนื่องจากวิธีการในยุคนั้นยังมีข้อจำกัด และเขาเองก็ได้รับเสียงวิจารณ์จากนักวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยอยู่ไม่น้อย แต่ความสำคัญของเขาไม่ได้อยู่ที่การทำนายถูกทุกครั้ง หากอยู่ที่การทำให้เกิดแนวคิดว่า สภาพอากาศสามารถรวบรวมเป็นข้อมูล วิเคราะห์ และนำไปใช้คาดการณ์ล่วงหน้าได้ ต่างหาก! หลังจากที่เขาเสียชีวิต เครือข่ายการพยากรณ์อากาศที่เขาตั้งขึ้นก็ได้รับการยอมรับและกลายมาเป็นรากฐานของระบบอุตุนิยมวิทยาทั่วโลกในปัจจุบัน

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ฟิตซ์รอยทิ้งเอาไว้ จึงไม่ใช่เพียงวิธีพยากรณ์อากาศในศตวรรษที่ 19 แต่คือแนวคิดที่กลายเป็นพื้นฐานของอุตุนิยมวิทยาสมัยใหม่ นั่นก็คือ การเก็บข้อมูลจากหลายพื้นที่ นำข้อมูลมาเชื่อมโยงกัน แล้วใช้ข้อมูลนั้นเพื่อเตือนมนุษย์ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ชื่อของ โรเบิร์ต ฟิตซ์รอย (Robert FitzRoy) จึงเป็นชื่อของชายที่พยายามเปลี่ยนสภาพอากาศที่มนุษย์เคยทำได้เพียงเฝ้าดู ให้กลายเป็นข้อมูลที่มนุษย์นำมาคาดการณ์ล่วงหน้าและใช้เตือนภัยได้ มาจนถึงปัจจุบัน