Home Work & Living โสดอย่างมีคุณภาพ เกษียณอย่างมีความสุข ต้องทำอย่างไร

    โสดอย่างมีคุณภาพ เกษียณอย่างมีความสุข ต้องทำอย่างไร

    ภาพจาก Pixabay

    “ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ” เรื่องนี้กลายเป็นหัวข้อที่เหล่านักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ และอีกหลายนัก ต่างพูดถึงกัน แต่คนที่อยู่ในวัยทำงานวันนี้และจะกลายเป็นสูงอายุในวันข้างหน้า วางแผนชีวิตกันไว้หรือยัง

    ยิ่งคนในปัจจุบันหวงความโสดกันนัก ใช้ชีวิตกันไปแบบลืมๆ อ่าวเกษียณเสียแล้ว หันมามองสมุดบัญชีอีกที เอ้า! เงินไม่พอค่าใช้จ่ายแน่ๆ จะหันไปพึ่งใครก็ไม่ได้ อย่าให้เหตุการณ์นั้นเกิดกับคุณ เราต้องรู้จักโสดให้เป็น และโสดแบบมีคุณภาพ ด้วยการวางแผน โสดวัยเกษียณ แบบ สวย-หล่อ และรวยมาก

    วางแผนออมเงิน

    รู้หรือไม่จากที่เคยคำนวณกันแบบคร่าวๆว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าหากคุณเกษียณอายุในวัย 60 ปีต้องมีเงินอย่างน้อย 5 ล้านบ้านถึงจะพอดูแลตัวเองให้ไม่ลำบากแต่ก็ไม่หรูหราอะไรมาก หากวันนี้ด้วยค่าเงินที่เฟ้อยิ่งกว่าเฟ้อ มีตัวเลขออกมาใหม่แล้วว่าคุณจะต้องมีเงินอย่างน้อย 8 ล้านบาทเพื่อให้พอใช้ในวัยเกษียณ  ถ้าเป็นเช่นนั้น เราท่านจะมานิ่งเฉย นั่งมองวันเวลา ผ่านไปวันๆไม่ได้แล้ว มาวางแผนเกษียณกันดีกว่าแม้ว่าวันนี้จะมองว่าอีกนานกว่าเราจะเกษียณก็ตาม

    ถ้าคุณเป็นพนักงานประจำหวังจะทำงานจนเกษียณ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้จักออมเงิน โดยคำนวณจากช่วงอายุ เมื่ออายุน้อยๆ ระดับ 20 ปีขึ้นไปก็ควรจะหักไว้ 10 เปอร์เซนต์ของเงินเดือน ถ้าเริ่มออมตอนอายุ 30 ก็ต้องเพิ่มเป็น 20 เปอร์เซนต์จากเงินเดือน แต่ถ้าคิดวางแผนช้าไปหน่อย อยากจะบอกว่าคุณต้องยอมอดใจไม่กินกาแฟหรูไปเลย เพราะจะต้องออมอย่างน้อย 30 – 40 เปอร์เซนต์จากเงินเดือน ซึ่งเงินออมนี้คุณจะมีอย่างน้อยๆ ก็ประมาณ 2 ล้านบาท

    เงินตรงนี้ถ้าฝากธนาคารในประเภทฝากประจำก็จะมีดอกเบี้ยงอกเงยมาบ้างแต่ก็จิ๊บจ๊อยเต็มที หลายคนจึงเอาไปลงทุนในกองทุนรวม หรือ LTF RMF ทั้งหลายเพราะได้ผลตอบแทนที่ดีและยังเอามาหักภาษีได้ด้วย หรือบางคนใจถึงๆหน่อยก็เอาไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ถึงบรรทัดนี้ก็ต้องบอกก่อนว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”

    เงินก้อนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    นอกเหนือจากนี้ ถ้าคุณทำงานในบริษัทเอกชนที่มีหักเงินเพื่อ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”ที่หลายคนชอบบ่นว่า เดือนๆหนึ่งหักอะไรกันหนักหนา เก็บเงินเองก็ได้ ถ้าคิดเช่นนั้นขอให้คุณคิดเสียใหม่ เพราะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือ เงินที่ลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจเพื่อให้ลูกจ้างได้มีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ เงินที่ลูกจ้างจ่ายเรียกว่า “เงินสะสม” ส่วนเงินที่นายจ้างจ่ายเรียกว่า “เงินสมทบ”

    โดยนายจ้างจะจ่ายสมทบในจำนวนเท่ากันหรือมากกว่าที่ลูกจ้างจ่ายสะสมเสมอ คุณก็จะได้เงินก้อนหลังการลาออก ซึ่งก็จะเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับพนักงานที่ทำงานชนิดติดต่อกันเป็นสิบปี ในฐานะลูกจ้างหลายคนไม่ค่อยอยากให้หัก แต่แท้จริงแล้วเป็นการบังคับให้คุณได้หักเงินเพื่อสะสมทางอ้อม และคุณจะเห็นผลของการสะสมนั้นเมื่อลาออกจากงานและได้เงินก้อน ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้รัฐบาลเตรียมใช้แผนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับให้เกิดขึ้นกับลูกจ้างทุกราย ทั้งนี้ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง

    ประกันสังคม เครื่องมือชิ้นสำคัญในการรองรับวัยเกษียณ

    ประกันสังคมสำคัญมากสำหรับคนวัยเกษียณที่ไม่ได้มีเงินฝากระดับ 10 ล้าน เพราะประกันสังคมจะมีเงินบำนาญ หรือเงินบำเหน็จ (เป็นเงินก้อน) ให้กับลูกจ้างที่เกษียณอายุในวัย 55 ขึ้นไป ขณะเดียวกัน ประกันสังคมยังเป็นทางออกสำคัญหากคุณต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในกรณีที่คุณต้องเข้ารับการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ประกันสังคมคือทางเลือกที่ดีที่จะทำให้คุณไม่ต้องไปแตะต้องเงินสดที่มีอยู่ และเมื่อถึงเวลานั้นคุณจะรู้สึกดีใจที่ได้จ่ายเงินประกันสังคมมาโดยตลอด

    วางแผนดูแลสุขภาพ

    หลายคนเมื่อพูดถึงวัยเกษียณ มักจะคิดถึงค่าใช้จ่ายในการเดินเข้าออกโรงพยาบาล ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าสามารถรักษาร่างกายให้แข็งแรง หรือหมั่นตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี ก็นับเป็นการป้องกันให้ห่างไกลจากโรงพยาบาลได้ทางหนึ่ง แม้ว่าจะอยู่ในวัยเกษียณ แต่ถ้าคุณกลายเป็นคนมีโรคประจำตัวก่อนวัยเกษียณ สิ่งสำคัญคือการจัดการค่าใช้จ่ายซึ่งเงินจำนวนนี้ต้องถูกแยกออกจากเงินออมอย่างเด็ดขาด ซึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดคือการทำประกับสุขภาพไว้แต่เนิ่นๆ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการจ่ายเงินทิ้ง ไปทุกปี แต่ในความเป็นจริงแล้วหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ประกันสุขภาพที่คุณวางไว้ จะช่วยลดภาระตรงนี้ได้เยอะทีเดียว

    รีเวิร์ส มอร์ทเกจ ทางออกสำหรับคนโสดวัยเกษียณที่ไม่มีเงินออม

    สำหรับคนทำงานที่มีบ้านเป็นของตนเองและเป็นคนโสด พอเกษียณอายุแล้วมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อน เพื่อการรักษาสุขภาพ เพื่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม หรือเป็นคนโสดวัยเกษียณที่ไม่มีเงินออม

    ขอแนะนำ ริเวิร์ส มอร์ทเกจโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ถือเป็นโครงการสินเชื่อเบิกกลับที่เปิดให้ผู้สูงอายุที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 85 ปี สามารถนำบ้านที่ผ่อนชำระหมดแล้วกลับมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อใหม่ได้ แต่จะได้เงินเป็นรายเดือน คิดดอกเบี้ยที่ 5-6% กรณีที่เป็นบ้านในโครงการจัดสรรให้กู้ 70% ของราคาหลักประกัน ซึ่งโครงการนี้จะช่วยให้คนโสดที่อยู่ในวัยเกษียณ แต่ยังพอมีบ้าน หรือคอนโด มีโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีไม่ต้องพึ่งพาแต่เงินจากประกันสังคมอย่างเดียว