
ปี 2017 ถือเป็นปีแห่งการย้อนอดีตของวงการเทนนิสชายเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะสำหรับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ในวัย 36 ปี ที่คืนฟอร์มแกร่งในปีนี้ ผงาดคว้าแชมป์ที่ 7 ของปีในรายการ สวิส อินดอร์สที่เมืองบาเซิล นับว่าเป็นสถิติการคว้าแชมป์ที่ดีที่สุดของ “เฟดเอ็กซ์” ตั้งแต่ปี 2007 ที่ เขากวาดแชมป์ไปถึง 8 รายการด้วยกัน
โดยในปี 2017 นอกจากที่บาเซิลแล้ว เฟเดอเรอร์สามารถคว้าแชมป์ที่ไมอามี, อินเดียนเวลส์, ฮัลเล่, เซี่ยงไฮ้ รวมถึงแชมป์ระดับแกรนด์สแลมอย่าง ออสเตรเลียน โอเพ่นทีเขาปราบมือหนึ่งคนปัจจุบันอย่างราฟาเอล นาดาลใน 5 เซต และวิมเบิลดันด้วยการไล่ต้อนเอาชนะ มาริน ซิลิชไป 6-3, 6-1, 6-4 ทำสถิติครองแชมป์วิมเบิลดันมากที่สุดในฝ่ายชายที่ 8 สมัย แม้ในยุคนี้จะมีนักเทนนิสมือเยี่ยมอย่าง โนวัค โยโควิช, แอนดี้ เมอร์รีย์, สแตน วาวรินก้า และราฟาเอล นาดาล วนเวียนอยู่ในทัวร์ก็ตาม
การคว้าชัยที่บ้านเกิดเป็นครั้งที่ 8 ของเขานั้น ถือเป็นแชมป์รายการที่ 95 ตลอด 19 ปีตั้งแต่ “เฟดเอ็กซ์” เริ่มเล่นเทนนิสอาชีพ จนทำสถิติแซงหน้าอีวาน เลนเดิล นักหวดชาวเช็ก และตามหลัง จิมมี่ คอนเนอร์ส ที่คว้าแชมป์ไป 109 รายการเพียงคนเดียวเท่านั้น
โดยหลังจบการแข่งขัน เฟเดอเรอร์ที่สามารถพลิกกลับมาเอาชนะ ฮวน มาร์ติน เดล โปโตร ด้วยสกอร์ 6-7(5), 6-4, 6-3 ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “แฟนๆ คงสนุกกับการแข่งขันนัดนี้ แต่น่าเสียดายที่เทนนิสจะต้องมีผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าเราทั้งสองคนน่าจะแฮปปี้กับผลงานในสัปดาห์นี้”

อีกหนึ่งสถิติที่ทำให้เฟเดอเรอร์ได้รับการขนานนามว่าเป็นที่สุดแห่งวงการเทนนิส ก็คือสถิติการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมมากที่สุดถึง 19 รายการ ซึ่งประกอบไปด้วยแชมป์วิมเบิลดัน 8 สมัย (ปี 2003 ถึง 2007, 2009, 2012 และ 2017) , ออสเตรเลียน โอเพ่น (ปี 2004, 2006, 2007, 2010 และ 2017) และ ยูเอส โอเพ่น (ปี 2004 ถึง 2008) อย่างละ 5 สมัย และแชมป์เฟร้นช์ โอเพ่นหนึ่งสมัยเมื่อปี 2009 ซึ่งทำให้เฟเดอเรอร์เป็นเพียง 1 ใน 8 นักเทนนิสชาย ที่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการ
แม้ว่าจะเพิ่งประกาศถอนตัวในทัวร์นาเม้นต์ที่ปารีส แต่ปี 2017 ของเฟเดอเรอร์ก็ยังไม่จบลง เพราะเขายังเหลือโปรแกรมลงแข่งในรายการใหญ่ส่งท้ายปีอย่าง “นิตโต้ เอทีพี ไฟน่อลส์” ที่กรุงลอนดอน ซึ่งจะเปิดโอกาส ให้เฟดได้แย่งตำแหน่งมือหนึ่งกลับคืนจากนาดาลอีกครั้ง เหมือนที่ทั้งสองเคยขับเคี่ยวกันเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ซึ่งหากเฟดทำได้ ก็จะเป็นการกลับสู่ตำแหน่งมือหนึ่งของโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี และปิดฉากปี 2017 ของเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 19 สมัยอย่างงดงาม

































