Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ The Husband ใบหย่าที่สามีขอต้องรอไปก่อน เพราะภรรยาโดนลักพาตัว!

The Husband ใบหย่าที่สามีขอต้องรอไปก่อน เพราะภรรยาโดนลักพาตัว!

ภาพจาก FB: KBS 드라마

ช่วง 2-3 เดือนมานี้ คอนเทนต์ซีรีส์เกาหลีที่ฉายในคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ คือ topic เด่นที่ชาวเน็ตคอซีรีส์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ต้องบอกว่าถ้าไปไถฟีดเฟซบุ๊กดูตามแฟนเพจซีรีส์และกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับซีรีส์ทั้งหลายแหล่ มักจะเห็นการพูดคุยกันของซีรีส์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในไทยตอนนี้ไม่กี่เรื่องหรอก ซึ่งช่วงนี้ก็มักจะเป็นซีรีส์ในคืนวันศุกร์-อาทิตย์เป็นหลักด้วย ถึงขนาดที่บางคนบ่นอุบว่าซีรีส์สนุก ๆ มากระจุกอยู่แค่ 3 วันนี้ ทำให้คืนวันจันทร์-พฤหัสบดี ชีวิตเงียบเหงาเหมือนคนกำลังเศร้าด้วยอาการอกหักเพราะไม่มีซีรีส์จะดู และจากการไถฟีด ก็ทำให้เราเจอเข้ากับซีรีสืเรื่องใหม่ที่ฉายในคืนวันเสาร์-อาทิตย์ ซีรีส์ที่มาพร้อมกับพล็อตที่จงใจทิ้งปริศนาไว้ในใจคนดูว่าเรื่องมันจะดำเนินไปยังไงในช่วง 12 ตอนจบ เมื่อ “ภรรยาหายตัวไปหลังจากสามีขอหย่า และเขาคือผู้ต้องสงสัย!”

The Husband ซีรีส์เรื่องใหม่จากแอปฯ Disney+ มีชื่อไทยที่ชวนระทึกขวัญเบา ๆ ว่า คืนล่าก่อนหย่า เป็นซีรีส์แนวทริลเลอร์ อาชญากรรม สืบสวน ผสมดราม่าจิตวิทยา เล่าเรื่องราวของสองสามีภรรยาที่ในอดีตเคยรักกันหวานชื่น สามีเป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทฝีมือฉกาจ ที่ปัจจุบันนั่งตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลพ่วงด้วย ซึ่งโรงพยาบาลนี้เป็นกิจการของครอบครัวภรรยา โดยเธอดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของโรงพยาบาล นั่นทำให้บทบาทของทั้งคู่เป็นทั้งสามีภรรยากันและผู้บริหารที่ตำแหน่งไม่เท่ากัน เขาเหมือนลูกน้องของภรรยากลาย ๆ ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไป ปัจจัยการดำเนินชีวิตเหล่านี้จึงค่อย ๆ ทำให้ชีวิตรักของพวกเขาขมขื่น ความสัมพันธ์เริ่มเย็นชา เปราะบาง ขัดแย้ง รอยแยกที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สามีเอ่ยปากขอหย่า และภรรยาก็ปฏิเสธที่จะหย่า

ภาพจาก FB: KBS 드라마

ที่สามีต้องการจะหย่าให้จบ ๆ ก็เพราะรู้สึกว่าไม่ว่าเขาจะพยายามแก้ไขความสัมพันธ์ที่แตกร้าวนี่เท่าไรก็ไม่ถูกใจภรรยาเลย เขาเหมือนคนที่ต้องเดาใจเธออยู่ตลอด แล้วก็ทำผิดพลาดซ้ำ ๆ ในสายตาเธอ ทั้งที่เขาก็เลือกหนทางที่ดีและประนีประนอมที่สุดแล้วในสถานการณ์นั้น เขาเหนื่อยจนไม่อยากที่จะพยายามอีกต่อไป ในขณะเดียวกัน ภรรยาที่โดนขอหย่าก็ปฏิเสธที่จะหย่าอย่างเด็ดขาด เมื่อเขาถามว่าทำไม คำตอบไม่ใช่ว่าเธอยังรักเขา หรือยังมีหวังที่ความสัมพันธ์มันจะดีขึ้น แต่เป็นเพราะเธอไม่ต้องการให้เขาสมหวังในสิ่งที่เขาต้องการต่างหาก อีกทั้งเธอยังยอกย้อนเขาอีกว่า เขาคงจะสมหวังแน่ ๆ ถ้าไม่ใครก็ใครตายจากไปสักคน!

และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่อง เมื่อจู่ ๆ ในคืนหนึ่งที่สามีเมามายกลับบ้านจนต้องพึ่งบริการคนขับรถ ภรรยากลับหายตัวไปจากบ้านอย่างปริศนา เช้าวันรุ่งขึ้น มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาหาเขาเพื่อบอกว่าภรรยาของเขาถูกลักพาตัว ซึ่งคนที่โทรเข้ามานั่นแหละคือคนร้าย พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวเมื่อคืนให้ฟังว่าการลักพาตัวครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะใคร จากนั้นก็มีการเรียกค่าไถ่ที่มูลค่าชีวิตของภรรยาสูงขึ้นทุกครั้งที่มีการต่อรอง จนเขาไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้เพียงลำพังจากมูลค่าเงินค่าไถ่ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงหันหน้าไปสารภาพกับพ่อตาและแม่ยาย อย่างไรก็ตาม เรื่องยิ่งวุ่นวายขึ้นไปอีก เมื่อครอบครัวของภรรยาดึงตำรวจเข้ามาในสมการ

ภาพจาก FB: KBS 드라마

การที่ตำรวจเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นคดีความขึ้นมา และหลังจากนั้นไม่นาน เรื่องก็เริ่มแดงว่าภรรยาหายตัวไปหลังจากที่มีการพูดเรื่องหย่าร้างขึ้นมา ซึ่งการที่ภรรยายืนกรานไม่ยอมหย่า คือชนวนเหตุให้เขาต้องจัดการกับเธอ นั่นทำให้เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่งทันทีว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการลักพาตัวครั้งนี้ นี่จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากคุณหมออัจฉริยะผู้รักษาชีวิตคนมาเป็นผู้ต้องสงสัยจ้างวานฆ่าเมียตัวเอง ต้องหลบหนีการไล่ล่าของตำรวจ ไปพร้อม ๆ กับการออกตามหาภรรยาที่เขาตั้งใจจะลาจาก และเสี่ยงชีวิตไล่ล่าความจริงในการแกะรอยอาชญากรรมครั้งนี้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด

นายมีอะไรต้องเสียล่ะ นี่มันก็จุดต่ำสุดแล้วนะ

ภาพจาก FB: KBS 드라마

ในฐานะผู้ชายทั่วไปคนหนึ่งที่มักจะมีสัญชาตญาณของความเป็นผู้นำและความเข้มแข็งโดยธรรมชาติ นี่คงเป็นคำถามที่จี้ใจดำที่สุดที่เขาน่าจะเคยได้ยินจากปากเพื่อนคนสนิทที่รู้จักเขามานานเลยล่ะมั้ง มันเหมือนเป็นคำยืนยันกลาย ๆ จากคนนอกที่เห็นความเป็นไปในชีวิตของเขามาโดยตลอด ว่าเขากำลังล้มเหลว และมันกำลังดิ่งเหวถึงจุดต่ำสุดด้วย ในที่นี้ก็คือเรื่องชีวิตคู่ที่อาจจะกำลังลามมาถึงเรื่องงานนั่นเอง (หรือเรื่องงานลามไปถึงชีวิตคู่หว่า?) เพราะสำหรับเขา มีเรื่องที่น่าอึดอัดใจเรื่องหนึ่งที่เขาน่าจะเก็บไว้ในใจมานานแล้ว นั่นก็คือชีวิตที่ “มีพ่อตาเป็นเจ้านาย และมีเมียเป็นเจ้านาย” แบบที่เพื่อนเขาบอก

ภาพจาก FB: KBS 드라마

ซีรีส์ที่เพิ่งฉายได้แค่ 2 ตอน ยังบอกอะไรมากไม่ได้หรอกว่าตลอดหลายปีที่แต่งงานกันมาและใช้ชีวิตในฐานะสามีภรรยา มันเกิดอะไรขึ้นบ้างในความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ เพราะเปิดเรื่องมาคู่นี้ดูจะรักกันหวานชื่นสุด ๆ แถมฉากแฟลชแบ็กที่เล่าอดีตสมัยตามจีบกันก็น่ารักมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงานที่มันเกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ส่วนตัว การทำหน้าที่หมอของเขานับวันดูจะสร้างเงื่อนไขให้กับชีวิตคู่อยู่เรื่อย ๆ การที่เขาเลือกที่จะรักษาคนไข้ตามลำดับก่อนหลังตามความฉุกเฉินที่เขาเห็นว่าสมควร กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ของฝ่ายบริหารที่เธอนั่งเก้าอี้อยู่ ซึ่งนี่เป็นฉากตอนต้นของซีรีส์ที่ค่อนข้างจะอึดอัดมากเลยล่ะ

ภาพจาก FB: KBS 드라마

ในฐานะหมอ เขาทำถูกแล้วที่เลือกผ่าตัดให้กับคนไข้ที่ด่วนกว่าก่อน คนไข้ฉุกเฉินที่ปรากฏตัวกะทันหัน ซึ่งถ้าไม่รีบผ่าตัดทันที คนไข้คนนั้นมีโอกาสกลายเป็นคนพิการถาวร นั่นเป็นเรื่องที่หมอที่ยึดถือในจรรยาบรรณสูงไม่อาจยอมรับได้ ในเมื่อเขามีโอกาสที่จะช่วยเหลือคนไข้คนนี้ให้รอดจากการความพิการได้ แต่…ในเมื่อเขาก็นั่งอยู่ในบอร์ดบริหารด้วยในฐานะลูกเขยและสามีของครอบครัวที่ทำกิจการโรงพยาบาล มันก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะถูกคาดหวังให้รักษาผลประโยชน์ของโรงพยาบาลอย่างถึงที่สุด คนไข้ VIP ผู้มีคุณูปการต่อโรงพยาบาลมานาน โรงพยาบาลจำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะสุดท้ายแล้ว โรงพยาบาลเอกชนคือสถานประกอบการประเภทธุรกิจที่ต้องการผลกำไร ไม่ใช่องค์กรการกุศลที่เน้นให้บริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์

ภาพจาก FB: KBS 드라마

ตอนต้นของซีรีส์ในอีพีแรกดูเหมือนจะพยายามเล่าในประเด็นนี้ค่อนข้างหนักเลยล่ะ เมื่ออะไร ๆ มันอินุงตุงนังไปหมด เขาถึงกับหลบเข้าถ้ำไปนั่งคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียว กระทั่งเพื่อนตามมาเจอ จึงเกิดฉากการปรึกษาปัญหาระหว่างสองหนุ่มขึ้น เพื่อนมองว่าเขาควรจะต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่ชีวิตคู่ของเขาจะพังทลายลงจริง ๆ ซึ่งเพื่อนก็เชียร์ให้เขาเปิดอกคุยกัน (กับภรรยา) อย่างจริง ๆ จัง ๆ พูดความจริงต่อกันอย่างจริงใจ อย่างไรก็ดี เขารู้ดีว่ายิ่งพูดมันอาจจะยิ่งแย่ลง และนั่นอาจจะนำพาเขาไปสู่จุดที่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดที่เพื่อนพูดถึงอีกก็เป็นได้

คุณจะซ่อมมันเหรอ อะไรที่พังแล้วก็พังเลยนะ คุณอาจจะติดกาวได้ แต่รอยร้าวก็ยังอยู่ 

ถ้ามองในมุมคนนอกแบบนอกวงโคจรเลย ชีวิตคู่ของสองคนนี้ก็ดูเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ นะ แต่ลองสังเกตดูว่าคนในวงใน แบบพวกหมอคนอื่น ๆ ในโรงพยาบาลหรือพยาบาล ดูเหมือนจะเห็นตรงกันว่าช่องว่างระหว่างสามีภรรยาคู่นี้มีกำแพงน้ำแข็งกั้นอยู่ ความบึ้งตึงและเฉยเมยใส่กันระหว่างพวกเขา ดูยังไงมันก็ไม่ใช่การทะเลาะกันธรรมดา ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าตั้งแต่แต่งงานกันมา และใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกันในฐานะของเจ้าของโรงพยาบาลกับหมอคนหนึ่ง และหมอที่เลื่อนขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจากสถานะลูกเขยและสามี มันเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ ที่ทั้งคู่ค่อย ๆ สะสมขึ้น และมีเหตุการณ์บางอย่างที่กลายเป็นจุดแตกหัก

ภาพจาก FB: KBS 드라마

คำนิยามของสามีภรรยาคู่นี้คือ ความสวยหรูดูดีที่ข้างในพังพินาศ! ความร้าวฉานหลังบ้านที่รอวันแตกหักอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้ถ่ายทอดให้เราเห็นอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด คือภาพที่กล้องจับไปที่กรอบสี่เหลี่ยมสีขาว มันเป็นเหมือนปูนปลาสเตอร์ที่ทำขึ้นเพื่อเลียนแบบลักษณะของภูเขา และมีตะขอคาราบิเนอร์สองห่วงเกี่ยวคล้องกัน ปักหมุดไว้บนแผ่นปูนสีขาว ไม่ต้องเดาอะไรมากมายก็รู้ว่ามันคือของที่ระลึกจากการปีนเขา กิจกรรมที่พวกเขามักจะทำด้วยกันในวัยหนุ่มสาว ในฉากเปิดเรื่องในวินาทีแรก และเมื่อเขากำลังพยายามที่จะชวนภรรยาคุยอย่างจริงจังตามที่เพื่อนแนะนำ พยายามเอาอกเอาใจทุกอย่างที่เขาอาจจะเคยละเลยไปในช่วงที่ผ่านมา การมีปากเสียงกันของพวกเขาก็ทำให้แผ่นปูนนี่หล่นแตกกระจาย

ภาพจาก FB: KBS 드라마

หลังจากนั้น เธอก็ทำสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาหมดความอดทน จากที่ตั้งใจจะชวนคุยดี ๆ กลยเป็นตัดสินใจขอหย่าทันทีโดยไม่ชั่งใจอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอเก็บตะขอนั่นโยนทิ้งถังขยะ! ซึ่งเราจะเห็นความน่าสนใจของคู่นี้ก็คือ ฝ่ายสามีไม่ได้อยากจะหย่าเพราะหมดรัก แต่อยากหย่าเพราะหมดแรงที่จะรั้งให้ความสัมพันธ์นี้มันไปต่อ เขาพยายามประคับประคองทุกอย่าง ทว่ามันกลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย หรือบางทีมันอาจจะเหมือนกับที่ภรรยาของเขาบอก ว่าความสัมพันธ์ที่เขาพยายามจะติดกาว สุดท้ายแล้วมันก็ยังเหลือรอยร้าว ถึงอย่างนั้นก็อย่างที่เห็น เขาเลิกที่จะประคองรอยร้าวเมื่อมันแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี จุดนั้นทำให้เขายอมรับได้ว่าความสัมพันธ์นี้ไม่มีวันเหมือนเดิม

ภาพจาก FB: KBS 드라마

จากความรักอันบริสุทธิ์ในวัยหนุ่มสาวจนตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เหตุใดคนสองคนที่เคยรักกันมากถึงเลือกเดินมาถึงจุดจบ และจากจุดเริ่มต้นที่ปัญหาชีวิตคู่ ก็ดันขยับเลเวลไปสู่คดีลักพาตัวที่เต็มไปด้วยความลับ ที่ดูจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังว่าการหายตัวไปของเธอมีปริศนาบางอย่างที่มากกว่าเรื่องความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา ไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีความคลุมเครือที่ดูเหมือนจะยังตัดกันไม่ขาด สอดแทรกด้วยความรู้สึกผิดระหว่างกันที่ต่างฝ่ายต่างไม่พูด สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ชายที่เคยขอหย่าภรรยาเมื่อไม่กี่วันก่อน คือคนที่ยอมเดิมพันทุกอย่างเพื่อไขปริศนานี้ และช่วยเหลือหญิงที่เขาตั้งใจจะเลิกรานั่นเอง

ภาพจาก FB: KBS 드라마

ต้องบอกว่าซีรีส์ The Husband เป็นซีรีส์อีกเรื่องที่เดินเรื่องได้น่าอึดอัดผสมกับความขนลุกอย่างที่สุด ใครจะไปคิดว่าแค่ปัญหาธรรมดา ๆ ในครอบครัวระหว่างสามีภรรยา จะลุกลามกลายเป็นคดีลักพาตัว เรียกค่าไถ่ และจ้างวานฆ่าไปซะได้ ประเด็นที่จะบอกก็คือไม่ใช่ว่ามันไม่สมเหตุสมผลที่จะเกิดคดีแบบนี้ขึ้นมาในวันที่ความรักของคนสองคนหมดไปหรอกนะ ชีวิตจริงก็มีกรณีแบบนี้ให้เห็นบ่อย แต่ซีรีส์เรื่องนี้กำลังนำเสนอว่ามันยังมีเบื้องหลังบางอย่างซ่อนอยู่ และอาจไม่ใช่แค่ประเด็นที่ผัวเมียบึ้งตึงใส่กันด้วย น่าจะมีใครสักคนที่ใช้ประโยชน์ในช่วงชุลมุน ยื่นมือเข้ามาร่วมเล่นเกมโดยไม่เปิดเผยตัว ไม่ให้มือตัวเองเปื้อนเลือดมากกว่า เพราะคนร้ายก็ไม่ใช่แค่คนหิวเงินธรรมดา มันมีความโรคจิต และเดินเกมอย่างซับซ้อน ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่แค่ผัวจ้างวานลักพาตัวและจะฆ่าเมียหรอก

ภาพจาก FB: KBS 드라마

แต่ซีรีส์มันเพิ่งมาแค่ 2 ตอนไง แล้วก็โยนมาแค่ปม ยังไม่มีคำใบ้อะไรให้คนดูเอาไปจับทางได้คาดเดาได้เลยสักอย่าง คืนนี้ปล่อยสตรีมตอนที่ 3 เชื่อว่าก็น่าจะมีอะไรที่พอจะเป็นคำใบ้ในเกมลักพาตัวนี้ให้คนดูพอจะจับจุดได้บ้างล่ะนะว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับเรื่องใดได้บ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็แอบหวังว่า The Husband จะไม่หักมุมแบบฆ่าคนดูให้ตายเหมือน Mouse นะ ที่ว่าคนที่ไว้ใจ สุดท้ายร้ายที่สุดน่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่คาดว่าที่มาที่ไปของการลักพาตัว มันน่าจะคล้าย ๆ กับเรื่อง When the Phone Rings มากกว่า💰