กว่าจะเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงเคี่ยวเข็นให้ “นั่งหลังตรง” ให้เป็นนิสัยตั้งแต่เด็ก ก็อาจต่อเมื่อร่างกายเกิดอาการเจ็บปวดเรื้อรังจนต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์
อาจารย์ ดร.กภ. สิริกาญจน์ สมประสงค์ อาจารย์ประจำคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงข้อดีของการฝึก “นั่งหลังตรง” ว่า เป็นการดูแลตัวเองอย่างยั่งยืน เนื่องจากเป็น “การทรงท่า” ที่นอกจากจะช่วยลดเสี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรมสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทำงานแล้ว หากได้ทำจนเป็นนิสัย อาจลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง เอว และคอ

นอกจากนี้ การทรงท่าที่ไม่ดีอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการทำงานของ “ข้อต่อขากรรไกร” ซึ่งหากมีโรคร่วมอาจจำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากการทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การนั่ง “ไหล่ห่อ-คางยื่น” ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เนื่องจากมีรายงานวิจัยพบว่า การนั่งโดยยื่นศีรษะไปข้างหน้าเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนท่า จะส่งผลให้เกิด “แรงกด” ต่อ “ข้อต่อและหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอ” อีกทั้งยังทำให้กล้ามเนื้อคอ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังข้อต่อขากรรไกรทำให้ยากต่อการเคลื่อนไหว จนอาจเกิดอาการ “ปวดข้อต่อขากรรไกร ปวดคอ หรือร้าวลงแขน” โดยนับวันยิ่งมีอุบัติการณ์เพิ่มมากขึ้นไม่เพียงเฉพาะในผู้ใหญ่
อาจารย์ ดร.กภ. สิริกาญจน์ สมประสงค์ กล่าวต่อไปว่า ก่อนเข้ารับการทำกายภาพบำบัด จำเป็นต้องพิจารณาถึง “โรคร่วม” ซึ่งหากมีปัญหาจาก “การสบฟัน” อาจจำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาจากทันตแพทย์ หากมีอาการ “ปวดหน้ากกหู” อาจจำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทางโรคหู หรือหากเกิดจาก “ความเครียด” จนทำให้เกิดอาการเกร็งจน “กัดฟันเวลานอน” อาจจำเป็นต้องพบจิตแพทย์ร่วมด้วย ฯลฯ
การปรับสมดุลเพื่อลดอาการเจ็บปวดของข้อต่อขากรรไกรด้วยตัวเอง เริ่มต้นได้ด้วยการหมั่นฝึก “หย่อนขากรรไกร” โดยวางลิ้นให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ดังภาพที่ 1 ด้านขวา “ลิ้นแตะเพดาน” เพื่อไม่ให้ขบฟัน และช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
นอกจากนี้ ยังควรฝึกการเคลื่อนไหวของลิ้นและข้อต่อขากรรไกร เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อต่อขากรรไกร และลิ้นผ่อนคลาย โดยใช้ลิ้นแตะที่ด้านหลังฟัน จุดสีแดงในภาพ 2 แล้วลากปลายลิ้นกลับไปทางด้านหลัง ตามทิศทางของลูกศร
หลังจากนั้นฝึกการเคลื่อนไหวของข้อต่อขากรรไกร โดยให้วางลิ้นไว้ที่ตำแหน่งเดิมแล้วฝึกการอ้าปากเท่าที่ไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด หรือมีเสียงดัง ดังภาพที่ 3 วันละ 3 รอบ รอบละ 10-15 ครั้ง หรือเท่าที่จะทำได้ตามความรุนแรงของอาการ พักได้เมื่อปวด จนสามารถอ้าปากได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 เซนติเมตร หรือ 40 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นความกว้างที่เพียงพอต่อการรับประทานอาหารได้โดยสะดวกด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ หากเกิดอุบัติเหตุจนกระทั่งบริเวณข้อต่อขากรรไกรเกิดอาการอักเสบบวมแดง ควร “ประคบเย็น” ด้วยเจลห่อผ้านาน 15 นาที ร่วมกับวิธีการอื่น ๆ เช่น การใช้อัลตราซาวด์และนวดกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถเข้ารับบริการได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งที่ศาลายา และปิ่นเกล้า ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.pt.mahidol.ac.th
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้คนไทยได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดี สู่สุขภาวะองค์รวม (Holistic Well-being) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากมหาวิทยาลัยมหิดล “มหาวิทยาลัยผู้นำสุขภาวะ เพื่อประชาชน” สืบไป
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ https://mahidol.ac.th






























