Home Work & Living Living ชวนรู้จักแอปพลิเคชัน Cyber Check ป้องกันภัยมิจฉาชีพด้วย 7 ฟังก์ชัน

ชวนรู้จักแอปพลิเคชัน Cyber Check ป้องกันภัยมิจฉาชีพด้วย 7 ฟังก์ชัน

ในยุคที่มิจฉาชีพมีอยู่เกลื่อนไปทั่วทุกหนทุกแห่งทั้งโลกออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะในออนไลน์ ที่ในแต่ละวันนั้น เรามีโอกาสไถแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ แล้วเจอเข้ากับโพสต์หลอกลวงของมิจฉาชีพ ง่ายซะยิ่งกว่าการเจอโพสต์ของหนุ่มหรือสาวที่เราแอบชอบด้วยซ้ำไป บางโพสต์ เลื่อนดูผ่าน ๆ ก็ชวนหัวดี ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ แต่บางโพสต์ ดูผ่าน ๆ ก็แทบจะดูไม่ออกว่าของจริงหรือของปลอม หนำซ้ำ บางเพจยังมีเครื่องหมายยืนยันตัวตน Blue Checkmark ชวนสับสนไปกันใหญ่ว่าเพจจริงไหม หรือเพจปลอม แต่มันมีติ๊กถูกสีฟ้านะ ของจริงแหละ เอ๊ะ! หรือปลอมนะ

ถ้าโลกทุกวันนี้มันอยู่ยาก แยกแยะแก๊งมิจฉาชีพออกจากคนทั่วไปก็ยากตาม เพราะมิจฉาชีพอยู่ใกล้ตัวเรามากเกินไป ทั้งยังพัฒนากลลวงต่าง ๆ ให้แนบเนียนแยบยลมากขึ้นอีก การหาตัวช่วยดี ๆ มาช่วยกันเราให้ออกห่างจากมิจฉาชีพมากขึ้น และลดโอกาสที่เราจะตกเป็นเหยื่อแก๊งพวกนี้จนต้องเกิดการสูญเสีย จึงเป็นอะไรที่น่าลอง ซึ่งวันนี้ Tonkit360 จะมาแนะนำแอปฯ Cyber Check ซึ่งเป็นแอปฯ ที่ช่วยคัดกรองเบอร์โทรศัพท์ของมิจฉาชีพ รวมถึงยังมีฟังก์ชันสำหรับตรวจสอบเลขบัญชีก่อนโอนเงิน และตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ว่าเป็นบัญชีจริงหรือปลอม

Cyber Check ผลงานของตำรวจไซเบอร์ไทย

แอปฯ Cyber Check ไม่ใช่แอปฯ ที่เปิดตัวใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2023 แล้ว เพียงแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก โดย Cyber Check เป็นแอปฯ หน่วยงานรัฐ ผลงานของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ของไทย สร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการป้องกันประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพจากการโทรศัพท์, แนบลิงก์ปลอมใน SMS หรือการใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยมีฟังก์ชันที่ช่วยตรวจสอบมากถึง 7 ฟังก์ชัน คือเช็กเบอร์โทร, เช็กเลขบัญชี, เช็กข้อความ SMS, เช็กบัญชี LINE, เช็กแอ็กเคานต์ Facebook, เช็กแอ็กเคานต์ TikTok และเช็กเว็บไซต์ เพื่อแสดงความเสี่ยงและความปลอดภัย

ข้อมูลความเสี่ยง จะแสดงเมื่อมีสายเรียกเข้าโทรมาหาเรา และเมื่อเรานำข้อมูลไปตรวจสอบ โดยจะแสดงผลตามฐานข้อมูลที่มี แบ่งเป็น 3 สี

  • สีเขียว ปลอดภัย
  • สีเหลือง มีประวัติการแจ้งเบาะแส
  • สีแดง มีประวัติการแจ้งความดำเนินคดี

1. ฟังก์ชันเช็กเบอร์โทร

เป็นฟังก์ชันสำหรับเช็กเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามา ซึ่งเป็นช่องทางหลักของมิจฉาชีพที่ใช้ติดต่อเหยื่อ เพื่อหลอกลวงด้วยมุกมิจฉาชีพรูปแบบต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้จะทำงานในลักษณะที่เราเป็นคนกดเช็กเบอร์โทรแปลก ๆ ที่เรามีด้วยตนเองเอง เช่น ในกรณีที่มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาหาเพื่อนที่ไม่มีแอปฯ กรองเบอร์มิจฉาชีพ เราเลยเอาเบอร์นั้นไปเช็กสถานะให้ รวมถึงการเช็กเบอร์พร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนผ่านเบอร์โทรศัพท์ ก่อนที่เราจะชำระค่าสินค้าหรือบริการผ่านพร้อมเพย์เบอร์โทร (ต่างจากการขึ้นสถานะแจ้งเตือนขณะมีสายโทรเข้า ว่าเป็นเบอร์มิจฉาชีพ) โดยฟังก์ชันนี้จะทำงานแตกต่างกันเล็กน้อย สำหรับผู้ที่ใช้ระบบปฏิการมือถือ 2 ระบบ

  • ระบบ iOS แค่กดเบอร์ ไม่ต้องกดโทรออก แอปฯ จะแสดงสถานะเบอร์ต่าง ๆ ให้เช็กได้ทันที สายโทรเข้ามาก็เช่นกัน
  • ระบบ Android ต้องกดโทรออกก่อนถึงจะเช็กได้ แต่ถ้าเป็นสายโทรเข้า ระบบจะแจ้งเตือนอัตโนมัติว่าเบอร์ที่โทรเข้ามามีสถานะอย่างไร

2. ฟังก์ชันเช็กเลขบัญชี

เลขบัญชี ถือข้อมูลสำคัญสำหรับคนทำธุรกรรม หรือมีการซื้อ-ขายสินค้าและบริการผ่านทางออนไลน์บ่อย ๆ และมักเป็นขั้นตอนต่อมาจากการหลอกลวงผ่านทางโทรศัพท์ หลังจากที่เหยื่อหลงเชื่อ ก็จะให้เหยื่อโอนเงินให้ แต่เนื่องจากบัญชีธนาคารเป็นสิ่งที่ทั้งคนดี ๆ และมิจฉาชีพต่างก็มีใช้เหมือนกัน หากเรารู้สถานะบัญชีก่อนโอน การทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านโลกออนไลน์ก็จะง่ายและปลอดภัยขึ้นเยอะ ฟังก์ชันนี้จะช่วยให้เราเช็กเลขบัญชีได้อย่างง่าย ๆ ว่าเลขที่กำลังจะโอนนี้เป็นบัญชีของมิจฉาชีพหรือไม่ ถ้ารู้ว่าบัญชีปลายทางนั้นไม่ปลอดภัย จะได้ยกเลิกการทำธุรกรรมได้ทัน

3. ฟังก์ชันเช็ก SMS

เพราะมิจฉาชีพไม่ได้หลอกลวงเหยื่อด้วยการสื่อสารสองทางเสมอไป (โทรมาหลอกนั่นหลอกนี่ หรือหลอกขายของ ให้โอนเงินก่อนแต่ไม่ส่งของ) แต่บ่อยครั้งที่มิจฉาชีพใช้การสื่อสารทางเดียวหลอกลวงเหยื่อ คือกรณีของข้อความ SMS หลอกลวงที่แนบลิงก์ปลอมให้เรากดเข้าไป ในขณะที่ทุกวันนี้เรามีโอกาสที่จะได้รับ SMS จากทั้งของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงมิจฉาชีพ ที่พยายามทำทรงเป็น SMS ของหน่วยงานจริงส่งข้อความมาหลอกเรา ทั้งพัสดุมีปัญหา ได้รับรางวัล ได้รับค่าไฟ/ค่าน้ำคืน แม้กระทั่งบัญชีเงินฝากมีปัญหาให้เข้าไปตั้งค่าใหม่ ซึ่งบางทีมันก็แยกไม่ออก ซึ่งหากสงสัยว่าของจริงหรือปลอม ก็สามารถใส่เบอร์ต้นทางที่ส่งข้อความมา/ข้อความ เพื่อเช็กได้เลย

4. ฟังก์ชันเช็ก LINE/LINE Official

ปัจจุบัน แอปพลิเคชัน LINE เป็นช่องทางออนไลน์ที่ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนใช้เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทำให้ LINE กลายเป็นช่องทางที่บรรดามิจฉาชีพจะพยายามล่อให้เรา Add Friend หรือกดเข้ากลุ่มเพื่อพูดคุย อาจเป็นอีกขั้นหลังจากติดต่อกับเหยื่อผ่านทางโทรศัพท์หรือผ่านแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น แสร้งทำเป็นลูกค้าที่ติดต่อมาซื้อนั่นซื้อนี่ที่เหยื่อเปิดร้านขาย หรือแกล้งทักผิดมาว่าเราขายสินค้านั่นนี่ไหม ถ้าเหยื่อไม่ได้ขาย ก็จะเริ่มพาเข้าสู่บทสนทนาเชิง Romance Scam พูดคุยตีสนิทไปในทางโรแมนติก หรือปลอมเป็นคนรู้จักของเหยื่อทักมาหาเพราะต้องการความช่วยเหลือ หรือแม้กระทั่งปลอมเป็นตำรวจเจ้าของคดีที่อ้างว่าเราทำผิดกฎหมาย จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราควรตรวจสอบก่อนที่จะพูดคุย ว่าเป็นบัญชีปลอมหรือไม่

5. ฟังก์ชันเช็ก Facebook/Facebook Fanpage

ต่อเนื่องจากคอนเทนต์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ว่าการสร้างเพจปลอมขึ้นมาเพื่อแอบอ้างว่าเป็นเพจจริงของหน่วยงานต่าง ๆ นั้นมันทำง่ายมาก ๆ เพราะทุกวันนี้ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน หรือบัญชีบุคคลในแวดวงต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ใช้ Facebook/Facebook Fanpage ในการติดต่อสื่อสารกับประชาชน เพื่อประชาสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ มิจฉาชีพก็จะทำ Facebook/Facebook Fanpage ของปลอมขึ้นมา โดยใช้ข้อมูล ข้อความ ภาพ คลิป เช่นเดียวกับของจริง หรือบางทีอาจสร้างโปรไฟล์/เพจขึ้นมา แล้วสถาปนาตัวเองว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงนั้นนี้ หรือเป็นเพจที่ทำธุรกิจนั่นนี่ทั้งที่หลอกลวงทั้งหมดก็มี จึงต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าของจริงค่อยคุยด้วย

จากกรณีข้างต้น แอปฯ Cyber Check สามารถตรวจสอบ Facebook/Facebook Fanpage ได้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม แต่เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. 67 ทาง Facebook มีการเปลี่ยนการคัดลอกลิงก์เป็นแบบไดนามิก เราจึงต้องรีลิงก์ก่อนที่จะนำไปเช็กด้วยแอปฯ Cyber Check

6. ฟังก์ชันเช็ก TikTok

ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็ดู TikTok ด้วย TikTok ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มความบันเทิงสำหรับเสพคอนเทนต์สนุก ๆ แต่บางบัญชีเปิดเป็นร้านขายของออนไลน์ หลายบัญชีเป็นบัญชีของหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน หรือแม้แต่คนที่มีชื่อเสียง ซึ่งการจะทำ TikTok บัญชีปลอมขึ้นมามันก็ไม่ได้ยากอะไร หากเราไปเจอเข้ากับ TikTok บัญชีปลอมที่ใช้งานโดยมิจฉาชีพ ที่จะปลอมตัวตนของบุคคลขึ้นมา โดยใช้ข้อมูล ข้อความ ภาพ คลิป เช่นเดียวกับบัญชีของจริง หากไม่แน่ใจว่าบัญชีไหนปลอมบัญชีไหนจริง ก็สามารถนำลิงก์ไปเช็กกับแอปฯ Cyber Check ได้เลย

7. ฟังก์ชันเช็ก Website

ความน่ากลัวทุกวันนี้ คือแค่เราค้นหาข้อมูลผ่านทาง “Search Engine” เราก็อาจโดนแฮกได้ แม้ว่ามันจะต้องผ่านหลายขั้นตอน แต่เราก็อาจตกเป็นเหยื่อได้โดยไม่ยาก เนื่องจากเวลานี้ แฮกเกอร์กำลังใช้เทคนิคที่เรียกว่า “SEO Poisoning” (ข้อมูลจาก Facebook ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล – PDPC Eagle Eye) ด้วยการปลอมหน้าเว็บไซต์หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน หรือเว็บไซต์ดัง ๆ และทำให้ติดอันดับการค้นหาต้น ๆ บน Search Engine (ที่เรามักจะเลือกกดเข้าไปลิงก์แรก ๆ) เมื่อเราจะดาวน์โหลดสิ่งที่ต้องการจากเว็บไซต์นั้น แทนที่จะได้สิ่งที่ต้องการ กลายเป็นได้สิ่งไม่พึงประสงค์อย่าง “มัลแวร์” ที่แฝงตัวมาขโมยรหัสผ่าน ข้อมูลส่วนตัว หรืออาจล็อกไฟล์เรียกค่าไถ่ได้! ดังนั้น หากไม่มั่นใจใน URL ที่มีในมือ ก็เช็กกับ Cyber Check ก่อนว่าอันตรายหรือไม่

ไซเบอร์วัคซีน เสริมความรู้ในการป้องกันตัวเอง

นอกจากการตรวจสอบภัยมิจฉาชีพด้วย 7 ฟังก์ชันข้างต้นแล้ว ในแอปฯ Cyber Check ยังมี “ไซเบอร์วัคซีน” เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารความรู้ต่าง ๆ ให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันตัวเองจากภัยมิจฉาชีพ เนื่องจากในทุกวัน ระบบจะมีการวิเคราะห์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อเตือนให้ประชาชนได้รู้ถึงภัยมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ คดีประเภทใดเป็นคดีที่ต้องระวังให้มากในช่วงเวลานั้น และนำเสนอสื่อความรู้จากผู้เชี่ยวชาญให้ประชาชนได้รู้ทันกลลวงของมิจฉาชีพอยู่เสมอ รวมถึงมีระบบประเมินภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ว่าเรามีโอกาสเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อพวกมิจฉาชีพมากน้อยแค่ไหนนั่นเอง โดยประชาชนที่ผ่านการประเมิน มีโอกาสที่จะได้รับเลือกให้เป็นอาสาไซเบอร์วัคซีนต่อไป

ข้อจำกัดการใช้งาน Cyber Check

จริง ๆ แล้ว หากแอปฯ Cyber Check เป็นที่รู้จักในวงกว้างจนสามารถใช้งานได้เต็มศักยภาพ แอปฯ นี้จะเป็นอีกแอปฯ ที่มีประโยชน์มาก ๆ ต่อประชาชนอย่างเรา ๆ ที่มีโอกาสตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแอปฯ Cyber Check มีข้อจำกัดการใช้งาน คือ “ฐานข้อมูล” เนื่องจากแอปฯ นี้สามารถตรวจสอบภัยไซเบอร์ได้มากถึง 7 ช่องทาง หากเป็นข้อมูลสีแดง (ที่มีประวัติการแจ้งความดำเนินคดี) และข้อมูลสีเหลือง (ที่มีประวัติการแจ้งเบาะแส) ทางคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่อมมีข้อมูลในส่วนนี้ แต่ข้อมูลสีเขียว ที่เป็นข้อมูลที่ปลอดภัย ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากสุจริตชนมาให้ข้อมูล

แล้วทำไมเราต้องลงทะเบียนให้ข้อมูล? ก็เพราะว่าข้อมูลเบอร์โทรศัพท์, เลขบัญชี, LINE, Facebook, TikTok หรือเว็บไซต์ทั่ว ๆ ไป จะไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบ เมื่อเรานำไปค้นหา ระบบจะแจ้งว่า “ไม่พบข้อมูลในระบบ” นั่นแปลว่าเราจะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลสีเขียวที่ปลอดภัยจริง ๆ หรือเป็นข้อมูลอันตรายที่ยังไม่มีประวัติการแจ้งเบาะแส/มีการแจ้งความดำเนินคดี กันแน่ ซึ่งหากว่าเราลองเอาเบอร์โทรศัพท์ของเราเข้าไปค้นหาข้อมูล มันก็จะ “ไม่พบข้อมูลในระบบ” เราก็จะยืนยันว่าเบอร์มือถือของเราเป็นเบอร์ที่ปลอดภัยสำหรับคนอื่นไม่ได้อยู่ดี แต่ถ้าเราอยากยืนยันว่าเบอร์มือถือของเราไม่ใช่เบอร์มิจฉาชีพที่เอาไปใช้โทรหาคนอื่นในทางมิชอบ (เราโทรหาคนอื่นแล้วเขาเอาเบอร์เราไปตรวจสอบ แล้วขึ้นว่าเป็นเบอร์ที่ปลอดภัย) เราก็ต้องลงทะเบียนกับ Cyber Check ก่อน

อย่างไรก็ตาม ส่วนนี้นี่เองที่เป็นปัญหาใหญ่ เพราะทุกวันนี้ประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่เชื่อมั่นที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองกับหน่วยงานรัฐสักเท่าไรนัก เพราะในหลาย ๆ กรณี ข้อมูลของประชาชนที่หลุดไปถึงมิจฉาชีพนั้น คนทั่วไปเข้าใจว่าหลุดมาจากฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐนี่แหละ เริ่มมีเบอร์หรือข้อความแปลก ๆ เข้ามาหลังจากให้ข้อมูลกับแพลตฟอร์มของหน่วยงานรัฐ จึงทำให้บ่อยครั้งประชาชนรู้สึกไม่เต็มใจที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวของตัวเองกับหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ทั้งที่รู้ว่าเขามีอยู่แล้ว (เห็นได้จากเวลาที่ต้องลงทะเบียนอะไรผ่านแพลตฟอร์มของรัฐ จะต้องมีคนวิพากษ์วิจารณ์) ฉะนั้น นี่จึงเป็นความท้าทายที่ทางกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ต้องแก้ปัญหา

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนฐานข้อมูลของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์, เลขบัญชี, บัญชี LINE (ทั้งส่วนตัวและ LINE Official ขององค์กร), บัญชี Facebook (ทั้งส่วนตัวและ Facebook Fanpage ขององค์กร), บัญชี TikTok (ทั้งส่วนตัวและแอ็กเคานต์ขององค์กร) และเว็บไซต์ (เช่น เว็บไซต์หน่วยงาน, ร้านค้า, ที่พัก) เป็นฐานข้อมูลในแอปฯ Cyber Check เพื่อให้ข้อมูลต่าง ๆ ของตนเองเป็นข้อมูลสีเขียว สามารถติดต่อขอรับลิงก์ใบสมัครสำหรับลงทะเบียนข้อมูลได้ที่ LINE Official @cybercheck ทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอนการลงทะเบียน และต้องเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเซ็นเอกสาร พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานประกอบการลงทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงาน (ป้องกันมิจฉาชีพแอบแฝงมาลงทะเบียน) ดังนี้

  • บุคคล เขียนใบสมัคร พร้อมแนบหลักฐานสำเนาบัตรประชาชนประกอบ
  • นิติบุคคล (บริษัท/องค์กร/หน่วยงานภาครัฐ) ทำหนังสือขอลงทะเบียน (เรียน ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) พร้อมแนบเอกสารหลักฐานการเป็นเจ้าของแอ็กเคานต์ของแพลตฟอร์มที่ขอลงทะเบียน

ขั้นตอนอาจจะยุ่งยากไปนิด แต่ถ้าแลกกับความปลอดภัย ก็ถือว่าคุ้มค่า

ลงทะเบียนกับ Cyber Check แล้วได้อะไร

ปลอดภัยไว้ก่อน ดีกว่าโดนหลอก และ/หรือ โดนเอาไปแอบอ้างเป็นบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัว

บุคคล

  • สร้างความมั่นใจในการติดต่อสื่อสาร
  • หากมีการขโมยตัวตน แอบอ้าง คนทั่วไปไม่ถูกหลอก
  • หากมีปัญหา ยืนยันได้ว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่
  • สร้างสังคมปลอดภัยบนโลกออนไลน์
  • ฟรี! เพราะไม่ต้องเสียเงินให้แพลตฟอร์ม

องค์กร

  • สร้างความมั่นใจในการติดต่อสื่อสาร
  • หากมีการขโมยตัวตน คนทั่วไปไม่ถูกหลอก
  • ป้องกันเฟกนิวส์
  • ป้องกันการแอบอ้าง

โรงแรม/ร้านค้า

  • สร้างความน่าเชื่อถือ ป้องกันภัยออนไลน์
  • ลูกค้าเชื่อมั่น ไม่หลงเชื่อคนแอบอ้าง
  • ร้านค้า/ที่พักดูน่าไว้ใจเมื่อเชื่อมกับบัญชีธนาคาร
  • ป้องกันพนักงานยักยอกเงิน
  • ลดปัญหาการปลอมแปลงตัวตน
  • ฟรี! ลดต้นทุน ไม่ต้องทำคลิปเตือนภัยเอง
  • ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายว่า “ตัวจริง หรือ ตัวปลอม”
  • เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้เติบโต

เมนูอื่น ๆ ในแอปฯ Cyber Check

นอกจากฟังก์ชันการเช็กข้อมูลมิจฉาชีพผ่านแพลตฟอร์มแล้ว ในแอปฯ Cyber Check ยังมีเมนูลัดสำหรับ

ใช้ดีหรือไม่ดี มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ลองไปดาวน์โหลดมาใช้กันดู! ขอให้ทุกคนปลอดภัยในโลกไซเบอร์