
ในขณะที่สังคมไทยกำลังให้ความสนใจกับเรื่องราวของการศัลยกรรมอวัยวะเพศหญิงแบบสามมิติกันอย่างกว้างขวาง พร้อมกับมีนักเคลื่อนไหวหัวอนุรักษ์นิยมบางคนก็ออกมาบอกเชิงประชดประชันว่า “เป็นสิทธิของแต่ละคนเพราะท้ายที่สุดก็ต้องสิ่งที่ทำไปก็จะร่วงโรยไปตามเวลา”
มองในลักษณะผิวเผิน อาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกสนานในสังคมไทย เป็นเรื่องที่หลายคนบอกว่าจะไปให้ความสำคัญทำไม แต่ถ้ามองในอีกมุม มองจากมุมของอีกโลกหนึ่งที่ยังมีการทำสุหนัต หรือ ขลิบอวัยวะเพศหญิงอยู่ สังคมไทยนับว่าใจกว้าง และ เปิดพื้นที่ให้กับผู้หญิงมากกว่าอีกหลายสังคมบนโลกใบนี้
หลายคนคงเคยรู้มาบ้างแล้วสำหรับ เรื่องการทำสุหนัต หรือ ขลิบ อวัยวะเพศหญิง ซึ่งเป็นความเชื่อของคนบางกลุ่มในแถบตะวันออกลาง ทวีปแอฟริกา และ บางประเทศในทวีปเอเชีย การขลิบอวัยวะเพศหญิงนั้นมีความเชื่อกันว่าเป็นการป้องกันเพื่อไม่ให้ผู้หญิงเกิดอารมณ์ทางเพศ และ ผู้หญิงเป็นสมบัติของผู้ชาย ดังนั้นการทำขลิบอวัยวะเพศหญิงจึงเป็นการตัดส่วนที่ไวต่อความรู้สึกทางเพศออก โดยจะกระทำในวัยเด็ก
โดยการขลิบนั้น จะตัดเฉพาะบางส่วนหรือทั้งหมดของคลิตอริส หรือ ทั้งคลิตอริส และแคมเล็ก หรือ คลิตอริส แคมเล็ก และ แคมใหญ่ และที่น่าหวาดหวั่นนอกจากตัดแล้วคือการเย็บปิดช่องคลอดบางส่วน ให้เหลือเพียงช่องเล็กๆ
ที่ผ่านมามีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องจากองค์การอนามัยโลก เพื่อให้หยุดการทำสุหนัตในผู้หญิง แต่หลายประเทศในแอฟริกาใต้ และ บางประเทศในเอเชีย ยังคงมีการกระทำตามความเชื่อเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้หญิงทั่วโลกราว 200 ล้านคน
ทั้งนี้การขลิบอวัยวะเพศหญิงนั้น นอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิของเด็กหญิงตั้งแต่เกิดแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตด้วย เพราะการขลิบนั้นทำโดยชาวบ้านที่ไม่มีความรู้เรื่องสุขอนามัย และทำให้มีเด็กหลายคนต้องเสียชีวิตเนื่องจากการติดเชื้อจากการขลิบอวัยวะเพศหญิง
และ สำหรับเด็กหญิงที่ถูกขลิบอวัยวะเพศนั้นหากรอดชีวิตและเติบโตเช่นเด็กหญิงทั่วไป แต่เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ พวกเธอจะเจ็บปวดจากการมีประจำเดือน และเมื่อแต่งงานมีเพศสัมพันธุ์ พวกเธอจะทรมานจากการมีเพศสัมพันธุ์เป็นอย่างมาก ขณะที่เหยื่อบางรายเมื่อโตขึ้น พวกเธอต่างรู้สึกว่าตนเองนั้นไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป และ กลายเป็นปมที่ทำให้หลายคนต้องครองตัวเป็นโสด
ถึงเวลานี้ การรณรงค์ ขององค์กรอนามัยโลกเพื่อให้ยุติการขลิบอวัยวะเพศหญิง ยังคงมีอย่างต่อเนื่องล่าสุดสื่อใหญ่ในตะวันออกกลางอย่างสำนักข่าว อัลจาซีร่า ก็ช่วยรณรงค์ แต่เมื่อไรที่จะยุติวงจร การทำสุหนัต ในผู้หญิง ได้นั้นคงต้องรอดูกันต่อไป เพราะการเอาชนะความเชื่อ ไม่ใช่เรื่องง่าย
ส่วนสาวไทย ก็จงเรียนรู้เรื่องราวของเพื่อนผู้หญิงร่วมโลกที่มีชีวิตที่ถูกละเมิดตั้งแต่เกิด แล้วพวกคุณก็จะรู้ว่าสิทธิที่พวกคุณมีในวันนี้ในฐานะผู้หญิงของสังคมไทยนั้น น่ารักษาเอาไว้เพียงใด






























