
เป็นอีกสัปดาห์ที่ดิฉันยังคงว้าวุ่นในการเลือกซีรีส์ดูอีกตามเคย เรื่องนั้นก็น่าดู เรื่องนี้ก็ต้องดู แต่ดันไม่มีเวลามากพอให้ได้ดูครบทุกเรื่องในลิสต์ ทีแรกเลย ใจอยากเปิดดูซีรีส์ไทยเรื่องที่เป็นกระแสอยู่ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ก็ดูจะแผ่วลงไปแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือตลาดวายไปแล้วนั่นแหละ เลยรู้สึกว่าไม่ต้องรีบก็ได้ แต่ก็ดันไถฟีดไปเจอซีรีส์อีกเรื่องที่ฉายมา 4 ตอนละ เห็นว่ากระแสที่เกาหลีค่อนข้างดีเลยทีเดียว เรตติ้งถือว่าเลขสวยเลยแหละ แต่ไหงในไทยมันถึงค่อนข้างเงียบผิดคาดไปนิด ทั้งที่นักแสดงนำก็ไม่ธรรมดา แถมยังบินมาโปรโมตซีรีส์เรื่องนี้ที่ไทยอีกต่างหาก ด้วยความสงสัยว่ามันมีอะไรผิดพลาดตรงไหนหว่า ก็เลยถือโอกาสเปิดเรื่องนี้ขึ้นมาดูเลยแล้วกัน

Good Boy หรือชื่อภาษาไทยจากแอปฯ สตรีมมิ่ง Prime Video ว่า แชมป์ปราบอาชญากร บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าอดีตนักกีฬาทีมชาติ 5 คน 5 ชนิดกีฬา ที่เคยเป็น “ฮีโร่” ของประเทศ ได้แก่ “ยุนดงจู” นักกีฬาเหรียญทองแชมเปียนมวยเอเชียรุ่นมิดเดิลเวต, “จีฮันนา” นักกีฬาเหรียญทองปืนลม 10 เมตรกับปืนไรเฟิลสามท่า 50 เมตร, “คิมจงฮยอน” นักกีฬาเหรียญเงินฟันดาบเซเบอร์, “โกมันชิก” นักกีฬาเหรียญทองแดงมวยปล้ำกรีกโรมันชาย 78 กิโลกรัม และ “ชินแจฮง” นักกีฬาเหรียญทองแดงขว้างจักร จะเห็นว่าในช่วงที่ยังเป็นนักกีฬา พวกเขาต่างก็รุ่งโรจน์กันมาก ๆ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ด้วยการคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันระดับนานาชาติ แต่ทุกอย่างเป็นแค่อดีต!

ในอดีตทั้ง 5 คนนี้เคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่หัวใจของพวกเขามันร้อนรุ่มและกรีดร้องราวกับว่าจะระเบิดออกมา มีใจที่ลุกโชนไปด้วยแรงผลักดัน แต่ปัจจุบัน พวกเขาหันหลังให้กับสนามแข่งอย่างเด็ดขาดด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่างที่ยังคงเป็นปมกัดกินใจของพวกเขาเรื่อยมา แล้วผันตัวมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ประจำอยู่ที่สำนักงานตำรวจนครบาลอินซอง เมืองที่ได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยอาชญากรรมทุกรูปแบบ แถมยังถูกชาวเมืองวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการทำงานสุดห่วยแตกในการปราบปรามกับอาชญากรอีกด้วย
วันที่ทุกคนเคยจดจำชื่อนักกีฬาแต่ละคนได้ทุกคน…พวกเรา…เคยเป็นฮีโร่ แต่ว่า เมื่อสปอตไลต์นั้นดับลง ฮีโร่ก็ถูกลืมเลือน
ถึงจะบอกว่าเป็นซีรีส์แนวแอ็กชัน-คอเมดี-สืบสวนสอบสวน แต่บอกตรง ๆ ว่าจากที่ดูไป 4 ตอน ส่วนตัวรู้สึกขำไม่ค่อยออกเท่าไร ไม่ใช่ว่ามันไม่สนุกหรือไม่ตลกนะ ถึงจะมีมุกฝืดบ้างประปราย แต่ตัวละครก็ยิงมุกกันเก่งอยู่ ขยันขายฮากันด้วย บางมุกก็โดนเส้นจัดเลยแหละ โดยเฉพาะความเฉิ่ม ความเปิ่น บ้า ๆ บวม ๆ แต่โคตรจริงใจและมุ่งมั่น ของตัวละคร “ยุนดงจู” ที่เอาคนหน้าหล่อแบบ “พัคโบกอม” มายำจนหน้าเยินอีกแล้ว เพิ่งผ่านความรันทดจาก When Life Gives You Tangerines มา เรื่องนี้ก็คลุกดินคลุกทรายไม่ต่างกัน และตัวละครหัวหน้าทีม “โกมันชิก” ที่เน้นแบกมุกตลกแบบเจ็บเนื้อเจ็บตัว เอา 2 คนนี้มาร่วมเฟรมกันทีไรจะต้องรวมหัวกันฮาและพากันไปซวยตลอดเลย 555

แต่ที่บอกว่าขำไม่ค่อยออก รู้สึกตลกไม่สุด อาจเป็นเพราะรู้แกวซีรีส์แนวนี้มั้ง รู้ว่าซีรีส์กำลังปิดบังเบื้องหลังสุดตับพัง หรือก็คือชนวนเหตุที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาทั้ง 5 คนต้องพลิกผัน เลิกเป็นนักกีฬา แล้วมาเอาดีด้วยการเป็นตำรวจแทน ทั้งที่ทุกคนมีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาเจ้าของเหรียญรางวัลการแข่งขันในระดับนานาชาติกันทั้งนั้น แต่การที่จู่ ๆ ก็หันหลังให้สนามแข่งอย่างสิ้นเชิง มีความ trauma บางอย่างกับกีฬาที่ตัวเองเคยหลงใหลจนหันหลังให้มันดื้อ ๆ แล้วมาใส่เครื่องแบบตำรวจเนี่ย คิดว่ามันเข้าท่าไหมล่ะ และเชื่อขนมกินได้เลยว่าปมบาดแผลของแต่ละคนต้องดูไม่จืดแน่ ๆ

อีกอย่างที่ทำให้รู้สึกเอะใจ คือประโยคเปิดเรื่องที่มีเสียงพระเอกเป็นคนพูด ในวันที่พวกเขาทุกคนยังเป็นนักกีฬา ผู้คนล้วนจำชื่อพวกเขาได้ และยกย่องให้พวกเขาเป็น “ฮีโร่” แต่เมื่อสปอตไลต์ที่สาดส่องพวกเขาในสนามกีฬาดับลง พวกเขาก็เป็นได้แค่ฮีโร่ที่ถูกลืม ในช่วง ep.1 จะเห็นเลยว่าการที่พวกเขาเคยเป็นนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ เคยคว้าเหรียญทอง เหรียญเงิน หรือเหรียญทองแดงมา แทบไม่มีความหมายอะไรเลยกับชีวิตการเป็นตำรวจ พวกเขายังโดนแขวะเรื่องที่เป็นนักกีฬาแต่มีสิทธิพิเศษเข้ามาเป็นตำรวจ โดนดูแคลนว่าไม่สมควรเป็นตำรวจ โดนนินทาต่อหน้าในระยะเผาขน โดนเพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ โดนกลั่นแกล้ง ทั้งที่พวกเขาก็แค่พยายามทำหน้าที่ของตัวเอง

และดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้ดีว่าทำไมตัวเองถึงโดนเพื่อนร่วมงานคอยหาเรื่องหรือว่าแดกว่าดันอยู่ตลอดเวลา ในช่วงแรกของเรื่อง เราจะเห็นเลยว่าเส้นทางใหม่ที่พวกเขา 5 คนเลือกเดินนั้นมันไม่ง่ายเลย การวางอาวุธที่ตัวเองเชี่ยวชาญในฐานะนักกีฬาลงแล้วมาจับปืนถือกุญแจมือ ทำให้พวกเขายังคงต้องพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางใหม่นี้กันต่อไป เพราะเราไม่ได้เห็นภาพของฮีโร่เหรียญรางวัลอดีตนักกีฬาทีมชาติเปลี่ยนถ่ายมาสวมเครื่องแบบตำรวจแบบเท่ ๆ ในสายตาของเพื่อนร่วมงานคนอื่น การมาของพวกเขาไม่ต่างอะไรกับการใช้เส้นสายลัด พวกเขาเป็นใครมาจากไหนถึงได้เข้ามาเป็นตำรวจด้วยการสอบแข่งขันพิเศษ ง่าย ๆ ก็คือคนที่สอบตำรวจสายตรงไม่ยอมรับวิธีที่พวกเขาเข้ามาเป็นตำรวจ

เพราะกว่าจะได้สวมเครื่องแบบตำรวจ ตำรวจคนอื่น ๆ ล้วนแล้วต้องผ่านการสอบแข่งขันสุดโหด ต้องสั่งสมทักษะและประสบการณ์กันมาตั้งมากมาย แต่จู่ ๆ ก็มีนักกีฬาที่ใช้สิทธิจากเหรียญรางวัลที่ได้มาเข้ามาเป็นตำรวจได้เฉยเลย แล้วไม่ได้มีแค่คนเดียวด้วยไง มีตั้ง 5 คน! คือถ้าความสามารถด้านกีฬาก็คงพอยอมรับได้ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์อยู่ (ยกเว้นพระเอกที่เคยมีข้อกังขาเกี่ยวกับการคว้าเหรียญทอง แม้ว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว แต่ก็ไม่มีคนสนใจจะแก้ความเข้าใจผิด) แต่ทักษะและฝีมือด้านสืบสวนสอบสวน หรือวิชาชีพตำรวจพวกเขาดูไร้น้ำยากันทั้งนั้น พวกเขาเลยมักถูกจ่ายงานไก่กาที่ไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรเลยมาให้ และพวกเขาก็ทำได้แค่ทำหน้าที่ตัวเองไปแบบเจียมตัว
ไม่มีใครเกิดมาเป็นคนดีหรอก ฉันแค่พยายามทำตัวเป็นคนดี จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
อย่างที่บอกไปตอนต้น สิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ คือบาดแผลในใจบางอย่างในช่วงท้ายของการเป็นนักกีฬาของตัวละครทั้ง 5 ตัว บาดแผลเหล่านั้นทำให้สปอตไลต์ที่เคยสาดส่องไปที่พวกเขาอย่างเจิดจ้า ค่อย ๆ หม่นหมองและดับลง จนพวกเขากลายเป็น “ฮีโร่ที่ถูกลืม” จากนักกีฬาที่เคยรุ่งโรจน์บนเส้นทางของการแข่งขัน ทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะและเหรียญรางวัล กลับต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่แบบทุลักทุเลในอาชีพตำรวจ ในทีมพิเศษที่ตั้งขึ้นใหม่แบบชั่วคราว แถมจุดเริ่มต้นของพวกเขายังอยู่ในสภาพติดลบ ทั้งวิกฤติด้านการเงิน ความมั่นคงในหน้าที่การงานที่ไม่ยั่งยืน อาการบาดเจ็บ และความท้าทายอื่น ๆ เหมือนคนที่ผันตัวมาเป็นตำรวจเพราะมีตราบาปอยู่ไม่ปาน

นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้พวกเขาแต่ละคนมองตัวเองว่า “ฉันไม่ใช่คนที่ดีเท่าไรนักหรอก แต่กำลังพยายามทำตัวเป็นคนดี เพื่อแก้ไขอะไรบางอย่าง” ซึ่งจาก 4 ตอนที่ผ่านมา ตัวซีรีส์เริ่มแง้มอดีตของตัวละครบางตัวออกมาให้เห็นบ้างแล้วว่าพวกเขาเคยเจออะไรมา ถึงจะเผยออกมาไม่มากและยังไม่ได้เผยปมของบางตัวละครออกมาเลยสักนิด แต่คนดูสายโคนันอย่างเรา ๆ ก็พอจะหยิบจับเอาเบาะแสต่าง ๆ มาจับต้นชนปลายได้บ้าง จนทำให้เริ่มเห็นภาพขึ้นมาราง ๆ ว่าอดีตที่แสนขมขื่นของพวกเขา อาจจะเชื่อมโยงกับคดีปัจจุบันที่พวกเขากำลังรับผิดชอบร่วมกันในฐานะทีมสืบสวนอาชญากรรมพิเศษอยู่ก็ได้

อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกันในสถานะของทีมสืบสวนอาชญากรรมพิเศษนี้ก็ไม่ได้เริ่มต้นได้สวยนัก เพราะความแตกต่างกันเกินไปของพวกเขาทุกคน พระเอกก็บุ่มบ่ามเกิน นางเอกก็ขี้รำคาญ หัวหน้าทีมก็ติดเล่น 555 พระรองที่ดูจะเป็นผู้เป็นคนกว่าคนอื่นหน่อยก็ยังวางมาดเข้มไม่เข้าร่วมทีม ส่วนคุณพี่กล้ามโต family man บทก็ยังจางเกินไป รวมถึงภาระงานเริ่มต้นที่มันดูจะไม่ตรงปกเอาซะเลย แต่ทุกอย่างก็ค่อย ๆ เข้ารูปเข้ารอย หลังจากที่พวกเขาดันไปขุดเจอตอใหญ่เบ้อเริ่มเข้า และเริ่มเชื่อมโยงกับคดีเลวร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่

และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พวกเขาได้พลิกเกมให้ตัวเองมีแต้มต่อมากขึ้นในสายอาชีพตำรวจ การรวมตัวกันแบบเฉพาะกิจในทีมที่ถูกตั้งขึ้นมาชั่วคราว ทำให้พวกเขาได้ทำงานร่วมกัน ได้ระดมสมองกัน เข้าขากันดีบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะสะดุดขากันเอง 555 และที่สำคัญ คือพวกเขาได้งัดเอาทักษะ อาวุธเก่าของตัวเองในสมัยที่เป็นนักกีฬา ความถนัดเฉพาะตัวบางอย่าง และหัวใจที่ยังมีไฟร้อนแรง ขึ้นมาใช้ต่อสู้กับโลกที่เต็มไปด้วยอาชญากร ความอยุติธรรม และวายร้ายหน้าซื่อตาใสตัวฉกาจ ที่ตอนกลางวันแสร้งทำตัวเป็นข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย คนขยันที่นั่งติดโต๊ะทำงานตลอด ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใคร แต่แท้จริงแล้วโฉมหน้าในยามค่ำคืนของเขา คือเงาแห่งความชั่วร้ายตัวจริง

จากนักกีฬาที่ต่อสู้กับคู่แข่งในสนามบนพื้นฐานของชัยชนะส่วนตัว กลายมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ต่อสู้กับอาชญากรรมบนพื้นฐานของความสุขสงบส่วนรวมของประชาชน พวกเขาเหล่านี้รวมตัวกันโดยมีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มอำนาจขององค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ เงามืดที่ครอบงำและกลืนกินประเทศนี้ รวมถึงก้าวข้ามความเจ็บปวดในอดีตที่ยังคงกัดกินใจของพวกเขาเรื่อยมา ปมในช่วงท้ายสมัยที่ยังเป็นนักกีฬาที่ทำให้พวกเขาออกอาวุธที่ตัวเองถนัดได้ไม่เต็มที่นัก เพื่อที่สุดท้ายแล้ว พวกเขาจะได้ใช้ทักษะพิเศษที่เคยฝึกฝนมาจากการเป็นนักกีฬา ปราบปรามอาชญากรใต้ดิน ซึ่งดีไม่ดี พวกเขาอาจจะเจอเข้ากับต้นตอของความชั่วร้ายที่เคยทำลายชีวิตพวกเขาในอดีตก็เป็นได้ 🥇🥈🥉






























