
ในยุคที่ละครหลายเรื่องนำบทประพันธ์ที่เคยทำเป็นละครในอดีต กลับมา “รีเมก” หรือทำใหม่ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่แฟนละครพุ่งเป้าสนใจมากเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้น “นักแสดง” และ “บทละคร”
ทั้งนี้ เป็นเพราะคนดูส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่าเนื้อเรื่องของนวนิยายหรือละครเรื่องนั้นๆ มีบทสรุปหรือตอนจบเป็นอย่างไร จึงอยากเห็นว่าเมื่อนำกลับมาทำใหม่ จะทำได้ดีเหมือนที่เคยทำไว้ในอดีตหรือไม่
“เพลิงบุญ” ก็เป็นละครอีกเรื่องที่นำนวนิยายของนักประพันธ์ชั้นครูอย่าง กฤษณา อโศกสิน มาปัดฝุ่นใหม่ หลังเคยสร้างเป็นละครมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2539 ก่อนที่ตอนอวสานของเวอร์ชั่นปัจจุบันจะคว้าเรตติ้งสูงสุดให้กับช่อง 3 ประจำปีนี้
นอกจาก “เพลิงบุญ เวอร์ชั่นปี 2560” จะได้บทละครที่เข้มข้น ทันสมัยไม่ตกยุค ส่งเสริมกับการแสดงของตัวละครในเรื่องได้เป็นอย่างดี จนทำให้เรตติ้งตอนจบแซงหน้าละครเรื่อง “คนละขอบฟ้า” แล้ว
การที่ผู้จัดละคร “จ๋า” ยศสินี ณ นคร โพสต์ข้อความทำนองว่า “เก๋” บุญพิทักษ์ จิตต์กระจ่าง ดาราสาวผู้เคยรับบทเป็น “ใจเริง” ใน “เพลิงบุญ เวอร์ชั่น ปี 2539” มาดลใจให้เธอและผู้กำกับ โชติรัตน์ รักเริ่มวงศ์ ตัดสินใจรื้อตอนสุดท้ายของละคร และให้ผู้เขียนบทละคร ณัฐิยา ศิรกรวิไล เขียนบทเพิ่ม เพื่อให้ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ “ใจเริง” ในเวอร์ชั่นปัจจุบันลงเสียงใหม่ ก็ทำให้แฟนละครอยากรู้ว่าตอนจบจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่
แม้ว่าทั้งผู้จัดและผู้เขียนบทจะยืนยันว่าไม่ได้มีการแก้บทใดๆ โดยที่ตัวใจเริงยังคงจบชีวิตด้วยการถูกยิงไม่ต่างจากบทประพันธ์ แต่ก็มีการตั้งคำถามในโลกออนไลน์ว่า เหตุใดจึงเป็นฝ่ายหญิงที่รับกรรมอยู่เพียงผู้เดียว ทั้งที่ฝ่ายชายอย่าง “ฤกษ์” ก็เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดด้วยเช่นกัน แต่กลับได้รับการให้อภัย ได้กลับมาเริ่มต้นใหม่กับนางเอกอย่าง “พิมาลา” และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ราวกับคนที่ไม่เคยทำความผิดมาก่อน
ต่างจากตอนจบของ “น้ำเซาะทราย” บทประพันธ์อีกเรื่องของ กฤษณา อโศกสิน ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรักสามเส้าและถูกเพื่อนรักหักหลังเหมือนกัน แต่สุดท้ายฝ่ายชาย “ภีม” กลับไม่ได้รับการให้อภัยจากนางเอก “วรรณนรี” อีกทั้งฝ่ายหญิงก็ไม่ได้เริ่มต้นใหม่กับผู้ชายดีๆ อย่าง “ทวยหาญ” ที่รักเธออย่างจริงใจ จนมีการตั้งกระทู้ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับตอนจบของเรื่องนี้ตามมา
เรียกว่า ทุกครั้งที่ละครหลายเรื่องไม่ได้จบแบบสมใจคนดู ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา จนเกิดคำถามตามมาว่า ละครในบ้านเราต้องจบแบบไหนถึงจะโดนใจแฟนละคร
จากความเห็นต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่แล้วคนดูที่อินกับละครมักอยากให้ตัวละครที่ตัวเองชอบหรือคนที่เชียร์อยู่ มีบทสรุปแบบ “แฮ้ปปี้เอนดิ้ง” หรือมีความสุขในบั้นปลายมากกว่า
ขณะที่ตัวละครร้ายๆ หรือคนเลวที่มาสำนึกตัวได้ในภายหลัง ก็มักจะได้รับการเอาใจช่วยให้ชีวิตของตัวละครเหล่านั้นไม่ต้องมีจุดจบที่โหดร้ายจนเกินไปนัก แค่ได้รับบทเรียนแบบพอหอมปากหอมคอ และได้รับการอภัยจากสังคมก็น่าจะเพียงพอแล้ว
และแม้จะรู้ดีว่าพระรองหรือนางรองที่เป็นคนดีจะไม่มีวันได้สมหวังในความรัก แต่คนดูส่วนใหญ่ก็มักจะลุ้นตัวโก่งให้พวกเขาได้มีโมเมนท์ที่พระเอกหรือนางเอกยอมมีใจให้บ้าง
เรียกว่า คนดูละครที่ต้องเจอเรื่องเครียดๆ จากนอกบ้านมาทั้งวัน ต่างก็อยากเสพความบันเทิงที่ไม่หดหู่หรือขัดใจตัวเองจนเกินไปนัก เพื่อจะได้มีความสุขเล็กๆ น้อยๆ บ้าง
และถึงตอนจบในบางเรื่องจะไม่โดนใจจนอดวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโลกออนไลน์ไม่ได้ แต่แฟนละครส่วนใหญ่ก็เข้าใจดี และมักให้ความเคารพกับบทประพันธ์ที่นักเขียนได้กำหนดบทสรุปของเรื่องเอาไว้แล้วอยู่ดี!






























