
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปเป็นพิธีกรในงานเสวนาทิศทางกีฬายานยนต์ไทย (The Future of Thailand Motorsport) ซึ่งมีบุคลากรหัวแถวของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยร่วมพูดคุยกันแบบเป็นกันเอง
โดยการเสวนาในวันนั้น นำโดย คุณเนวิน ชิดชอบ ที่เปิดเผยความลับแบบติดตลกว่า ตนเองถูกเด็กหลอกให้สร้างสนามแข่งรถ ซึ่งเด็กคนนั้นก็คือ คุณตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ ผู้บริหารหนุ่มที่ ตั้งเป้าตั้งแต่วันที่ยังไม่สร้างสนามว่า สนามแข่งแห่งนี้ เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะต้องแข่งขันระดับโลกให้ได้
ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขที่คุณเนวิน บอกกับเฮอร์มันน์ ทิลเก้ ยอดนักออกแบบสนามแข่งรถชื่อดังของโลก คือทำอย่างไรก็ได้ให้สนามแข่งแห่งนี้ได้รับการรับรองจากทั้งสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) และสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ็ม) ให้ได้มาตรฐานสูงสุดเพื่อแข่งขันให้ได้ทั้งเอฟวัน และโมโตจีพี
บอกได้เลยว่ามีเงินอย่างเดียวทำไม่ได้นะครับ ต้องบ้า และมีใจรักด้วย เพราะเป็นการเอาเงินลงทุนไปทั้งๆที่ไม่มีรู้ในอนาคตจะมีอีเว้นท์ระดับโลกมาลงแข่งขันหรือไม่ อย่างไรก็ดีมาถึงวันนี้ เป้าหมายของผู้ร่วมก่อตั้งสนามแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นความจริง เมื่อการแข่งขันจักรยานยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก หรือที่เรียกกันว่าโมโตจีพี กำลังจะมาแข่งขันในบ้านเรา และจะมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค. นี้
พูดถึงอีเว้นท์ระดับโลกที่กำลังจะมาให้แฟนความเร็วชาวไทยได้ชื่นชมในครั้งนี้ คงต้องบอกว่าคนไทยโชคดีมากๆครับที่ ทุกภาคส่วนเล็งเห็นถึงความสำคัญ ทั้งเอกชนและล่าสุดรัฐบาลที่เข้ามาหนุนเต็มที่ เพราะหากจะให้ยกตัวอย่างมีบางประเทศนะครับ อาทิ อินเดีย ที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดเอฟวันในปี 2011 ถึง 2013 โดยที่ภาครัฐไม่เอาด้วย
ในครั้งนั้นรัฐบาลอินเดียปฏิเสธให้งบสนับสนุนจัดเอฟวันด้วยเหตุผลว่าเอฟวันไม่ใช่กีฬา จนสุดท้ายภาคเอกชนที่นำทีมโดย วีเจย์ มัลล์ยา เจ้าของทีมฟอร์ซ อินเดีย ที่เดินเรื่องจนได้เป็นจัดเอฟวันในที่สุด แต่โมโตจีพี อิน ไทยแลนด์ที่จะเปิดฉากขึ้นในปี 2018 ต้องชื่นชมรัฐบาลด้วยที่กล้าเปิดไฟเขียว
ประเด็นหลักๆในการเสวนาในวันนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีสนามแข่งระดับมาตรฐานโลกเกิดขึ้นในบ้านเรา มันคือการยกระดับ นักแข่งไทย ทีมแข่งไทยให้ก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ เห็นได้จากเรามีนักแข่งและทีมแข่งไทยไปคว้าแชมป์ในระดับนานาชาติมายมายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ก็ต้องยอมรับว่า กระแสของนักแข่งมอเตอร์สปอร์ตของไทยเรา ยังไม่ฟีเวอร์เข้าขั้นระดับความคลั่งไคล้ของสาวกเฟอร์รารี่ในยุโรป หรือแฟนๆ วาเลนติโน่ รอสซี่ ที่มีอยู่ทั่วโลก
ฉะนั้นนอกจากมีสนามที่ได้มาตรฐานโลกแล้ว มีนักแข่งที่มีฝีมือแล้ว ผมมองว่าทิศทางต่อจากนี้ จะทำอย่างไรให้ คนไทยได้มีฮีโร่ในกีฬาชนิดนี้แบบยั่งยืน เหมือนในยุคหนึ่งที่วงการกีฬาเราเคยมี ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ,เขาทราย กาแล็คซี่ และ ภราดร ศรีชาพันธุ์ เป็นไอดอล
แฟนกีฬาไทยต้องการฮีโร่ครับ วงการมอเตอร์สปอร์ตก็เช่นกัน

































