Home Work & Living Work “เชื่อมคน เชื่อมโลก ด้วยพลังสื่อสาร” แก้การสื่อสารคนต่างรุ่นในวัยทำงาน

“เชื่อมคน เชื่อมโลก ด้วยพลังสื่อสาร” แก้การสื่อสารคนต่างรุ่นในวัยทำงาน


ศูนย์คุณธรรมฯ ร่วมมือกับคณะนักวิจัย จัดเวทีวิชาการผลักดันพลังการสื่อสารเชิงบวกเชื่อมคนต่างรุ่นในองค์กร “เชื่อมคน เชื่อมโลก ด้วยพลังสื่อสาร” โดยเฉพาะปัญหาการสื่อสารภายในองค์กรระหว่าง “คนต่างวัย หรือ ต่างรุ่น” ที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานและการบรรลุเป้าหมายขององค์กร กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในปัจจุบัน

“ปัจจุบันเราสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียกันมากขึ้น ทำให้เกิดความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกัน เกิดการประทะกันง่ายขึ้น โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นที่คล้อยตามกัน หรือได้ยินแต่เสียงสะท้อนซ้ำ ๆ ในโลกออนไลน์ เราเรียกว่า ปรากฏการณ์ห้องแห่งเสียงสะท้อน หรือ Echo Chamber ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะทำให้คนในสังคมสื่อสารกันอย่างเข้าใจ คือการสื่อสารสร้างพลังบวก โดยเริ่มจากยอมรับ เคารพในความแตกต่างทางความคิด เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของคนต่างวัย พูดคุยโดยใช้เหตุผล สื่อสารด้วยภาษาที่แสดงความเห็นอกเห็นใจ ชื่นชมอย่างจริงใจ และหมั่นเติมพลังด้วยการส่งมอบกำลังใจซึ่งกันและกัน”

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า โครงการวิจัย การศึกษาและพัฒนาการสื่อสารด้วยความเข้าใจ ระหว่างคนต่างรุ่นในองค์กร ปีพ.ศ. 2565 สนับสนุนการจัดทำ โดย ศูนย์คุณธรรมฯ มีคณะทำงานหลัก จากบริษัท โคจอย คอนซัลติ้ง นำโดย ดร.ชาญชัย ชัยสุขโกศล และอัจฉรีย์ อาไพกิจพาณิชย์ ร่วมด้วย คณะทำงานจากบ้านใส่ใจ และกลุ่ม Being Han เพื่อให้เกิดการรับรู้และตระหนักถึงปัญหาด้านการสื่อสารในปัจจุบัน พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยการสื่อสารพลังบวก ซึ่งเป็นทางเลือกในการขับเคลื่อนสังคมในมิติด้านคุณธรรม

ข้อมูลอ้างอิงในงานวิจัยฉบับปี พ.ศ. 2565 พบว่า คนต่างรุ่นแนวคิดต่อชีวิตและงานที่ต่างกัน ขณะที่คนรุ่นก่อนให้ความสำคัญกับความมั่นคง ยั่งยืน และความซื่อสัตย์ แต่คนรุ่นหลังให้ความสำคัญกับเสรีภาพ และความหมายของงานที่ทำ ปัจจุบัน คนรุ่น Gen Y วัย 23-41 ปี จะเป็นประชากรหลักในวัยทำงานของประเทศไทย โดยคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่ง (43.3-46.0%) ของคนวัยทำงานของประเทศไทยทั้งหมด นับจากช่วงวัย 15-59 ปี รองลงมาอันดับสองเป็นคน Gen X อายุ 42-57 ปี (36.1%)

แต่ในช่วงสิบปีข้างหน้า นับจากปี พ.ศ.2563-2573 คนวัยทำงาน Gen X จะลดจำนวนลงเหลือเพียงครึ่งเดียว สวนทางกับสัดส่วนคนวัยทำงาน Gen Z ที่จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากเดิม 20.6% กลายเป็น 41.5% ขึ้นมาเป็นอันดับสอง โดยคนเจนฯ X (อายุ 42-57 ปี ใน พ.ศ. 2565) คุ้นชินกับการสื่อสารแบบทางเดียวและถูกผูกขาดจากส่วนกลาง เป็นผลจากการเติบโตมาในยุคที่สังคมไทยค่อนข้างมีเสถียรภาพ แม้จะเป็นประชาธิปไตยเพียงครึ่งใบ จึงมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการมีเสถียรภาพ และการมองภาพรวมของสังคม ชุมชน ประเทศ

ส่วนกลุ่มเจนฯ Y ซึ่งแบ่งเป็นสองรุ่นเจนฯ Y ตอนต้น หรือ เจนฯ Y1 อายุ 32-41 ปี นั้น เติบโตมากับความผันผวนทางการเมืองและเศรษฐกิจ ทั้งรัฐประหารและพฤษภาทมิฬ การปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ และรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดของไทย  วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งค่าเงินบาทตกต่ำ แต่อยู่ในช่วงเริ่มต้นยุคสื่อสารออนไลน์ครั้งแรกในปี 2538 การเรียนรู้จากภายนอก จึงส่งผลให้คุณค่าหลักของคนเจนฯ Y1 มีความหวังต่อการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้

ส่วนคนเจนฯ Y ตอนปลาย หรือ เจนฯ Y2 อายุ 23-31 ปี (ในปี 2565) นั้น เติบโตกับการปะทะทางความคิด การเมืองที่มีสื่อขับเคลื่อนหลากหลายช่องทางในยุคอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู จึงให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกของตนเป็นสำคัญ

ปูมหลังช่วงเวลาการเติบโตจากสภาพเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมต่างกัน ส่งผลต่อแนวคิดและพฤติกรรมการสื่อสารของคนแต่ละรุ่น องค์กรจึงจำเป็นต้องปรับแนวทางการบริหารจัดการบุคลากรแต่ละช่วงวัยให้เหมาะสม เชื่อมความแตกต่างระหว่างช่วงวัย การบริหารสถานะอำนาจในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับช่วงวัยที่แตกต่างเช่น หัวหน้างานอายุน้อยกว่าทีมงาน หรือทีมงานมีหลายวัย เป็นต้น คำถามสำคัญ คือปัญหาการสื่อสารในสถานการณ์ปัจจุบันมีอะไรบ้าง และแนวทางการสื่อสารเชิงบวกภายในองค์กร เพื่อลดความขัดแย้งภายในองค์กรควรเป็นอย่างไร

“หลักสำคัญของการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพ จะต้องเริ่มจากการเข้าใจตนเอง ความรู้สึกนึกคิดในจิตใจตนเอง หรือความต้องการลึก ๆ ของตัวเราก่อน และต้องเข้าใจผู้อื่นว่าเขาน่าจะรู้สึกอย่างไร ความต้องการหรือคุณค่าอะไรที่เขายังไม่ได้รับการตอบสนอง จากนั้นจึงสื่อสารกันอย่างจริงใจ ซึ่งจะทำให้พบทางออกใหม่ ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสองฝ่ายได้” ดร.ชาญชัย ชัยสุขโกศล บริษัท โคจอย คอนซัลติ้ง จำกัด หนึ่งในคณะทำงานของงานวิจัยชุดนี้กล่าว

โดยแนวคิดหลักการสื่อสาร 3 อย่าง ว่าด้วยเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่นและการสื่อสารอย่างจริงใจ และแนวปฎิบัติที่ทำให้การสื่อสารระหว่างคนต่างรุ่นในองค์กรราบรื่นและมีประสิทธิภาพ สังเกต ท่าที น้ำเสียง ด้วยใจเป็นกลาง ใส่ใจความรู้สึก ค้นหาความสำคัญของการทำงาน การร้องขอในเชิงบวก และยอมรับการถูกปฎิเสธ

ทั้งนี้การมุ่งเน้นเสนอปัญหาของการสื่อสารที่เกิดขึ้นในโลกของการทำงาน ตลอดจนการเผยแพร่หลักคิด วิธีปฏิบัติและกรณีศึกษา รวมถึงเคล็ดลับในการสื่อสาร เพื่อประสิทธิภาพการทำงาน แบบ “ชนะทั้งคู่” วิธีการสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างคนต่างรุ่นในองค์กร การใช้เทคนิคการสื่อสารเพื่อสร้างพลังบวกในองค์กร ทำให้เกิดความเข้าใจตนเองและผู้อื่น

ที่มา: ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)