Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง คิดถูกคิดผิด? ลีดส์เลือก “บิ๊กแซม”

คิดถูกคิดผิด? ลีดส์เลือก “บิ๊กแซม”

สโมสร ลีดส์ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง แซม อัลลาร์ไดซ์ กุนซือขรัวเฒ่าผู้ผ่านภารกิจหนีตายมาอย่างช่ำชอง มารับตำแหน่งในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อพาทีมหนีตกชั้น แม้จะเหลือเพียงแค่ 4 นัด (ผ่านไปแล้ว 1 ในเกมกับแมนฯ ซิตี้) แต่บอร์ดบริหารของ “ยูงทอง” ก็ยอมตัดสินใจเสี่ยงครั้งสำคัญเพื่อขออยู่ต่อในพรีเมียร์ลีกให้ได้ โดยมีโบนัสให้ก้อนใหญ่ประเคนให้หาก “บิ๊กแซม” ประสบความสำเร็จ ลองไปดูเหตุผลที่เขาจะบรรลุภารกิจครั้งนี้กันครับ

1. แค่นัดแรกก็เห็นแววแล้ว

“บิ๊กแซม” ประเดิมคุมทัพนัดแรก ด้วยผลงานไล่ตามจ่าฝูงแมนฯ ซิตี้ แต่สุดท้ายแพ้ไปอย่างเฉียดฉิว 1-2 แต่สามารถสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีและสร้างความปวดหัวให้ทีมเจ้าถิ่นได้ในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม แม้จะยังไม่มีแต้มติดไม้ติดมือก็ถือว่าเข้าใจได้ เพราะต้องไปเยือนว่าที่แชมป์

2. ประสบการณ์อันล้นเหลือ

อยู่ในวงการมานานขนาดนี้ ไม่ใช่อยู่แบบกะโหลกกะลา ถ้ามองไม่เห็นว่ามีโอกาสกุนซือจอมเก๋าผู้นี้คงไม่ยอมรับงานครั้งนี้แน่ ประสบการณ์ในอดีตที่เคยพาทีมอย่าง โบลตัน หนีตายอยู่เป็นประจำ รวมทั้งช่วยสโมสรอย่าง ซันเดอร์แลนด์, คริสตัล พาเลซ และเอฟเวอร์ตันด้วย ย่อมทำให้เขามีข้อดีมากกว่ากุนซือคนอื่น คือความนิ่งและเยือกเย็นในการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์คับขัน ทำให้ลูกทีมนั้นไม่ตื่นเต้นตามไปด้วย

3. เป็นจอมกระตุ้น

อดีตเฮดโค้ชทีมชาติอังกฤษผู้นี้แม้จะโดนค่อนขอดว่ามีสไตล์โบราณ แต่เขาเป็นอีกคนที่มีจิตวิทยาสูงส่ง หลังจบเกมในนัดแรกที่คุมลีดส์ เจ้าตัวเรียกลูกทีมมารวมตัวและพาไปขอบคุณแฟน “ยูงทอง” ที่ตามมาให้กำลังใจบริเวณอัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือน เมื่อได้เห็นเสียงและกริยาของแฟนบอล ลีดส์ ที่ยังไม่ยอมแพ้ เชื่อแน่ว่าจะสร้างความฮึกเหิมให้กับเหล่านักบอลของเขาในนัดที่เหลืออยู่ไม่มากก็น้อย

4. ความสามารถในการแก้เกมและเลือกใช้นักเตะ

อยู่มานานขนาดนี้ “บิ๊กแซม” เลือก ร็อบบี้ คีน อดีตดาวยิงของสเปอร์สและลิเวอร์พูล มาเป็นผู้ช่วย และผู้จัดการทีมผู้นี้ มีแทคติคและลูกล่อลูกชนในการเจอกับทีมอื่นให้ควักมาใช้มากมาย ช่วงท้ายเกมกับ “เรือใบสีฟ้า” เขาแก้เกมเลือกเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่คล่องแคล่วอย่าง โรดริโก้, แอร์รอนสัน และซัมเมอร์วิลล์ ลงสนาม สร้างความปั่นป่วนให้กองหลังทีมจ่าฝูงได้ไม่ใช่น้อย

5. หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว

หากพิจารณาสถานการณ์ของ ลีดส์ ยูไนเต็ด จริง ๆ แม้จะเสี่ยง แต่ก็ถือว่ายังมีเพื่อนร่วมชะตาที่มีแต้มน้อยกว่าอย่าง เซาแทมป์ตันซึ่งคงจะตกชั้นอย่างเป็นทางการในเวลาอีกไม่นาน เอฟเวอร์ตัน มีแต้มน้อยกว่า ลีดส์ อยู่ 1 คะแนน รวมทั้ง นอตติงแฮม ฟอเรสต์กับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่มี 30 คะแนนเท่ากัน ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับผลงานในช่วงโค้งสุดท้ายว่าทั้ง 4 ทีมใครจะโชว์ผลงานได้ดีกว่ากัน และใครจะกลายเป็น 2 ทีมที่โชคร้ายตามทีม “นักบุญ” ไปด้วย

ลองเช็กโปรแกรมที่เหลือจะเห็นว่า ลีดส์ แมตช์ 36 ได้เปิดบ้านรับ นิวคาสเซิล แมตช์ 37 ไปเยือน เวสต์แฮม ซึ่งน่าจะปลอดภัยแล้วเมื่อถึงเวลานั้น และแมตช์ 38 เล่นในถิ่นเจอกับของแข็งหน่อยอย่าง สเปอร์ส

เรียกได้ว่า 3 นัดสุดท้ายได้เล่นในบ้านตัวเองถึง 2 นัด ถ้า “บิ๊กแซม” น่าจะมีลุ้น หากสามารถกระตุ้นฟอร์มลูกทีมให้เก็บชัยชนะเกมที่ 36, 37 และยันเสมอเกมสุดท้ายกับ “ไก่เดือยทอง” ก็จะเก็บได้ถึง 37 แต้ม ซึ่งเชื่อแน่ว่าในฤดูกาลนี้คงเพียงพอที่จะทำให้รอดได้อยู่ต่อในพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน

น่าเสียดายเวลาของ “บิ๊กแซม” มีน้อยไปหน่อย เพราะสโมสรไปเลือกใช้บริการ “พี่น้อย” ฆาบรี การ์เซีย เสียก่อน หลังจากไล่ เจสซี่ มาร์ช กุนซือชาวอเมริกันออกไป มิฉะนั้น แฟนลีดส์อาจจะมิต้องลุ้นกันแบบตัวโก่งจนถึงช่วงท้ายฤดูกาลแบบนี้

แต่ถึงมาช้าก็อาจยังไม่สายเกินไป สุดท้ายเหล่าแฟนบอลผู้สนับสนุนทีม “ยูงทอง” คงต้องส่งแรงใจแรงเชียร์เพื่อให้กำลังใจยอดโค้ชผู้ชำนาญการในการหนีตายให้ทำสำเร็จ เพื่อสโมสรใหญ่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ดจะได้ไม่ต้องลงไปเวียนว่ายในลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิป อีกครั้ง.